คิม ยงจุน พนักงานธนาคารชาวเกาหลีใต้ เพิ่งเสียเงินไปกว่า 20 ล้านวอน (ประมาณ 5 แสนบาท) จากการลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เมื่อเดือนที่ผ่านมา เงินจำนวนนี้ไม่ใช่แค่เงินเก็บธรรมดา 

แต่เป็นเงินที่เขาและคู่หมั้นเก็บหอมรอมริบมาด้วยกัน เพื่อนำมาใช้แต่งงานและซื้อบ้าน 

คิม ยงจุน ยอมรับว่า ต้องเร่งทำงานหาเงินมาทดแทนเงินที่สูญไป แต่เพื่อนอีกหลายคนสถานการณ์หนักกว่าเพราะตัดสินใจเทหมดตักทุ่มเงินเก็บทั้งหมดไปกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 

เรื่องราวของเขาสะท้อนความสนใจในเอไอของคนทั่วโลก และสถานการณ์การลงทุนในเกาหลีใต้ที่ทำให้คนวัยทำงานนับล้านต้องเครียด 

โดยหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้เกิดการแกว่งตัวอย่างรุนแรง จนตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลายเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ผันผวนที่สุดในโลกไปแล้วในตอนนี้ 

ย้อนไปเมื่อกลางเดือน ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้นมากกว่าเท่าตัว จนทะลุ 9,000 จุด แต่พอในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ร่วงกราวรูดลงมาเหลือเพียง 5,500 จุด ก่อนจะกระเตื้องกลับมาอยู่ที่ราว 6,800 จุด 

เหล่ากูรูหุ้นระบุว่า นี่คือความผันผวนของหุ้นที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง เทียบได้กับช่วงวิกฤตโควิดเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ และวิกฤตการเงินเอเชียช่วงปลายยุค 90 

ความผันผวนดังกล่าว สาเหตุหลักมาจากความกังวลว่า มีการทุ่มเงินลงทุนในเอไอมากเกินไปจนเกิดภาวะฟองสบู่ 

บีบีซี สื่อดังของอังกฤษที่สนใจเรื่องนี้เช่นกัน รายงานว่า เมื่อปลายมิถุนายนที่ผ่านมา มีนักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้ มากมายที่มีปัญหาการเงินจากความผันผวนของตลาดหุ้น 

เช่น พัค ชานยอง นักการตลาดที่เคยได้กำไรมากกว่า 1,000% จากหุ้น เอ็นวิเดีย ในสหรัฐฯ จึงตัดสินใจนำกำไรทั้งหมดมาต่อยอดซื้อหุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ 

แต่กลับขาดทุนไปกว่า 14 ล้านวอน (ประมาณ 3.5 แสนบาท) ทำให้แผนการลาออกจากงานในเดือนตุลาคมเพื่อไปเปิดธุรกิจส่วนตัวต้องเลื่อนไปแบบไม่กี่กำหนด

ปัญหาเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นกับกลุ่มวัยเรียนที่ทำงานแล้วนำเงินมาซื้อหุ้น เพราะไม่อยากพลาดเรื่องที่กำลังอยู่ในกระแส (FOMO) เช่นกรณีของ อี ซูมิน นักศึกษาวัย 20 ปี 

ปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก คือการที่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากใช้ การกู้ยืมเงินมาลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น หรือ Leverage 

โดยเมื่อราคาหุ้นร่วงลงเกินระดับที่กำหนด โบรกเกอร์จะเรียกให้ส่งเงินประกันเพิ่มหรือบังคับขายหุ้นทิ้งเพื่อชดใช้หนี้ หรือ Margin Call 

เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีบัญชีนักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้โดน มาร์จิน คอลล์ ไปแล้วกว่า 1.2 ล้านบัญชี หรือคิดเป็น 1 ใน 30 ของวัยทำงานทั้งประเทศ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่กระจุกตัวสูงอย่างเกาหลีใต้มีความเสี่ยงแตกต่างจากตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ หรือญี่ปุ่น ที่มีความหลากหลายของอุตสาหกรรมมากกว่า 

ดังนั้น จึงไม่ควรทุ่มลงทุนในหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเกินไป แล้วหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นมาเอง 

อี กาอน คู่หมั้นสาวของ คิม ยงจุน กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้จะยังมีความหวังว่าตลาดจะฟื้นตัว แต่นี่ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนสติครั้งใหญ่ และบทเรียนราคาแพงของตนและคู่หมั้น  

ทั้งในเรื่องการลงทุนและชีวิตคู่ ว่าไม่ควรประมาทและควรวางแผนการเงินให้รอบคอบกว่านี้ / bbc