ถ้ามองธุรกิจสุขภาพในวันนี้ การมีสินค้าติดตลาดเพียงไม่กี่ตัวอาจไม่พออีกต่อไป เพราะโอกาสเติบโตไม่ได้อยู่แค่ในร้านขายยา แต่กระจายไปทั้งโรงพยาบาล ช่องทางออนไลน์ ตลาดต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าสุขภาพในระดับ Premium มากขึ้น

นี่จึงเป็นจังหวะที่ บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN กำลังขยับ Portfolio ครั้งใหญ่ ภายใต้แผน “JUMP+ Plan” จากเดิมที่มีตลาด OTC และ Own Brand เป็นฐาน ไปสู่ธุรกิจที่มีทั้ง OEM, Hospital, ต่างประเทศ, E-commerce และแบรนด์ใหม่อย่าง “ละมุน”

ในการแถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SE) โดย TMAN ได้โชว์ตัวเลขที่สะท้อนว่าธุรกิจยังโตต่อเนื่อง โดยครึ่งปีแรกทำรายได้ไป 1,220.6 ล้านบาท (+8.6%) ส่วนไตรมาส 2 ทำได้ 590.8 ล้านบาท (+11.5%)

โดยเป้าหมายของบริษัทค่อนข้างชัด คือรายได้ไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาทในปี 2029 หรือเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปี พร้อมขยับขึ้นเป็น Top 3 ในตลาด OTC และ Top 10 ในตลาดโรงพยาบาล รวมถึงพาแบรนด์ไทยของบริษัทออกไปสู่ระดับ Regional และ International Brand

คำถามที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ TMAN จะขายอะไรเพิ่ม แต่คือบริษัทกำลังวางหมากแต่ละธุรกิจไว้อย่างไร เพื่อให้การเติบโตในรอบต่อไปมีหลายขามากขึ้น

เริ่มจากธุรกิจเดิม แต่เติมสินค้าใหม่เข้าไป

ประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN มองว่าการเติบโตในระยะต่อไปยังต้องเริ่มจากการทำธุรกิจเดิมให้แข็งแรง โดยเฉพาะ OTC (ยาแผนสามัญประจำบ้านหรือยาที่หาซื้อได้เองตามร้านขายยา), OEM และตลาดต่างประเทศ

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ TMAN ไม่ได้จะเดินด้วยสินค้าเดิมทั้งหมด

บริษัทกำลังทบทวน Portfolio ทั้งการปรับปรุงสินค้า เพิ่มจุดขาย บริหารต้นทุน และเติมสินค้าใหม่เข้ามา โดยช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้ เตรียมส่ง Ibufen ในกลุ่มยาแก้ปวด รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ

พร้อมโฟกัส 5 กลุ่มโรคที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ และผลักดัน Top 5 Brands ผ่านแคมเปญและ Incentive ให้ทีมขายกลับมาให้น้ำหนักกับแบรนด์หลักที่มีศักยภาพมากขึ้น

พูดง่ายๆ คือ TMAN ไม่ได้มองว่าการโตต้องมาจากการมีสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องทำให้ สินค้าแต่ละตัวมีเหตุผลที่จะอยู่ใน Portfolio “โจทย์ของเราคือการทำให้ธุรกิจเดิมแข็งแรงขึ้น พร้อมสร้างการเติบโตจากสินค้าใหม่”

OEM กำลังเปลี่ยนบทบาท จากโรงงานรับผลิตสู่คนช่วยสร้างสินค้า

ในฝั่งงานรับจ้างผลิต (OEM) ประพล ไม่ได้มองแค่การเป็นโรงงานรับผลิตตามสั่งทั่วไป แต่ต้องการยกระดับให้เป็น Service Solution แบบครบวงจร

กลยุทธ์หลักคือการดึงจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) จาก 2 หน่วยงานในเครือ

  • PEAN เข้ามาดูแลเรื่องการพัฒนาสูตรยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ได้มาตรฐาน

  • NOVA (โนว่า เฮลธ์) เข้ามาช่วยคิดค้นนวัตกรรมอาหารเสริมและสกินแคร์

การผนึกกำลังนี้จะช่วยให้ TMAN สามารถเข้าไปนั่งในใจลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งช่วยคิดสูตรใหม่ ช่วยคุมต้นทุน และทำให้สินค้าพร้อมขายได้ไวขึ้น (ลด Lead Time)

