2 ข่าววงการหุ่นยนต์ที่น่าสนใจเมื่อไม่นานมานี้ คือ การแข่งขันวิ่งมาราธอนที่หุ่นยนต์ทำเวลาดีกว่าคนเจ้าของสถิติโลก และสายการบิน Japan Airlines ของญี่ปุ่นเตรียมนำหุ่นยนต์มาใช้ในการยกสัมภาระของผู้โดยสาร

ความน่าสนใจของทั้ง 2 ข่าว ไม่ได้อยู่ที่ความก้าวหน้าของวงการหุ่นยนต์เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่หุ่นยนต์ในข่าวเหล่านี้ต่างก็เป็นหุ่นยนต์ของบริษัทจีน ล่าสุดยังมีตัวเลขและความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำความสำเร็จของหุ่นยนต์ Made in China
กรมศุลกากรจีนระบุว่า ในปี 2025 ยอดการส่งออกหุ่นยนต์อุตสาหกรรมของจีนพุ่งสูงขึ้นถึง 48.7% ทำให้มูลค่าการส่งออกหุ่นยนต์ของจีนสูงกว่ามูลค่าการนำเข้า หรือเป็นผู้ส่งออกสุทธิ (Net Exporter) ด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก
นี่ถือเป็นการย้ำว่า จีนได้เปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ซื้อเทคโนโลยีระดับสูงในอดีต มาเป็นผู้พัฒนาและผู้ขาย และยังได้รับการยอมรับในตลาดโลกในด้านหุ่นยนต์อีกด้วย
ความร้อนแรงของวงการหุ่นยนต์จีนเห็นได้ชัดเจนในงาน Canton Fair ณ เมืองกวางโจว บูทจัดแสดงหุ่นยนต์จากบริษัทจีนได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติ
ผู้เข้าชมงานจากยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ต่างเข้ามาชมการสาธิตการทำงานของเครื่องจักรที่มีความสามารถหลากหลาย ตั้งแต่หุ่นยนต์แขนกลที่หยิบจับชิ้นส่วนด้วยความแม่นยำสูง ไปจนถึงหุ่นยนต์ตรวจสอบสายไฟฟ้าและหุ่นยนต์ลาดตระเวนที่ทำงานได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
ขณะที่มีผู้ซื้อหลายรายตัดสินใจสั่งซื้อทันทีภายในงาน โดยมองว่านวัตกรรมเหล่านี้คือคำตอบในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
ข้อมูลที่ยืนยันถึงความสำเร็จของวงการหุ่นยนต์จีนยังไม่หมดแค่นั้น โดยจีนได้ขึ้นมาเป็นตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาหลายปีแล้ว
ในปี 2024 จีนครองส่วนแบ่งการติดตั้งหุ่นยนต์ใหม่ถึง 54% ของทั่วโลก และมีการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในสัดส่วนที่สูงมาก คือค่าเฉลี่ยหุ่นยนต์ 470 ตัวต่อคนงาน 10,000 คน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบ 3 เท่า
ความแข็งแกร่งนี้เกิดจากระบบนิเวศการผลิตของจีนที่ครบวงจร ทำให้บริษัทหุ่นยนต์สามารถทดสอบนวัตกรรมในสภาพแวดล้อมจริงได้ทันที ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและบริการได้อย่างรวดเร็ว
ความสำเร็จเหล่านี้ เกิดจากการให้หุ่นยนต์ เอไอ และจักรกลโรงงาน อยู่ในแผนพัฒนา “Made in China 2025” ที่เริ่มเมื่อปี 2015 และเพิ่งครบ 10 ปีเมื่อปี 2025 นี่เอง
มีการวิเคราะห์ว่า ปัจจุบันตลาดหุ่นยนต์จีนเข้าสู่ “ยุคทอง” โดยเฉพาะกลุ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์บริการที่มีมูลค่าแตะระดับ 11,000–12,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 359,000-392,000 ล้านบาท)
ในขณะที่กลุ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรมยังคงรักษาการเติบโตที่มั่นคงด้วยมูลค่าคาดการณ์กว่า 16,656 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 544,000 ล้านบาท)
ด้านหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ (Humanoid) คือกลุ่มที่น่าจับตามองที่สุดของจีน โดยเริ่มเข้าสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2025 และคาดการณ์อัตราเติบโตสูงถึง 50% ต่อปี
ซึ่งในจำนวนนี้ อย่างหุ่นยนต์นักวิ่งมาราธอนที่ทำสถิติได้ดีกว่าคน และหุ่นยนต์ที่สายการบินญี่ปุ่นมีแผนนำมาใช้ ก็กลายเป็นข่าวดัง
มีการประเมินว่าความร้อนแรงของเทคโนโลยีนี้อาจผลักดันให้ภาพรวมตลาดหุ่นยนต์จีนพุ่งทะยานไปถึง 139,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,800,000 ล้านบาท) ภายในปี 2035

ความสำเร็จทั้งหมดถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยบวกต่างๆ ทั้งจากการสนับสนุนจากรัฐบาล ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน 5G-A และ 6G ที่จะขยายตัวครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2030 รวมถึงนโยบายการพึ่งพาตนเองที่เน้นผลิตแบรนด์ในประเทศและพัฒนาเทคโนโลยีชิปขั้นสูง / cna, theguardian
