ท่ามกลางความผันผวนของภูมิภาคตะวันออกกลาง ดูไบมักถูกจดจำในฐานะสวรรค์บนดินที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าระยิบระยับ ไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา และความปลอดภัยที่สามารถไว้วางใจได้ 

นครรัฐแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่สร้างขึ้นจากความไว้วางใจของนักลงทุนและชาวต่างชาติทั่วโลกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์ความสงบสุขกำลังเผชิญกับบททดสอบที่ท้าทายที่สุด เมื่อสงครามในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ กับอิหร่านลามเข้ามา และยูเออีกับดูไบก็ตกเป็นเป้าโจมตีของอิหร่าน 

เหตุการณ์ระทึกขวัญเริ่มต้นขึ้นในช่วงค่ำของคืนหนึ่ง โดยสเตฟานี เบเกอร์ ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชาวอังกฤษ เล่าถึงนาทีที่เธอและกลุ่มเพื่อนกำลังฉลองวันเกิดในย่าน Palm Jumeirah แต่จู่ๆ ท้องฟ้ายามค่ำคืนก็ถูกขีดผ่านด้วยวัตถุประหลาด จากนั้นเศษซากจากการถูกสกัดกั้นได้ร่วงลงกระแทกโรงแรมหรูระดับห้าดาวฝั่งตรงข้ามที่เธอยืนอยู่ 

เธอยอมรับว่าตัวเองและเพื่อนกลัวมาก เพราะการได้เห็นภาพแบบนั้นในที่ที่เคยรู้สึกว่าปลอดภัยที่สุดในภูมิภาคมันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ 

ข้อมูลจากทางการยูเออีเผยให้เห็นถึงสเกลการโจมตีที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องตลอด 2 สัปดาห์ โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศต้องรับมือกับขีปนาวุธนำวิถีถึง 285 ลูก ขีปนาวุธร่อน 15 ลูก และโดรนโจมตีอีกกว่า 1,500 ลำ 

แม้ว่าทางการจะยืนยันว่าสามารถสกัดกั้นเป้าหมายได้มากกว่า 90% แต่เศษซากที่ร่วงหล่นลงมาในย่านที่พักอาศัยและใกล้สนามบินนานาชาติดูไบก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วเมือง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตไป 6 ราย และผู้บาดเจ็บอีกกว่าร้อยคน ซึ่งถือเป็นความสูญเสียที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นบ่อยนักในดินแดนแห่งนี้ 

เพื่อรับมือกับวิกฤตที่ลุกลาม รัฐบาลยูเออีได้ยกระดับการป้องกันน่านฟ้าด้วยระบบสกัดกั้นหลายชั้น ทั้งระบบ THAAD และ Patriot ของสหรัฐฯ รวมถึงระบบ “Cheongung-II” จากเกาหลีใต้ที่มีรายงานประสิทธิภาพการสกัดกั้นสูงถึง 96%

มาตรการดังกล่าวทำควบคู่ไปกับการสื่อสารเชิงรุกผ่านระบบแจ้งเตือนภัยบนมือถือแบบ Real-time และการบังคับใช้กฎหมายไซเบอร์ขั้นเด็ดขาดเพื่อควบคุมการแพร่กระจายข่าวลือหรือวิดีโอเหตุการณ์ที่อาจสร้างความตื่นตระหนกและกระทบต่อภาพลักษณ์ความมั่นคงของประเทศ 

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดที่สุดคือด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยสนามบินนานาชาติดูไบซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่หนาแน่นที่สุดในโลกต้องเผชิญกับการยกเลิกเที่ยวบินนับพันเที่ยว ซึ่งกระทบต่อเนื่องไปยังภาคโรงแรมที่เคยเต็มพิกัดในช่วงก่อนฤดูร้อน

นักท่องเที่ยวจำนวนมากยกเลิกการจองห้องพักยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้โรงแรมหรูหลายแห่งต้องยอมลดราคาห้องพักลงอย่างมหาศาลเพื่อดึงดูดผู้เข้าพัก 

นาอิม มาดัด ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจโรงแรมรายใหญ่ ยอมรับว่า เมื่อไตรมาสแรกเริ่มต้นด้วยความยากลำบาก ช่วงเวลาที่เหลือของปีก็กลายเป็นการวิ่งแข่งเพื่อความอยู่รอด 

ในมิติทางเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาภาคการท่องเที่ยวทันที โดยประสานงานให้โรงแรมต่างๆ ขยายระยะเวลาเข้าพักและสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านที่พักแก่เหล่านักท่องเที่ยวที่ตกค้างจากการระงับเที่ยวบินชั่วคราว ณ สนามบินดูไบ 

พร้อมทั้งเร่งเจรจากับภาคธุรกิจเพื่อรักษาห่วงโซ่อุปทานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งสัญญาณให้นักลงทุนและชาวต่างชาติมั่นใจว่าดูไบยังคงเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมและพร้อมปกป้องผู้อยู่อาศัยทุกคนอย่างเต็มกำลัง 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงระเบิดและการแจ้งเตือนบนมือถือที่ดังขึ้นเป็นระยะ สิ่งที่น่าสนใจคือทัศนคติของผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติที่มีถึง 90% ของประชากรทั้งหมด แม้จะมีบางส่วนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศด้วยความวิตกกังวล 

แต่ส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะอยู่ต่อด้วยความเชื่อมั่นในมาตรการรับมือของรัฐบาลและความจำเป็นเรื่องหน้าที่การงาน ประกอบกับได้พาครอบครัวมาลงหลักปักฐานในดูไบแล้ว 

สำหรับแรงงานระดับรากหญ้า ส่วนใหญ่ก็ยังเลือกอยู่ต่อเช่นกัน เช่นในกรณีของฮัมซา พนักงานส่งของชาวปากีสถานที่กล่าวว่า สงครามไม่ได้เปลี่ยนตารางงานของเขา เพราะหยุดงานไม่ได้ และครอบครัวที่บ้านเกิดต้องพึ่งพาเงินจากงานที่นี่ ดังนั้นจึงไม่ขออยู่เฉยๆ เพราะความกลัว 

คำพูดของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความจริงอันโหดร้ายภายใต้ภาพลักษณ์อันเงางามของเมืองที่แรงงานต่างชาติคือฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนทุกอย่าง

สงครามตะวันออกกลางทำให้อนาคตของดูไบดูเหมือนจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ 

นักวิเคราะห์จะมองว่าในระยะยาวดูไบยังคงมีแต้มต่อด้านโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้งที่ยอดเยี่ยมจนยากจะหาเมืองอื่นมาทดแทนได้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นการสะท้อนว่า เมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ทุกส่วนของภูมิภาคย่อมได้รับผลกระทบ ซึ่งก็รวมถึงดูไบด้วย 

ดังนั้นการที่ดูไบจะกลับมาผงาดได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงความสามารถในการสกัดกั้นอาวุธบนน่านฟ้าเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการความเชื่อมั่นท่ามกลางวิกฤตที่ไม่มีใครรู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด เพื่อพิสูจน์ว่า “ความยืดหยุ่นและการฟื้นตัว” คือจิตวิญญาณที่แท้จริงของเมืองแห่งนี้อย่างที่เคยเป็นมาในอดีต / bbc