ท่ามกลางตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยมูลค่ากว่า 2.3 หมื่นล้านบาทที่อยู่ในสภาวะอิ่มตัวและเผชิญความผันผวนของต้นทุน ‘ไวไว’ ในวัย 54 ปี เดินเกมรุกครั้งใหญ่ ส่ง ‘Waiwai WOW’ เข้าเขย่าเซกเมนต์พรีเมียม ชูจุดขายรสชาติใหม่ในราคาเข้าถึงง่ายเพียง 11 บาท หวังชิงส่วนแบ่ง 25% และสร้างฐานแฟนคลับกลุ่มคนรุ่นใหม่

สมรภูมิเส้นเดือด 2 หมื่นล้าน

Waiwai WOW เจาะกลุ่มวัยทีน ชิงส่วนแบ่งบะหมี่พรีเมียม

ปี ค.ศ. มูลค่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทย เฉพาะกลุ่มพรีเมียม
2023 22,432 1,822
2024 22,779 2,278
2025 23,126 3,037
ส่วนแบ่งตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
มาม่า 50% ไวไว 23% ยำยำ 15% แบรนด์อื่น ๆ 12%
ที่มา : Marketeer รวบรวม อ้างอิงนีลเส็นและการคาดการณ์ของแบรนด์กลุ่มผู้นำตลาด, มีนาคม 2026

เส้นทางกว่า 54 ปีของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทย ผ่านการปรับตัวครั้งสำคัญถึง 3 ยุค 

เริ่มตั้งแต่ ยุคบุกเบิก ที่ต้องฝ่าความท้าทายในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้ยอมรับนวัตกรรมอาหารในราคาซองละ 2 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับก๋วยเตี๋ยวปรุงสดในสมัยนั้น 

ต่อมาใน ยุคทองของโมเดิร์นเทรด ตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายตัวของห้างค้าส่งและร้านสะดวกซื้อที่ช่วยให้สินค้ากระจายตัวได้อย่างทั่วถึง จนเกิดการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้เล่นในตลาด 

ก่อนเข้าสู่ ยุคดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย ในปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็ว กลายเป็นตัวกำหนดเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง บีบให้แบรนด์ต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความแปลกใหม่และรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าที่ส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อในหลายภูมิภาคชะลอตัวลง รวมถึงต้องรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างแป้ง น้ำมัน และเม็ดพลาสติกที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์โลก 

ซึ่งหากประเมินทิศทางและการเติบโตในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมาจนถึงปี 2026 พบว่าภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังคงเติบโตได้แต่อยู่ในระดับที่จำกัด โดยกลุ่มแมส (ราคา 7 บาท) มีการเติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียว 

ในด้านปริมาณการบริโภคก็เริ่มมีแนวโน้มทรงตัวและลดลง โดยอัตราการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของคนไทย อยู่ในจุดอิ่มตัว เฉลี่ยประมาณ 54 ซองต่อคนต่อปี ผู้ผลิตจึงต้องปรับกลยุทธ์จากการพึ่งพาเพียงสินค้าเดิม มาเป็นการสร้างสรรค์รสชาติใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นการทดลองและดึงดูดความสนใจ ควบคู่ไปกับการรักษาฐานแฟนคลับกลุ่มเดิมให้เหนียวแน่น 

ด้านทิศทางของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลุ่มพรีเมียมกลับทวีความดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเข้ามาแข่งขันของแบรนด์จากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ได้รับอิทธิพลจากซีรีส์และคอนเทนต์ต่างชาติ

แต่ถึงกระนั้น ผู้นำตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มพรีเมียมปัจจุบันก็ยังคงเป็นแบรนด์ในประเทศ อย่าง มาม่า โอเค (Mama OK) ที่ประสบความสำเร็จจากการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง

โดยตอนนี้ ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลุ่มพรีเมียมสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 10% ของมูลค่าตลาดรวม มีการเติบโตในระดับเลขสองหลักตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

ทว่าตลาดกลุ่มพรีเมียมก็ยังมีความละเอียดอ่อนต่อสภาวะเศรษฐกิจ การเกิดวิกฤตหรือต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้น เช่น ราคาน้ำมันแพง ผู้บริโภคอาจรัดเข็มขัดและหันไปบริโภคบะหมี่กลุ่มแมสเพื่อความประหยัดและคุ้มค่ามากกว่า จึงมองการเติบโตในปีนี้ จะชะลอตัวลงเหลือเลขหลักเดียว

คุณยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด กล่าวว่า จากทิศทางและศักยภาพของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทในฐานนะผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “ไวไว” ที่อยู่เคียงคู่คนไทยมาตลอด 54 ปี จึงเดินหน้ากลยุทธ์จัดพอร์ตโฟลิโอแบรนด์เพื่อเจาะเป้าหมายภายใต้วิสัยทัศน์ “ทุกวัยมีไวไว” เพื่อให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์และทุกช่วงวัยผ่านแบรนด์ ไวไว (ออริจินัล), ควิกแสบ, ซือดะ, นู๊ดดี้, รสเด็ด, ไวไว กรีน และแบรนด์พรีเมียมอย่าง ไวไว ว้าว (Waiwai WOW) 

แผนงานหลังจากนี้ ไวไวยังคงให้ความสำคัญกับตลาดกลุ่มแมสเพื่อรักษาฐานส่วนแบ่งทางการตลาด ควบคู่ไปกับการรุกตลาดพรีเมียมเพื่อรักษามาร์จิน โดยมุ่งหวังให้ไวไวเป็นมากกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่เป็นแบรนด์อาหารที่สร้างสรรค์นวัตกรรมและรสชาติใหม่ ๆ สู่อนาคต

หากย้อนกลับไปเมื่อราว 17 ปีก่อน บริษัทเคยทดลองลงสนามตลาดพรีเมียมมาแล้วผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง ไวไว รสหมูแดงฮ่องกง และ ควิกแสบ รสกิมจิชิเก แต่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนักเนื่องจากตลาดยังไม่พร้อม 

จนกระทั่งในช่วงกลางปี 2025 บริษัทได้กลับมารุกตลาดนี้แบบเต็มตัวอีกครั้งด้วยการส่ง ไวไว ว้าว นำร่อง 2 รสชาติ ได้แก่ รสโคเรี่ยน สไปซี่ซีฟู้ด และรสแกงกะหรี่ญี่ปุ่นชีส ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี 

และล่าสุดในงานฉลองครบรอบ 54 ปี บริษัทยังได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในตลาดนี้ด้วยการเปิดตัว ไวไว ว้าว อีก 3 รสชาติใหม่ คือ รสกระดูกหมูพริกไทยดำ, รสหมูผัดยี่หร่า และรสไก่กรอบซอสเผ็ด 

เป้าหมายสำคัญคือการผลักดัน ไวไว ว้าว ให้สามารถคว้าส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มพรีเมียมได้ถึง 20-25% ภายในระยะเวลา 3-5 ปี 

บริษัทได้วางตำแหน่งของ ไวไว ว้าว ให้แตกต่างเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับเจ้าตลาด โดยเลือกที่จะเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่า หรือการโฟกัสไปที่กลุ่มนักเรียนชั้นประถมปลายถึงมัธยมต้น พร้อมชูจุดเด่นด้านความคุ้มค่าด้วยการวางราคาจำหน่ายเพียงซองละ 11 บาท ผสมผสานกับการทำกิจกรรมการตลาดที่เน้นความสนุกสนานตรงใจเยาวชน เพื่อสร้างความผูกพันและปูทางให้แบรนด์เติบโตควบคู่ไปกับผู้บริโภครุ่นใหม่ในระยะยาว