ถอดมุมมองเทรนด์เสพสื่อวิดีโอยุคดิจิทัล พร้อมการสร้างสรรค์คอนเทนต์ยาวผ่านกลยุทธ์คอลแลบบอเรชันจาก 5 ท็อปครีเอเตอร์ และการยกระดับศักยภาพเครือข่ายโทรคมนาคมสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในแคมเปญ ‘ทรู ดู MARATHON’

งานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ ‘ทรู ดู MARATHON’ คือเวทีที่นำเสนอความร่วมมือระหว่าง ทรู คอร์ปอเรชั่น และ YouTube เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 21 ปีของการก่อตั้งยูทูบ ด้วยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ยาวพิเศษต่อเนื่อง 21 ชั่วโมง
ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารและตัวแทนคนสำคัญ ได้แก่ คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), คุณวีเวเก เอลิซาเบธ เรย์เมิร์ต หัวหน้าฝ่ายบริการดิจิทัล กลุ่มลูกค้าธุรกิจบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ คุณมุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจ YouTube ประเทศไทย และเวียดนาม
พร้อมด้วย 5 ท็อปครีเอเตอร์แถวหน้าของไทยอย่าง เทพลีลา, รับทราบ, เสือร้องไห้, Go Went Go และ OHANA มาร่วมกันแบ่งปันมุมมองและเบื้องหลังโปรเจกต์นี้
ปรากฏการณ์ก้าวข้ามขีดจำกัดความเร็ว สู่การยกระดับคุณภาพชีวิต
ในยุคที่เกณฑ์การแข่งขันของธุรกิจโทรคมนาคมไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเร็วอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว โลกแห่งการเชื่อมต่อต้องถูกขับเคลื่อนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตและระบบเศรษฐกิจ
ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะ Tech Ecosystem และโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตดิจิทัล มองเห็นว่าคนไทยได้เปลี่ยนบทบาทจากเพียงแค่ผู้บริโภคมาเป็นผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์บนยูทูบ
ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้มอบแค่ความบันเทิง แต่กลายเป็นโอกาสและอาชีพของคนรุ่นใหม่ ดังนั้นการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมจึงต้องเปิดโอกาสและเพิ่มมูลค่าให้กับชีวิตของผู้คนให้ได้มากที่สุด
กลยุทธ์เครือข่ายอัจฉริยะและแพ็กเกจเจาะจงไลฟ์สไตล์ โดย ทรู คอร์ปอเรชั่น
ในขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคมีความหลากหลายและใช้เวลารับชมยูทูบยาวนานขึ้น ทรูจึงเลือกที่จะตอบสนองด้วยการผสานเครือข่าย True5G เข้ากับสิทธิพิเศษอย่าง YouTube Premium เพื่อให้การรับชมไร้โฆษณาคั่นและต่อเนื่องที่สุด
ทรูไม่ได้เพียงแค่นำเสนอแพ็กเกจเหมารวม แต่ใช้วิธีออกแบบแพ็กเกจพิเศษที่เจาะจงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ทำให้เครือข่ายไม่ได้เป็นแค่ท่อส่งสัญญาณ แต่เป็นผู้ร่วมสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ชมในทุกวัน

| คลิปสั้นพามา แต่คลิปยาวรั้งไว้
พลวัตใหม่ของพฤติกรรมเสพสื่อวิดีโอ คนอาเซียนยุคดิจิทัล |
|||
| หมวดหมู่แพลตฟอร์มวิดีโอ | แพลตฟอร์ม | การเข้าถึงผู้บริโภคในทุก ๆ วัน เมื่อเทียบกับสัดส่วนเฉลี่ยประชากรที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ไทย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย* | เวลาใช้งานเฉลี่ยต่อวัน |
| วิดีโอทั่วไป | ยูทูบ | 88% | 70 – 85 นาที |
