สุขภาพกำลังกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่ดีในระยะยาวมากขึ้น การดูแลตัวเองจึงเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเกิดโรค ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ ไปจนถึงการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล
พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปกำลังขยายขอบเขตของ Health Economy และหนึ่งในตลาดที่ได้รับแรงส่งอย่างชัดเจนคือ “Nutraceutical” หรือผลิตภัณฑ์โภชนเภสัชและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การดูแลสุขภาพพื้นฐานไปจนถึงการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้านของแต่ละคน
การเติบโตของตลาดยังมาพร้อมกับความหลากหลายของความต้องการในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ Gen Z และ Millennials ที่ให้ความสนใจกับสุขภาพลำไส้ สุขภาพจิต การนอนหลับ และรูปแบบการบริโภคที่สะดวก ไปจนถึง Gen X และ Baby Boomers ที่ให้ความสำคัญกับ Healthy Aging สุขภาพข้อต่อ สมอง และการป้องกันโรคเรื้อรัง ขณะที่ความต้องการดูแลตัวเองเชิงป้องกันและ Personalized Nutrition กำลังผลักดันให้เกิดการพัฒนาวัตถุดิบ สารสกัด และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ข้อมูลจาก Grand View Research และ Fortune Business Insights ประเมินว่า ตลาด Nutraceuticals ทั่วโลกจะมีมูลค่ามากกว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033-2034 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 7.7-10.58% โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APAC ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของตลาด มีสัดส่วนเกือบ 40% ของมูลค่าตลาดโลก และกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตครั้งใหม่ โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะขยายตัวแตะ 251,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2034
ภาพของตลาดที่กำลังขยายตัวและมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ นักวิจัย ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เจ้าของแบรนด์ ไปจนถึงผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจ ทำให้การเชื่อมโยงองค์ความรู้ นวัตกรรม และโอกาสทางธุรกิจมีความสำคัญมากขึ้น
และเมื่อผู้เล่นในตลาดต้องการทั้งข้อมูลใหม่ เทคโนโลยีใหม่ รวมถึงโอกาสในการเชื่อมต่อกับพันธมิตร “Vitafoods Asia 2026” จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญของอุตสาหกรรม Nutraceutical รวบรวมผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมโภชนเภสัช ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ นักวิจัย ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เจ้าของแบรนด์ ไปจนถึงผู้ซื้อและนักลงทุนจากหลายประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือใหม่ ๆ ภายใต้แนวคิด “Nutraceuticals Trends Across Generations” โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ 1–3 และ 5–7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 16,000 คน และผู้จัดแสดงสินค้าจากกว่า 40 ประเทศ

ทำไม “Vitafoods Asia” เลือกปักหมุดประเทศไทย
เมื่อเอเชียกำลังกลายเป็นตลาดสำคัญของ Nutraceutical คำถามต่อมาคือ เหตุใดประเทศไทยจึงมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม และอะไรทำให้ Vitafoods Asia เลือกกลับมาจัดงานในประเทศไทย
รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ – ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ อธิบายว่า ภาพการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม Nutraceutical ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทรนด์สุขภาพเพียงด้านเดียว แต่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร ไลฟ์สไตล์ และความคาดหวังของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทั้งในประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ Healthy Aging ควบคู่ไปกับกระแส Longevity ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสมอง หัวใจ ข้อต่อ กระดูก ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวมจึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพก่อนเกิดโรคมากขึ้น หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 แนวคิด Food as Medicine ได้รับความสนใจมากขึ้น ขณะที่วิตามิน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสารสกัดจากธรรมชาติกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายขึ้นยังทำให้ตลาดขยายไปยังผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง ทั้งโปรตีนและผลิตภัณฑ์สำหรับคนออกกำลังกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลการนอนหลับและสมอง ผลิตภัณฑ์ดูแลสายตาจากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล ตลอดจน Probiotics และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพลำไส้ตามกระแส Gut Health
อีกด้านหนึ่ง เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ ทำให้การค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความท้าทายเรื่องการโฆษณาเกินจริง (Overclaim) และข้อมูลสุขภาพที่คลาดเคลื่อน จึงทำให้ความน่าเชื่อถือของข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งในมุมของผู้บริโภค หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ประกอบการที่เริ่มนำ AI มาใช้วิเคราะห์ความต้องการ เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารให้ตรงกับผู้บริโภคมากขึ้น
ภาพของตลาดที่แตกแขนงออกไปตามความต้องการของผู้บริโภค ทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรม Nutraceutical ให้ความสำคัญกับงานวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น ขณะเดียวกันประเทศไทยมีองค์ประกอบสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่วัตถุดิบทางการเกษตร สมุนไพรไทย การวิจัยและพัฒนาสารสกัด ไปจนถึงโรงงาน OEM และ ODM ที่มีมาตรฐานการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพ
ตลาด Nutraceutical และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 9.5% ต่อปี และคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 12,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 ขณะที่การสนับสนุนผ่านแผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติช่วยเสริมศักยภาพของไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมสารสกัดและผลิตภัณฑ์สุขภาพ
โอกาสสำคัญของไทยจึงอยู่ที่การเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบในประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาพืชเกษตรและสมุนไพรไทยให้เป็นสารสกัดมูลค่าสูง พร้อมต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
การที่ “Vitafoods Asia” ย้ายฐานการจัดงานมายังประเทศไทย สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรม Nutraceutical และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของภูมิภาคเอเชีย (เริ่มจัดขึ้นที่ฮ่องกง ก่อนย้ายไปสิงคโปร์ และย้ายฐานการจัดงานมายังประเทศไทยในเวลาต่อมา)
“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับเลือก ได้แก่ อัตราการเติบโตของตลาด Nutraceutical โครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดนิทรรศการ ความพร้อมด้านการเดินทางและโรงแรม รวมถึงต้นทุนการจัดงานที่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ส่งผลให้ไทยมีศักยภาพในการดึงดูดผู้ซื้อและผู้ประกอบการจากต่างประเทศเข้ามาเจรจาธุรกิจ
ขณะเดียวกัน การเติบโตของตลาดและการเชื่อมโยงกับผู้เล่นจากต่างประเทศยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ทั้งการพัฒนามาตรฐานวัตถุดิบ การลงทุนด้านเทคโนโลยี และการทำความเข้าใจกฎระเบียบของ อย. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแข่งขันในตลาดโลก”