เปลี่ยนสถานะจากเดิมที่แค่ “รับจ้างผลิตให้จบเป็นล็อตๆ” มาเป็น “พาร์ตเนอร์ช่วยลูกค้าปั้นสินค้าตั้งแต่เริ่มคิดสูตร” เพื่อหนีสงครามราคาและเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจในระยะยาว

ด้าน ตลาด OTC (ร้านขายยา) คือฐานที่มั่นหลักที่ TMAN แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่สมรภูมิใหม่ที่บริษัทกำลังเร่งขยายคือ “ตลาดโรงพยาบาล” โดยตั้งเป้าขึ้นแท่น Top 10 ภายในปี 2029

ประพล ระบุว่า TMAN ได้ปรับทัพโดยนำ Product Manager, ทีม Sales และ Key Account Manager (KAM) มาผนึกกำลังกัน เพื่อพัฒนาการนำเสนอสินค้าให้ตรงสเปกความต้องการของโรงพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มยาและเวชภัณฑ์ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการประมูล

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าสร้างความน่าเชื่อถือผ่าน KOL ซึ่งเป็นแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยปักหมุดเริ่มจากกลุ่มแพทย์ ENT (หู คอ จมูก) เพื่อสร้างการรับรู้และสนับสนุนยอดขาย ทั้งนี้ ในระยะแรกจะโฟกัสไปที่กลุ่มโรงพยาบาลเอกชนเป็นหลัก เนื่องจากมีกระบวนการตัดสินใจจัดซื้อที่คล่องตัวและรวดเร็วกว่าโรงพยาบาลรัฐและโรงเรียนแพทย์

ประพล ย้ำว่า “โรงพยาบาลจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มการเติบโต นอกเหนือจากตลาด OTC เดิม”

ขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมเร่ง Online

อีกเครื่องยนต์ที่ TMAN กำลังเร่งคือการขยายตลาดและช่องทางขาย โดยเฉพาะต่างประเทศและ E-commerce

ในต่างประเทศ บริษัทนำแบรนด์หลักเข้าไปเปิดตลาด ก่อนต่อยอดจากร้านขายยาไปสู่ Traditional Trade และ Modern Trade โดยมีความคืบหน้าใน เกาหลี อินโดนีเซีย และจีน ขณะที่ยังมองโอกาสเพิ่มเติมในเอเชีย แอฟริกา และอาหรับ

เกาหลีเตรียมนำสเปรย์พ่นคอ Propolis เข้าไปทำตลาด ส่วนอินโดนีเซียเซ็นสัญญากับพาร์ตเนอร์แล้ว ขณะที่จีนอยู่ระหว่างเจรจาสัญญาใหม่ เพื่อทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายออนไลน์และ Cross-border E-commerce

ด้าน E-commerce ยอดขายในครึ่งปีแรกปี 2569 สูงกว่ายอดขายทั้งปีที่ผ่านมาแล้ว ผ่าน Shopee, Lazada, TikTok และ Line โดย TMAN ไม่ได้มองออนไลน์แค่ช่องทางขาย แต่ใช้สร้าง Brand Awareness และเชื่อมผู้บริโภคกลับไปยังร้านขายยา พร้อมบริหารราคาออนไลน์ผ่าน Strict Price และ Bundle Package เพื่อดูแลคู่ค้า

เป้าหมายของทั้งสองส่วนจึงไปในทิศทางเดียวกัน คือเพิ่มพื้นที่ให้แบรนด์ TMAN เติบโต ทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ และผลักดันแบรนด์ไปสู่ Regional และ International Brand

“ละมุน” เติมตลาดใหม่ให้ Portfolio

ขณะที่ ตรัส อบสุวรรณ คือประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ (COO) ของบริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN รับบทในการขยาย Portfolio ผ่านแบรนด์ “ละมุน” ซึ่งเข้ามาเติมตลาด Premium Organic แตกต่างจากสินค้าเดิมของ TMAN ที่เน้น Mass

บริษัทจะใช้ระบบ DBU และทีมขายช่วยขยายละมุนในตลาดออฟไลน์ พร้อมต่อยอดไปยัง Household Care รวมถึงใช้ความสามารถด้าน R&D และ OEM พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางสำหรับเด็ก

ทำให้ละมุนไม่ได้เข้ามาเพียงเพิ่มแบรนด์ แต่ช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ให้ TMAN เข้าไปเล่นในตลาดที่หลากหลายขึ้น