แอปเปิลกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งในปีนี้ จากการเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรก นี่ทำให้มีประเด็นผุดขึ้นมาทันที

นั่นคือกระแสตอบรับและยอดขายของ ไอโฟน ดูโอ โดยแม้เรียกเสียงฮือฮาได้พอสมควร ตามสื่อและโลกโซเชียลทั่วโลก ขณะที่หลังเปิดตัวก็ดันหุ้นของแอปเปิลขึ้นมา 3%
แต่ในจีนกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม โดยกระแสตอบรับต่อไอโฟนรุ่นนี้ ในจีนค่อนข้างเงียบเหงา
เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่เน้นเปรียบเทียบเรื่องความคุ้มค่าด้านราคากับคู่แข่งเจ้าถิ่น มากกว่าจะตื่นเต้นกับตัวนวัตกรรม
ผู้ใช้รายหนึ่งบนวีแชต แสดงความคิดเห็นว่า “ให้รุ่นที่ 2 มาในปีหน้าค่อยซื้อ” ส่วนอีกคนกล่าวว่า “ทั้งที่มีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่าแต่ชาวจีนต้องจ่ายแพงกว่าคนอเมริกัน เพื่อซื้อสมาร์ตโฟนรุ่นนี้”
ความคิดเห็นดังกล่าวซึ่งสื่อธุรกิจ-เศรษฐกิจชื่อดังของสหรัฐฯ อย่าง ซีเอ็นบีซี นำมารายงาน เป็นการสะท้อนว่า สหรัฐฯ และแอปเปิล ให้ความสนใจความเคลื่อนไหวในจีน
ซึ่งก็สืบเนื่องจากจีนเป็นตลาดอันดับ 3 ของแอปเปิล และยอดขายเกือบ 20% ก็มาจากจีน ท่ามกลางนัยสำคัญอีกอย่างนั่นคือ “แดนมังกร” คือตลาดสมาร์ตโฟนจอพับใหญ่สุดในโลก
ความท้าทายของแอปเปิลในการส่ง ไอโฟน ดูโอ เพื่อเจาะตลาดสมาร์ตโฟนจอพับในจีน ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะปัจจุบัน ตลาดสมาร์ตโฟนจอพับในจีนเต็มไปด้วยแบรนด์เจ้าถิ่น
ตามรายงานของสื่อจีนที่อิงข้อมูลจากไอดีซี บริษัทที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลตลาดสินค้าเทคโนโลยี ระบุว่า หัวเว่ย ครองอันดับหนึ่ง ตลาดสมาร์ตโฟนจอพับในจีน แบบทิ้งห่าง ด้วยสัดส่วนสูงสุดถึง 60%
ขณะที่แบรนด์เจ้าถิ่นที่ครองสัดส่วนตลาดนี้รองๆ ลงมา อย่าง ออเนอร์ ออปโป้ และ วีโว่ ต่างก็มี สมาร์ตโฟนจอพับที่หลากหลายทั้งรุ่นและราคาให้ชาวจีนเลือก

พร้อมแต้มต่อเรื่องเข้าใจผู้บริโภคในบ้านเกิดที่ดีกว่าไอโฟนของแอปเปิลอย่างแน่นอน
สื่อจีน วิเคราะห์ต่อว่า ไอโฟน ดูโอ คงปลุกตลาดสมาร์ตโฟนจอพับทั่วโลกและในจีนให้คึกคักได้ พร้อมเพิ่มประเภทของสินค้าเทคโนโลยีใต้ชายคาแอปเปิล
และขยายอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการหรือซอฟต์แวร์แอปเปิล ซึ่งในทางธุรกิจจะช่วยเพิ่มยอดขายและจำนวนผู้ใช้
โดยจากนี้การแข่งขันในตลาดจีนคงจะดุเดือดยิ่งขึ้น ขณะที่แบรนด์เทคโนโลยีจีนไม่ได้มีแต้มต่อในเรื่อง เข้าใจผู้บริโภคในบ้านเกิดที่เหนือกว่าเท่านั้น แต่ซัพพลายเชนเทคโนโลยีก็ยังมีมากกว่าอีกด้วย
เพราะจีนคือฐานการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีมากมาย ที่จำเป็นต่อสมาร์ตโฟนจอพับ ทั้งหน้าจอ กระจกเคลือบปิด และบานพับ รวมไปถึงส่วนประกอบอื่นๆ อีกด้วย
พร้อมกันนี้ ไอโฟน ดูโอ ยังมีสิ่งที่ผู้บริโภคชาวจีนกังวล นั่นคือการตัดถาดใส่ซิมการ์ดแบบกายภาพ (Physical SIM) ออกไป ซึ่งอาจทำให้ชาวจีนต้องเดินทางไปยืนยันตัวตนที่ศูนย์บริการค่ายมือถือเพื่อเปิดใช้งาน eSIM
ทั้งนี้ แอปเปิล เปิดตัว ไอโฟน ดูโอ ไปเมื่อ 9 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับสินค้าเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดอื่นๆ เช่น ไอโฟน 18 โปร/โปรแม็กซ์, แอปเปิล วอตช์ 12 และแอร์พอด 5
ซึ่งถือเป็นการเปิดตัว สินค้าเทคโนโลยีของ แอปเปิล ครั้งแรกในยุคของ จอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ที่รับไม้ต่อจาก ทิม คุก ที่ครองตำแหน่งซีอีโอมา 15 ปี หลัง สตีฟ จอบส์ อดีตซีอีโอ ผู้ร่วมก่อตั้งและเสาหลักบริษัทเสียชีวิต
ส่วน สมาร์ตโฟนจอพับทั่วโลก แม้โตอย่างช้าๆ มานาน จากการที่ช่วงแรกๆ ตัวเครื่องยังเปราะบาง เทอะทะ และใช้งานได้ไม่ลื่นไหล
แต่ช่วง 2 ปีมานี้ หลังตัวเครื่องทนทานขึ้น พกพาสะดวกและใช้งานได้ลื่นไหลขึ้น ยอดขายก็โตต่อเนื่อง จนคาดว่าปี 2026 ยอดขายจะทะลุ 22 ล้านเครื่อง
สำหรับแบรนด์สมาร์ตโฟนจอพับที่ขายดีสุดทั่วโลกคือ ซัมซุง ด้วยส่วนแบ่งตลาด 40% ขณะที่หัวเว่ย ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 30%
คาดกันว่า ไอโฟน ดูโอ ของแอปเปิล คงมา “แบ่งเค้ก” ในตลาดได้อย่างแน่นอน บีบให้ทั้ง ซัมซุงและหัวเว่ยต้องเคลื่อนไหว

ซึ่งหัวเว่ย เจ้าของตำแหน่งเบอร์หนึ่งตลาดสมาร์ตโฟนจอพับในจีนและเบอร์สองในตลาดโลกได้เคลื่อนไหวแล้ว ด้วยการตัดหน้า เปิดตัว เมต เอ็กซ์ที2 สมาร์ตโฟนจอแบบพับสามทบรุ่นล่าสุด เพียงไม่กี่วันก่อน แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน ดูโอ / cnbc, globaltimes
