รถเมล์แดง Hino กำลังเป็นประเด็นไวรัลดังไกลไปถึงโลกโซเชียลมีเดียญี่ปุ่น จากผลงานขับผ่านพื้นที่น้ำท่วมสูงในกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ยังมีคลิปข้างในรถที่มีน้ำเข้าตัวเครื่อง แต่ยังวิ่งได้ตามปกติ เป็นภาพที่สร้างความฮือฮา จนมีบางคนยกให้เป็น “รถสะเทินน้ำสะเทินบก”
ความน่าสนใจของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ความทรหดและอดทนของตัวเครื่องและสภาพรถเพียงอย่างเดียว
เพราะรถเมล์ครีมแดงยังเป็นเหมือนสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ สังคม และวิถีชีวิตของคนเมืองมาอย่างยาวนาน
ผ่านวิกฤตมาแล้วหลายยุคหลายสมัย ทั้งสถานการณ์ต่างๆ ไปจนถึงภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมใหญ่ แต่ก็ยังทำหน้าที่รับส่งคนได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
รถเมล์ที่เป็นประเด็นไวรัลในโซเชียลญี่ปุ่นครั้งนี้ คือ รุ่น Hino AK176 เป็นหนึ่งในรถเมล์ครีมแดงที่ใช้งานมายาวนานที่สุดของไทย
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จัดซื้อเข้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 หรือใช้มาแล้ว 35 ปี
ในล็อตเดียวกันยังมีรถเมล์ครีมแดงยี่ห้ออื่นอย่าง Isuzu, Mitsubishi และ Daewoo รวมถึงรถปรับอากาศอีกบางยี่ห้อ เช่น Benz
หากลงรายละเอียดดูเฉพาะประวัติของ Hino AK176 ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเข้ามาให้บริการได้เพียงปีเดียวก็เจอเรื่องรับน้องทันที
ช่วงระหว่างเหตุการณ์ทางการเมืองในปี 2535 มีรถเมล์ของ Hino คันหนึ่ง อยู่ประจำการสาย 2 (ปากน้ำ-ปากคลองตลาด) ได้รับความเสียหายเป็นรอยกระสุน ซึ่งเป็นภาพข่าวดังในอดีต
แต่หลังจากนั้น รถคันนี้ก็ผ่านการซ่อมแซมจนสามารถกลับมาวิ่งให้บริการได้ตามปกติด้วยทะเบียนรถและเลขข้างรถเดิมจนถึงยุคสมัยปัจจุบัน เพียงแต่เปลี่ยนไปอยู่สายอื่นแทนแล้ว
ต่อมาก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้รถเมล์ครีมแดงของไทยได้แสดงแสนยานุภาพที่แท้จริง คือ ช่วงวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2554
รถเมล์ครีมแดงได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในการลำเลียง และขนคนจากพื้นที่ประสบภัย ร่วมกับรถใหญ่และรถบรรทุกของหน่วยงานอื่นๆ
ในขณะนั้น ขสมก. ได้นำรถบางส่วนมาปรับปรุงสภาพ เช่น เสริมแหนบรถ เพื่อให้สามารถขับผ่านจุดที่น้ำท่วมสูงเกิน 1 เมตร ซึ่งรถเล็กทั่วไปวิ่งไม่ได้แล้ว
หรือในบางพื้นที่ในเมือง ก็ยังมีรถเมล์ครีมแดงบางสายให้บริการได้อยู่ตามปกติ
เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า รถเมล์ครีมแดงเป็นหนึ่งในยานพาหนะที่ทุกคนสามารถพึ่งพาได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
เมื่อเวลาผ่านมาหลายปี จนถึงช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ภาพของรถเมล์ลุยน้ำท่วมก็ได้กลับมาเกิดขึ้นจริงอีกครั้ง
คราวนี้มีคลิปของรถเมล์ครีมแดงสาย 145 (หมอชิต-แพรกษา) รุ่น Hino AK176 ที่ขับลุยน้ำท่วมในช่วงบางกะปิ กลายเป็นไวรัลดังไกลถึงโซเชียลมีเดียญี่ปุ่น
ความเห็นของชาวเน็ตญี่ปุ่นมีทั้งความประหลาดใจและภูมิใจกับสมรรถนะของรถที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นเอง ปนกับความรู้สึกเสียดาย หลังจากรู้ว่ารถแบบนี้กำลังจะหายไปจากกทม.
ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมความผูกพันกับบริการขนส่งสาธารณะ เพราะมองว่าเป็นเหมือนหมุดหมายที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนมาอย่างยาวนาน
การได้เห็นรถที่ผ่านมาหลายทศวรรษยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่จึงกระทบใจคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ
แต่อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาของรถเมล์ครีมแดงบนท้องถนนเมืองไทยกำลังจะหมดลงแล้ว
ขสมก. มีแผนนำรถเมล์ไฟฟ้า (EV) เข้ามาแทน โดยจะเริ่มทยอยนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2570
เหตุผลสำคัญคือการลดต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุง รวมถึงลดมลพิษที่เกิดจากควันรถ
อีกส่วนที่สำคัญคือ รูปแบบการดำเนินงานของ ขสมก. จะเปลี่ยนไป
จากเดิมที่ซื้อและเป็นเจ้าของรถเอง จะเปลี่ยนเป็น “เช่าเหมาบริการ” ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการบริหารงานของขสมก.
คาดว่าการนำ EV เข้ามาใช้จะช่วยลดต้นทุนลงได้มากพอ จนทำให้ทางบัญชีกลับมาเริ่มทำกำไรได้
และท้ายที่สุด อาจทำให้ ขสมก. ลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐได้
เมื่อมองย้อนกลับไป ภาพรถเมล์ลุยน้ำท่วมที่เป็นไวรัลในครั้งนี้เหมือนเป็นการทิ้งทวนอย่างสง่างามและสมเกียรติสำหรับยานพาหนะที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ไทยมากกว่า 30 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับคนทุกยุคทุกสมัย
