หุ่นยนต์ คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่จีนกำลังเดินหน้าผลักดันเพราะเชื่อมั่นว่าจะทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศ ร่วมกับ 2 ใน 3 อุตสาหกรรมใหม่ในภายภาคหน้า (Next New Three) อย่าง เอไอ และนวัตกรรมด้านยา 

นี่ทำให้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน เติบโตอย่างต่อเนื่องช่วงไม่กี่ปีมานี้ นำไปสู่การผลิตเพื่อมุ่งส่งออกและมีจุดแข็งด้านราคา 

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำการเติบโตดังกล่าวนั่นคือ Unitree บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ลักษณะคล้ายมนุษย์ (Humanoid) ใหญ่สุดในโลก ได้ทำไอพีโอในตลาดหุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ยูนิทรี ทำไอพีโอในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ โดยอยู่ในดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่จีนเรียกว่า “ดัชนีดาว” เทียบได้กับดัชนีแนสแด็ก ในตลาดหุ้นนิวยอร์กของสหรัฐฯ 

ตามรายงานระบุว่า ยูนิทรี ระดมทุนจากการไอพีโอ ได้มากถึง 6,100 ล้านหยวน (ประมาณเกือบ 30,000 ล้านบาท) พร้อมราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1,100 หยวน (ประมาณ 5,400 บาท) ต่อหุ้น คิดเป็นการเพิ่มขึ้นสูงถึง 600% 

นี่ทำให้ ยูนิทรี กลายเป็นข่าวดังทั้งด้านการลงทุนและสะท้อนถึงการเติบโตในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีน 

ยูนิทรี เป็นบริษัทหุ่นยนต์จีนที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีนโดยผู้ก่อตั้งคือ หวัง ซิงซิง ซีอีโออายุเพียง 36 ปี 

ก่อนที่จะก่อตั้ง ยูนิทรี หวัง ซิงซิง สนใจในเครื่องยนต์กลไกและหุ่นยนต์มาแต่เด็ก ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านการใช้เวลาว่างไปกับ โมเดลเครื่องบินและสิ่งของย่อส่วนต่างๆ 

ข้ามมาปี 2009 เขาสอบติดคณะวิศวกรรมเครื่องกลในมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเจ้อเจียง โดยในปีแรกของการเรียนโปรเจกต์ที่เขาทำส่งอาจารย์คือ หุ่นยนต์สองขาที่ใช้งบเพียง 200 หยวน (ประมาณเกือบ 1,000 บาท) เท่านั้น 

การสร้างสิ่งประดิษฐ์ด้วยงบจำกัดหรือถูกกว่าคู่แข่ง จะกลายมาเป็นหนึ่งในจุดแข็งของบริษัทที่เขาจะก่อตั้งขึ้นในเวลาต่อมา 

ปี 2013 หวัง ซิงซิง ใช้งบ 20,000 หยวน (ประมาณ 98,000 บาท) ผลิตหุ่นยนต์หมาในชื่อ “เอ็กซ์ด็อก” ส่งเข้าประกวดในงานสิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยี โดยปรากฏว่าเขาชนะและได้เงินรางวัลมา 80,000 หยวน (ประมาณ 390,000 บาท) 

หลังเรียนจบปริญญาโท เดิมทีเขาตั้งเป้าจะสมัครเข้า ดีเจไอ บริษัทจีนซึ่งเริ่มมีชื่อเสียงจากการเป็นเบอร์ต้นๆในตลาดโดรน

แต่เขาก็เปลี่ยนแผน หลังหุ่นยนต์หมา “เอ็กซ์ด็อก” ไปเตะตานักลงทุน จนระดมทุนได้มากถึง 2,000,000 หยวน (ประมาณ 9,800,000 ล้านบาท) 

เงินก้อนนั้น เป็นเงินตั้งต้นที่ หวัง ซิงซิง นำมาก่อตั้ง ยูนิทรี ในปี 2016 ซึ่งเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และระดมทุนได้เพิ่มอีกจากบริษัทใหญ่ๆ ในจีน ทั้ง เมยถวน อาลีบาบา และเทนเซนต์ 

ปี 2023 ขึ้นเป็นบริษัทดังระดับประเทศและได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาล โดยหุ่นยนต์หลายตัวได้ไปทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” ในเอเชียนเกมส์ ซึ่งเมืองหางโจวของจีนเป็นเจ้าภาพ 

ต่อมาเมื่อตลาดหุ่นยนต์หมาที่ใช้ในกิจกรรมด้านต่างๆ ทั่วโลกเริ่มโต ยูนิทรี ก็แทรกเข้ามาในตลาดด้วยราคาถูกกว่าแบรนด์ประเทศตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐฯ อย่างมาก 

หุ่นยนต์หมาของ ยูนิทรี ราคาอยู่ที่เพียงตัวละ 2,700 ดอลลาร์ (ประมาณ 89,000 บาท) ขณะที่เทคโนโลยีแบบเดียวกันของ บอสตัน ไดนามิคส์ ราคาสูงถึงตัวละ 70,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,300,000 บาท) 

นอกจาก หุ่นยนต์หมาแล้ว หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ก็เป็นสินค้าขายดีของยูนิทรี จนทำให้บริษัทขึ้นมาเป็นบริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อันดับ 1 ของโลก 

ปี 2025 ยูนิทรี มาถึงหมุดหมายสำคัญ โดยบริษัททำกำไรได้ 278 ล้านหยวน (ประมาณ 1,395 ล้านบาท) 

ขณะที่ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง ก็ได้ไปประชุมกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ร่วมกับผู้บริหารบริษัทจีนใหญ่ๆ อย่าง แจ็ค หม่า จากอาลีบาบา และ โพนี่ หม่า ฮั่วเถิง จากเทนเซนต์ 

ต่อมาในปี 2026 ยูนิทรี ถูกจับตามองมากยิ่งขึ้น โดยช่วงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยูนิทรี ได้ส่งทัพหุ่นยนต์ไปเต้นกังฟูร่วมกับคนอย่างพร้อมเพรียง ในโชว์ผ่านทางโทรทัศน์ช่วงตรุษจีน 

ล่าสุดเมื่อเช้า 19 สิงหาคม ยูนิทรี ได้ทำไอพีโอ ในตลาดหุ้นจีน ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน โดยจากการที่ปัจจุบันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีนกำลังคึกคัก จึงมีการคาดกันว่า คงมีบริษัทหุ่นยนต์จีนอีกหลายแห่งที่จะไอพีโอตามยูนิทรีมา 

ทั้งนี้ปัจจุบัน ถือเป็นยุคทองของหุ่นยนต์จีน โดยเฉพาะกลุ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์บริการที่มีมูลค่าแตะระดับ 11,000–12,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 359,000-392,000 ล้านบาท)

ส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนเข้าสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2025 และคาดการณ์อัตราเติบโตสูงถึง 50% ต่อปี 

สำหรับ 3 อุตสาหกรรมใหม่ในภายภาคหน้าของจีน ซึ่งประกอบไปด้วย หุ่นยนต์ เอไอ และนวัตกรรมยา เป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลกำลังผลักดันในปัจจุบัน 

ซึ่งต่อเนื่องมาจาก 3 อุตสาหกรรมใหม่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่ประกอบไปด้วย รถอีวี แบตเตอรี่ลิเธียม และ แผงโซลาร์เซลล์ 

โดยทั้ง 6 อุตสาหกรรมสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมของจีน ซึ่งหลายสิบปีก่อนหน้านี้เคยพึ่ง 3 อุตสาหกรรมหลักเดิมคือ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า / cnn, bbc, yahoo-scmp, reuters