นักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงสำคัญต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น รวมถึงการเติบโตของธุรกิจต่างๆ ในประเทศ ล่าสุดความจริงข้อนี้ถูกย้ำอีกครั้งผ่านรายงานของวงการร้านสะดวกซื้อ 

สมาคมแฟรนไชส์แห่งญี่ปุ่น (JFA) เปิดเผยว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดขายรวมจาก 7 ร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย 7-Eleven, FamilyMart, Lawson, Ministop, Daily Yamazaki, Seicomart และ NewDays เพิ่มขึ้นเป็น 12.06 ล้านล้านเยน (ประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท) 

ตัวเลขดังกล่าวมีนัยสำคัญนั่นคือ เพิ่มจากปีก่อน 2.2% และยังเป็นการทำลายสถิติต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 อีกด้วย 

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากหลายปัจจัย โดยปัจจัยหลักคือ บรรดาทัพนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2025 ที่ต่างก็เข้าร้านสะดวกซื้อเมื่อมาญี่ปุ่น ทั้งเพื่อซื้อสินค้าจำเป็น อาหาร-เครื่องดื่ม และของใช้เบ็ดเตล็ดต่างๆ 

ส่วนปัจจัยรองลงๆ มาคือ กระแสตอบรับที่ดีของสินค้าพรีเมียมที่ร้านสะดวกซื้อแต่ละแบรนด์ทำออกมา เช่น ถุงเท้าลายแถบตามสีแบรนด์ของ 7-Eleven, FamilyMart และ Lawson จนนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างพากันไปหาซื้อ ประกอบกับการที่สินค้าที่มีการจับมือกับแบรนด์ดังๆ และอนิเมะทำยอดขายได้ดี 

รวมไปถึงกลยุทธ์ในการรั้งลูกค้าให้อยู่ในร้านนานขึ้นเพื่อทดแทนชั้นวางสินค้าบางอย่างที่หายไปตามยุคสมัย เช่น การที่ FamilyMart ทยอยนำตู้คีบตุ๊กตามาแทนชั้นวางหนังสือ โดยมีอีเวนต์ใหญ่ในปี 2025 อย่าง World Expo ที่โอซาก้า เป็นแรงหนุน 

JFA ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยอดการซื้อเฉลี่ยของลูกค้าแต่ละคนเมื่อเข้าร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 737 เยน (ประมาณ 170 บาท) เพิ่มมากขึ้น 2.5% ส่วนยอดลูกค้าที่เข้าร้านตลอดทั้งปีกลับอยู่ที่ 16,340 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยที่ 0.2% 

นี่ถือเป็นการสะท้อนว่า ลูกค้าน้อยลง ทว่ายอดการซื้อเฉลี่ยของแต่ละคนเพิ่มขึ้น และแต่ละคนยอมจ่ายแพง เพราะต่างก็ยอมรับในคุณภาพของสินค้าที่วางขายอยู่ในร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นนั่นเอง 

จากทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า แม้ปี 2025 ธุรกิจร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า “คอนบินิ” จะเผชิญความท้าทายจากปัญหาอัตราการเกิดต่ำ-ประชากรสูงอายุมาก และการหวังฮุบกิจการของบริษัทต่างชาติ เช่นในกรณีของ 7-Eleven ซึ่งในที่สุดก็ล่มไป แต่บรรดา “คอนบินิ” ก็เดินหน้าปรับตัว จนสามารถกู้สถานการณ์ได้สำเร็จ 

ส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เชื่อมโยงกับร้านสะดวกซื้อยังคงคึกคัก โดยปี 2025 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่กว่า 42 ล้านคน เพิ่มจาก 37 ล้านคน ซึ่งนอกจากมากเป็นสถิติใหม่แล้ว ยังทำให้เกิดความมั่นใจว่า เป้าหมาย 60 ล้านคนที่ตั้งไว้ในปี 2030 จะเป็นความจริง แม้ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกับจีน ทำให้ปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ นักท่องเที่ยวจากจีนที่มากเป็นอันดับ 1 มานาน จะลดลงไปพอสมควรก็ตาม

ทว่าจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามานี้ ญี่ปุ่นก็ต้องบริหารจัดการให้เพื่อให้ปัญหาการท่องเที่ยวล้นเกิน (Overtourism) ก่อปัญหาไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน / japantoday