Vitafoods Asia 2026 พื้นที่เชื่อม “องค์ความรู้–นวัตกรรม–โอกาสทางธุรกิจ”
เมื่ออุตสาหกรรม Nutraceutical กำลังเติบโตพร้อมกันทั้งในมิติของผู้บริโภค เทคโนโลยี และตลาด สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจึงครอบคลุมมากกว่าการค้นหาสินค้าหรือวัตถุดิบใหม่ แต่รวมถึงการเข้าถึงงานวิจัย เทคโนโลยี พันธมิตรทางธุรกิจ และความเข้าใจตลาดในแต่ละประเทศ
Vitafoods Asia 2026 จึงเตรียมเปิดเวทีภายใต้แนวคิด “Nutraceuticals Trends Across Generations” เพื่อสะท้อนความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย พร้อมรวบรวมผู้ผลิตวัตถุดิบ นักวิจัย ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เจ้าของแบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ซื้อ และผู้ประกอบการจากหลายประเทศมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน
ภายในงานจะครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ สารสกัด เทคโนโลยีการผลิต ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนผู้ผลิต OEM/ODM และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เปิดพื้นที่ให้เกิดทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การค้นหาพันธมิตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ
ในมุมของผู้ประกอบการ SME งานนี้ยังเป็นโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี วัตถุดิบ และนวัตกรรมจากทั่วโลก รวมถึงเรียนรู้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากบริษัทชั้นนำ เพื่อลดระยะเวลาในการวิจัยและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Vitafoods Asia 2026 ยังรวบรวมผู้ผลิต OEM/ODM ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบและสารสกัด รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่ให้คำปรึกษาด้านการขึ้นทะเบียนและมาตรฐานไว้ในงานเดียว ทำให้สามารถเริ่มต้นต่อยอดได้ตั้งแต่แนวคิด สูตรผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการผลิตและทำตลาด
3 ไฮไลต์ที่น่าจับตาของ Vitafoods Asia 2026
สำหรับ Vitafoods Asia 2026 ปีนี้มีไฮไลต์ใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งพาวิลเลียน โซนจัดแสดง และเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เห็นนวัตกรรมและโอกาสใหม่ของตลาด Nutraceutical ได้แก่
- Australia Pavilion: การเปิดตัวพาวิลเลียนใหม่จากประเทศออสเตรเลีย นำเสนอนวัตกรรมส่วนผสมคุณภาพสูง พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจและการจับคู่คู่ค้าในระดับสากล
- Pet Nutraceutical Showcase: โซนใหม่ล่าสุดที่รวบรวมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่วนผสม และโซลูชันสุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด Pet Humanization และ Pet Nutraceuticals
- Thailand Health Product Awards: เวทีประกวดนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำเร็จรูปของไทย พื้นที่ปล่อยของสำหรับผู้ประกอบการและนักวิจัยไทย ในการแสดงศักยภาพการแปรรูปสารสกัดท้องถิ่นและยกระดับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล

เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ของ Nutraceutical Economy
Vitafoods Asia 2026 เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ 1–3 และ 5–7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 16,000 คน และผู้จัดแสดงสินค้าจากกว่า 40 ประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบและสารสกัด เทคโนโลยีการผลิต ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ไปจนถึงนวัตกรรมด้านสุขภาพ
สำหรับผู้ที่กำลังพัฒนาแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร งานนี้ยังเป็นโอกาสในการพบผู้ผลิต OEM/ODM ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบและสารสกัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การมองหาไอเดียและสูตรผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเลือกพันธมิตรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และนำออกสู่ตลาด ในพื้นที่เดียวกับผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมจากทั่วโลก

รายละเอียดเพิ่มเติม เว็บไซต์ : www.vitafoodsasia.com
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี! : https://bit.ly/4dwDGYN