| วิดีโอสั้น | ติ๊กต็อก | 78% | 75 – 90 นาที |
| เฟซบุ๊ก รีลส์ | 76% | 15 – 20 นาทีต่อวัน | |
| อินสตาแกรม รีลส์ | 58% | 15 – 25 นาทีต่อวัน | |
| 4 อันดับแรก
กลุ่มสตรีมมิง |
เน็ตฟลิกซ์ | 48% | N/A |
| แอมะซอน ไพรม์ วิดีโอ | 21% | N/A | |
| ดิสนีย์พลัส | 20% | N/A | |
| อ้ายฉีอี้ | 19% | N/A | |
| *หมายเหตุ: สัดส่วนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากร หากเจาะจงรายประเทศ
ไทย 94.7%, เวียดนาม 84.2%, ฟิลิปปินส์ 83.8%, อินโดนีเซีย 80.5% |
|||
| ที่มา: DataReportal, We Are Social, Meltwater, Sensor Tower, Media Partners Asia (MPA) / สิงหาคม 2569 | |||
คลิปสั้นพามา แต่คลิปยาวรั้งไว้
ในยุคที่เทรนด์การทำคอนเทนต์มีกระแสให้ครีเอเตอร์หันไปทำวิดีโอสั้นกันเป็นจำนวนมาก และมีความเชื่อว่าสมาธิของคนดูจำกัดอยู่ที่ 20 นาทีจนต้องใช้วิธีซอยคลิปแบ่งเป็นพาร์ท
แต่กลุ่มท็อปครีเอเตอร์กลับเลือกที่จะสวนกระแสด้วยการยืนหยัดทำคอนเทนต์ขนาดยาวอย่างต่อเนื่อง
แพลตฟอร์มยูทูบเองก็มีรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่วิดีโอสั้นอย่าง YouTube Shorts ความยาว 15 วินาที วิดีโอยาว 15 นาที พอดแคสต์ 1 ชั่วโมง ไปจนถึงการไลฟ์สตรีมสด 3 ชั่วโมง
เสน่ห์ที่แท้จริงของคอนเทนต์ขนาดยาวคือการเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สามารถออกแบบไดนามิกและอารมณ์ของเรื่องราวได้อย่างหลากหลาย
การเล่าเรื่องไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่แค่รสชาติเดียวหรืออารมณ์เดียวเหมือนในคลิปสั้น แต่ครีเอเตอร์สามารถบิลด์ความรู้สึกของคนดูไปตามทิศทางที่ต้องการแล้วจึงค่อยหักมุม ซึ่งทำให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหาได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ คอนเทนต์ยาวยังเปิดพื้นที่ให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารได้ครบถ้วน สามารถเป็นการต่อยอดหรือขยายความจากสรุปในวิดีโอสั้น และยังเป็นพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ได้ปล่อยของสร้างสรรค์งานตามที่อยากทำ
ข้อมูลพฤติกรรมการรับชมในปัจจุบันยังตอกย้ำด้วยว่า การรับชมคอนเทนต์ผ่านสมาร์ททีวี หรือกลุ่มผู้ชมที่เรียกว่าการนั่งเอนหลังดูคอนเทนต์ยาว ๆ บนโซฟานั้นเกิดขึ้นจริง
ยูทูบถือเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมนี้ได้อย่างครอบคลุมที่สุดในปัจจุบัน
แคมเปญ 21 ชั่วโมงมาราธอน โดย 5 ท็อปครีเอเตอร์ไทย
แทนที่จะสร้างคอนเทนต์แยกกันตามปกติ ท็อปครีเอเตอร์ทั้ง 5 ช่อง กลับเลือกที่จะมารวมตัวกันสร้างสรรค์คอนเทนต์ขนาดยาวพิเศษต่อเนื่องกัน 21 ชั่วโมง โดยแต่ละช่องรับผิดชอบเนื้อหาช่องละประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า
คอนเทนต์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการตัดคลิปมาต่อกัน แต่ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวอย่างแยบยลและมีกิมมิกหรือจุดเชื่อมโยงถึงกันประหนึ่งอยู่ในจักรวาลเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น ช่อง Go Went Go ที่ถนัดการเล่าเรื่องราวเชิงลึก ได้เลือกนำเสนอคอนเทนต์การท่องเที่ยวแบบ Dark Tourist เจาะลึกสถานที่แปลกและลึกลับทั่วโลก เพื่อทำหน้าที่เป็นสารคดีส่งผู้ชมเข้านอนในช่วงชั่วโมงที่ 18 ถึง 21
