เป็นคู่ปรับร่วมโซนเอเชียตะวันออกที่ขับเคี่ยวกันแทบทุกด้านบนเวทีโลกมาอย่างยาวนาน สำหรับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยแม้ช่วงไม่กี่ปีมานี้ญี่ปุ่นตามหลังเกาหลีใต้ด้านเทคโนโลยีและคอนเทนต์บันเทิง
แต่ล่าสุดมีเรื่องหนึ่งที่ญี่ปุ่น ก็พลิกขึ้นมาชนะเกาหลีใต้ได้แบบขาดลอย นั่นคือ จำนวนนักเตะที่เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก

ฤดูกาลนี้ญี่ปุ่นมีนักเตะกระจายอยู่ในลีกสูงสุดของอังกฤษ 10 คน เช่น วาตารุ เอ็นโด ที่เล่นให้ ลิเวอร์พูล ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ ที่เล่นให้ คริสตัล พาเลซ คาโอรุ มิโตมะ ที่เล่นให้ ไบรท์ตัน
และ ไดเซน มาเอดะ ที่อยู่กับ อิปสวิช ทาวน์ โดยมี ไซออน ซูซูกิ ผู้รักษาประตูผิวสี ลูกครึ่งกานา ที่เพิ่งย้ายไปเล่นให้กับ แอสตัน วิลลา เป็นนักเตะญี่ปุ่นคนล่าสุดในพรีเมียร์ลีก

นี่ถือเป็นจำนวนนักเตะญี่ปุ่นในพรีเมียร์ลีกมากสุดเท่าที่เคยมีมา และเพิ่มจากซีซั่นก่อนที่มีเพียง 4 คนเท่านั้น โดยขาขึ้นของนักเตะญี่ปุ่นในอังกฤษ ตรงข้ามกับคู่ปรับร่วมโซนเอเชียตะวันออกอย่างเกาหลีใต้
ที่ซีซั่นนี้ ไม่มีนักเตะที่เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกเลยสักคน หลังซีซั่นที่แล้ว เหลือ ฮวาง ฮี-ชาน ที่เล่นให้เซาท์แธมป์ตัน เพียงคนเดียว
ท่ามกลางการย้ายสโมสร ครั้งแรกในรอบ 10 ปีของ ซน ฮึง-มิน จากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ไป แอลเอ แกแลกซี เมเจอร์ลีกของสหรัฐฯ
การที่นักเตะญี่ปุ่นได้ไปเล่นในพรีเมียร์ลีกมากขนาดนี้มาจากหลายสาเหตุ เริ่มจากเป็นนักเตะที่มีระเบียบวินัยดีจากลักษณะนิสัยของชาวญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม
นักเตะปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้ดี เพราะเดินทางมาปักหลักเล่นในยุโรปตั้งแต่อายุยังน้อย หลังสโมสรต้นสังกัดในบ้านเกิดเปิดไฟเขียว
ขณะเดียวกันหลายคนก็ได้แสดงฝีเท้าให้เห็นช่วงเล่นกับทีมชาติในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดจนไปเตะตาสโมสรฟุตบอลอังกฤษ นอกจากนี้ยังค่าตัวถูกกว่านักเตะยุโรปส่วนใหญ่อีกด้วย
พร้อมกันนี้นักเตะบางคนก็ยังอยากพิสูจน์ตัวเองและพัฒนาทักษะฟุตบอลต่อกับลีกอังกฤษ มากกว่าเรื่องเงินและค่าตัว
เช่น กรณีของ ไดจิ คามาดะ ที่อยู่กับ คริสตัล พาเลซ ต่อแม้อายุเริ่มมากแล้ว และได้ข้อเสนอเป็นเงินก้อนใหญ่จากสโมสรในลีกซาอุดีอาระเบียก็ตาม
ยังมีอีก 2 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้นักเตะญี่ปุ่นขายดีในอังกฤษ นั่นคือ สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นมีศูนย์อยู่ในเยอรมนี เพื่อช่วยเหลือนักเตะในด้านต่างๆ ระหว่างเล่นอยู่ในลีกยุโรป
และนักเตะญี่ปุ่นที่ย้ายมายุโรปส่วนใหญ่มักเริ่มจากประเทศที่มีลีกระดับรองๆ ของทวีปก่อน จึงมีโอกาสพัฒนาฝีเท้า และเมื่อได้ขึ้นไปอยู่กับสโมสรของประเทศที่มีลีกชั้นนำ ฝีเท้าจึงดีขึ้นและปรับตัวได้
พัค จี-ซ็อง อดีตนักเตะทีมชาติเกาหลีใต้ ที่ในช่วงพีคสุดได้ไปเล่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่า ปัจจุบันมีนักเตะญี่ปุ่น กระจายอยู่ทั่วยุโรปกว่า 100 คน นี่ย้ำว่า เกาหลีใต้ตามหลังอย่างมากและต้องเร่งตามให้ทัน
ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อปี 2001 จุนอิจิ อินาโมโตะ สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลญี่ปุ่น ด้วยการเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกในพรีเมียร์ลีก หลังย้ายจาก กัมบะ โอซาก้า ในเจลีกของญี่ปุ่น ไปเล่นกับ อาร์เซนอล
อีกเกือบ 10 ปีจากนั้นเขาก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในยุโรปต่อ โดยได้ไปเล่นให้อีกหลายสโมสรของยุโรป เช่น กาลาตาซาราย ในตุรกี และไอน์ทรัค แฟรงก์เฟิร์ต ในเยอรมนี
จากนั้นก็กลับไปญี่ปุ่นในช่วงปลายอาชีพ และเล่นให้กับ นันคัตสึ เป็นสโมสรสุดท้าย ด้วยวัย 44 ปี ในปี 2024
หมุดหมายแรกของนักเตะญี่ปุ่นในพรีเมียร์ลีกที่ จุนอิจิ อินาโมโตะ เริ่มไว้ กลายเป็นต้นแบบให้นักเตะรุ่นน้องร่วมชาติ อีกหลายคน ในเวลาต่อมา
เช่น ฮิเดโตชิ นากาตะ ที่เคยเล่นให้ โบลตัน ชินจิ คางาวะ ที่เคยเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ชินจิ โอคาซากิ ที่เคยเล่นให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ยุคคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

จนซีซั่นล่าสุด วงการฟุตบอลญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ด้วยการมีนักเตะอยู่ในลีกชั้นนำของโลกอย่างพรีเมียร์ลีกมากถึง 10 คน / koreajoongangdaily, theguardian, premierleague
