ตลอดช่วงต้นกันยายนที่ผ่านมาวงการเอไอเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว หลังทุกค่ายต่างอัปเดตและเปิดตัวเอไอ โมเดลใหม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน
เริ่มด้วยแอนโธรปิกอัปเดตโมเดล เฟเบิล และ ไมธอส จากนั้นเมต้ากับกูเกิลก็อัปเดตเอไอของตัวเอง โดยมี โอเพนเอไอ ที่ไม่น้อยหน้าด้วยการเปิดตัว จีพีที-ซิกส์ แอสตรา
ขณะที่ มหาวิทยาลัยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ได้เปิดตัวโมเดลโอเพนซอร์สตระกูล เคทู ฮอไรซัน ตอกย้ำว่างานวิจัยเอไอกระจายไปทั่วโลก
ส่วนบริษัท “ยักษ์ชิป” อย่างเอ็นวิเดียก็ไม่ตกขบวน ด้วยการเข้าซื้อกิจการ ฮักกิง เฟซ แพลตฟอร์ม เอไอ โอเพนซอร์สชื่อดัง
แซม อัลต์แมน ซีอีโอ โอเพนเอไอ กล่าวว่า วงการเอไอกำลังหมุนด้วยจังหวะที่เร็วขึ้น เพราะทุกค่ายกลับมาลุยงานเต็มที่หลังจบช่วงวันหยุดฤดูร้อน
ทว่าการอัปเดตติดๆ กัน จนแทบเหมือนนัดกันมานี้ ได้สร้างความปั่นป่วนให้ผู้ใช้และองค์กรธุรกิจอย่างมาก
จิน ลู่ ซีอีโอของ รันพอด หนึ่งในสตาร์ทอัพด้านเอไอกล่าวว่า นี่คือ Model Fatigue หรือความล้าจากการต้องตามอัปเดตโมเดลเอไอ

ที่ทุกค่ายต่างถูกบีบให้อัปเดตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จนมีบางค่ายปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากโมเดลเดิม เพื่อไม่ให้ถูกลืมและไม่ตกเทรนด์
นักวิชาการด้านเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส วิเคราะห์เรื่องนี้ว่า บริษัทเทคโนโลยีและค่ายเอไอกำลังแย่งเงินในกระเป๋า (Share-of-wallet) จากสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของเงิน
ที่ลูกค้าใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการในหมวดหมู่หนึ่งๆ เพื่อประกาศว่าทางบริษัทก็พัฒนาได้ไวไม่แพ้ใคร
โดยเฉพาะ แอนโธรปิก และ โอเพนเอไอ ที่ต้องเร่งสร้างผลงานก่อนเข้าทำไอพีโอ และต่างก็ได้รับการประเมินว่าจะเป็นไอพีโอใหญ่ ทั้งเรื่องมูลค่าและนัยสำคัญต่อวงการเอไอ
ด้าน การ์ตเนอร์ บริษัทที่ปรึกษาและเก็บข้อมูลการตลาดในวงการเทคโนโลยี คาดว่าในปี 2026 เงินจะสะพัดในวงการเอไอทั่วโลก 2.59 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 85 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 47% จากปี 2025
โดยในจำนวนนี้ 1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 32 ล้านล้านบาท) จะสะพัดอยู่ที่การซื้อซอฟต์แวร์ โมเดล ระบบความปลอดภัย และค่าสมาชิกรายเดือน
ขณะที่ โนอาห์ ฟาโร ประธานฝ่ายเทคโนโลยีของ ฟาร์ไซท์ สตาร์ทอัพด้านเอไอการเงิน มองว่า ความเคลื่อนไหวด้านเอไอครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเป็นเพียง การปรับปรุงโมเดลเดิม (Point Releases)
ไม่ใช่การสร้างโมเดลใหม่ทั้งหมดเหมือนตอน แอนโธรปิก ปล่อย เฟเบิล 5 เมื่อมิถุนายน หรือ มูนช็อต เอไอ จากจีนที่ปล่อย คิมิ เคทรี ในเดือนต่อมา
อย่างไรก็ตาม ซูเรช วาสุเดวัน ซีอีโอของสตาร์ทอัพ เอไออีกแห่งอย่าง คล็อกเวิร์ก ซิสเต็มส์ กล่าวว่า แม้จะเป็นการอัปเดตย่อยแต่ก็มีนัยสำคัญ
เพราะเป็นการสะท้อนว่าเทคโนโลยีกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด จนยากจะแยกออกว่าเวอร์ชันไหนเก่งกว่ากัน และสร้างความลำบากให้บริษัทสตาร์ทอัพในการคัดเลือกโมเดลมาทดสอบใช้งานจริงอย่างมาก
ขณะที่ผู้ใช้งานและบริษัทต่างๆ ก็ต้องตามให้ทัน จนกล่าวได้ว่า ค วามล้าจากการตามอัปเดตโมเดลเอไอนี้ ต่อไปอาจกลายเป็นเรื่องปกติ และต้องทำตัวให้ชิน

ไม่ต่างจากการอัปเดตเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟน ที่คนทั่วโลกมองเป็นเรื่องปกติมานานแล้ว / cnbc