ในขณะที่ ช่องเสือร้องไห้ เลือกรับคำท้าทายด้วยการตระเวนถ่ายทำร้านอาหารย่านตลาดน้อยและเยาวราชถึง 20 ร้าน เพื่อเสิร์ฟเนื้อหาที่เต็มอิ่ม
ช่องเทพลีลาที่นำรายการยอดฮิตมาขยายจักรวาลให้สนุกเข้มข้นยิ่งขึ้น ตลอดจนการสร้างสีสันความสนุกจากช่อง OHANA และ รับทราบ ที่เข้ามาเติมเต็มแคมเปญนี้ให้สมบูรณ์
ผลลัพธ์ของความทุ่มเทนี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่า คอนเทนต์ที่ยาวและมีคุณภาพสามารถตรึงผู้ชมไว้ได้ และการเล่าเรื่องที่ดีจะช่วยเติมเต็มพลังใจให้กับผู้คนในสังคมได้จริง
ขับเคลื่อนคอมมูนิตี้ด้วยการสนับสนุนจากตัวแพลตฟอร์มเอง
การเติบโตของเศรษฐกิจครีเอเตอร์จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งหากปราศจากการสนับสนุนจากตัวแพลตฟอร์มเอง
ในปัจจุบัน YouTube ให้ความสำคัญกับการซัพพอร์ตครีเอเตอร์เพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างรายได้และดำเนินอาชีพได้อย่างยั่งยืน
สิ่งที่โลกการทำงานสร้างสรรค์ยุคใหม่ต้องการ คือเครื่องมือที่ช่วยทะลายข้อจำกัดด้านรูปแบบ และเพิ่มโอกาสในการขยายปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มแฟนคลับได้อย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น
การสร้างระบบนิเวศครีเอเตอร์ โดย YouTube
เพื่อรักษาคอมมูนิตี้ให้เติบโต YouTube ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นพื้นที่ลงวิดีโอ แต่ได้นำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาผสานในกระบวนการทำงานสร้างสรรค์อย่างมีชั้นเชิง
มีการนำ AI มาช่วยแนะนำไอเดียการทำวิดีโอ ช่วยเขียนสคริปต์ ไปจนถึงการให้ครีเอเตอร์สามารถพิมพ์ถามตอบเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสถิติหลังบ้านเป็นภาษาธรรมชาติเหมือนคุยกับ AI ได้โดยตรง
มากไปกว่านั้น แพลตฟอร์มยังสร้างระบบสนับสนุนรายได้ที่แข็งแกร่งผ่านเครื่องมือ Fan Funding และโปรแกรมพันธมิตรที่จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ครีเอเตอร์ทั่วโลก
การวางระบบนิเวศเช่นนี้ คือการนำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมศักยภาพมนุษย์ โดยให้เครื่องจักรจัดการระบบหลังบ้านที่ซับซ้อน เพื่อให้มนุษย์ได้ใช้ความทะเยอทะยานและแพสชันในการผลิตผลงานอย่างเต็มที่
ทิศทางของการสร้างสรรค์และการสื่อสารยุคใหม่
การสื่อสารในยุคนี้ไม่ใช่แค่การโยนเนื้อหาเข้าสู่แพลตฟอร์มแล้วจบไป แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อระหว่างเทคโนโลยีและศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง
แคมเปญนี้ยังเดินหน้ากิจกรรม ‘ทรู ดู Marathon Cinema Challenge @ Major Cineplex’ ชวนลูกค้าทรูและดีแทคเปิดโหมดดูมาราธอนบนจอยักษ์ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น หาดใหญ่ และเชียงใหม่ พร้อมซ่อนกิมมิกเพื่อร่วมลุ้นของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างแท้จริง
ทรู คอร์ปอเรชั่น และครีเอเตอร์ยุคใหม่ต้องตระหนักว่า เทคโนโลยีเครือข่ายและเครื่องมืออันทันสมัยมีหน้าที่เป็นเพียงสะพานเชื่อม
แต่สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ผู้คนยังคงติดตามและผูกพันกับแบรนด์ คือเนื้อหาที่มีความหมาย สดใหม่ และความสามารถในการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง
แคมเปญทรู ดู MARATHON จึงถือเป็นกรณีศึกษาที่ผสานความบันเทิงเข้ากับวิถีชีวิตดิจิทัลของคนไทยได้อย่างลงตัวและมีคุณภาพ
