ภาพชาวต่างชาติยืนเบียดเสียดกันโดยมีตะกร้าที่ใส่สินค้าอาจจะดูเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแซนด์วิชไข่มายองเนสเนื้อนุ่ม ปังคัตสึแกงกะหรี่ คิทแคทรสชาเขียว และกาแฟกระป๋องแบรนด์ “บอส” อุ่นๆ จากชั้นวางยามเช้าในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่ญี่ปุ่น
หรือคลิปในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชาวต่างชาติกำลังละลานตากับแซนด์วิชสารพัดไส้เมื่อมา 7-Eleven ในไทย กลายเป็นสิ่งที่ชินตาไปแล้ว ตรงข้ามกับในอดีตที่นักท่องเที่ยวจะเข้าร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ตแค่เพื่อซื้อของใช้จำเป็นอย่างยาสีฟันที่หมดไป
นี่คือเทรนด์ Supermarket Tourism ของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเมื่อไปต่างแดน เพื่อหวังช้อปปิ้งประสบการณ์
เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวบางคนที่ยอมเสียเวลาช่วงบ่ายอันร้อนระอุในบาร์เซโลนาเพียงเพื่อเดินตามหาแยมพิสตาชิโอในซูเปอร์มาร์เก็ต Mercadona
หรือยอมจัดกระเป๋าเดินทางใหม่รอบๆ กระปุกผงโรยข้าวสไตล์อเมริกันที่ซื้อจาก Trader Joe’s ในไมอามี จนสามารถกล่าวได้ว่า Supermarket Tourism กลายเป็นส่วนโปรดของทริปที่หลายคนตั้งใจใส่ไว้ในแผนการเดินทางเรียบร้อยแล้ว
รายงานเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2026 ของเครือโรงแรมฮิลตันระบุว่า 77% ของกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวชอบไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตในต่างประเทศ
ขณะที่นิตยสาร คอนเด้ นาสต์ ทราเวลเลอร์ ก็ยกให้ Supermarket Tourism เป็นหนึ่งในเทรนด์ท่องเที่ยวที่น่าจับตามองที่สุดของปี 2026
แบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตในบางประเทศสังเกตเห็นเทรนด์นี้ และนำไปสู่การต่อยอดแล้ว เช่น K-Supermarket ในฟินแลนด์ ที่พัฒนาสาขาดังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ด้วยการนำรังผึ้งมาไว้บนชั้นดาดฟ้าเพื่อผลิตน้ำผึ้งสดๆ
หรือบางสาขามีโซนที่เต็มไปด้วยคราฟต์เบียร์ จนได้ลงในแพลตฟอร์ม Tripadvisor
สื่อดังของอังกฤษอย่างบีบีซี วิเคราะห์เทรนด์นี้ผ่านทัศนะของนักวิชาการว่า เป็นความต้องการไปสัมผัสและเข้าถึงแบบคนท้องถิ่นเมื่อไปเที่ยว และเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไร้การปรุงแต่งของเหล่านักท่องเที่ยว
ตรงข้ามกับการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งนอกจากมีการปรุงแต่ง สร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีและน่าสนใจแล้ว ยังอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มและต้องเข้าชมได้เฉพาะเวลาที่กำหนดไว้อีกด้วย
ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ สเปนซ์ ประจำคณะจิตวิทยามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด อธิบายเทรนด์ Supermarket Tourism เพิ่มว่าคล้ายกับ การที่ไวน์แดงที่เราดื่มตอนพักร้อนช่วงฤดูร้อนรสชาติดีเยี่ยม แต่พอซื้อกลับมาดื่มที่บ้านในคืนฤดูหนาวที่ฝนตก รสชาติกลับไม่ได้ความ
ในซูเปอร์มาร์เก็ต บริบทและบรรยากาศรอบตัวคือสิ่งสำคัญ โดยมันไม่ได้ถูกตัดสินด้วยรสชาติเพียงอย่างเดียว
เพราะบรรยากาศ ความแปลกใหม่ และสภาพแวดล้อมล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชิมอาหาร มันคือความสุขที่ทุกคนเข้าถึงได้
ไม่จำเป็นต้องมีงบมหาศาลเพื่อกินร้านมิชลินหรือทัวร์ชิมอาหารราคาแพง แค่เงินไม่มากก็สามารถซื้อขนม เครื่องดื่ม และอาหารแปลกใหม่ได้เต็มตะกร้าแล้ว
เคต ไนติงเกล นักจิตวิทยาอีกคน กล่าวเสริมว่าเทรนด์นี้สะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ซึ่งมองหาช่วงเวลาที่สัมผัสได้จริง มีส่วนร่วม และเข้าถึงง่าย จากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีรูปแบบชั้นวางคล้ายกันทั่วโลก
ดังนั้นทุกคนรู้วิธีหยิบตะกร้า เดินเลือกของ และเข้าคิว ความคุ้นเคยในเชิงโครงสร้างนี้ช่วยให้สมองของเราผ่อนคลาย และเปิดรับการสำรวจสิ่งใหม่ๆ รอบตัวได้อย่างเต็มที่ แม้สินค้าของแต่ละประเทศจะต่างออกไปก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เทรนด์ Supermarket Tourism ก็มีจุดที่ต้องระวัง โดยเฉพาะเมื่อเริ่มสูญเสียความเป็นธรรมชาติ และมีความแออัดหรือวุ่นวายมากเกินไป
เช่น ร้านสะดวกซื้อ Lawson ในเมืองคาวากูจิโกะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกนักท่องเที่ยวแห่ไปถ่ายรูปวิวภูเขาไฟฟูจิจนแน่นขนัด จนฝ่ายปกครองท้องถิ่นต้องจัดเจ้าหน้าที่มาควบคุม และทำราวกั้น
สุดท้ายต้องติดฉากกั้นสีดำขนาดใหญ่ ถือเป็นอุทาหรณ์และข่าวใหญ่ไปทั่วโลกสะท้อนปัญหาการท่องเที่ยวที่ล้นเกินจนเมืองช้ำ (Overtourism) เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ / bbc
