จากภาวะอากาศแปรปรวนและวิกฤตความเสี่ยงภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ความเสียหายของที่อยู่อาศัยกลายเป็นภาระทางการเงินที่หนักหน่วงสำหรับเจ้าของบ้าน
หลายครัวเรือนเริ่มตั้งคำถามสำคัญว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องทำประกันบ้านคุ้มครองน้ำท่วม”
เนื่องจากประกันอัคคีภัยแบบภาคบังคับทั่วไปมักเน้นความคุ้มครองเฉพาะเหตุไฟไหม้และฟ้าผ่าเป็นหลัก ทำให้การเลือกซื้อกรมธรรม์ที่ขยายความคุ้มครองภัยธรรมชาติและน้ำท่วมกลายเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญยิ่งขึ้นในปัจจุบัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงระบุว่า การกระจายความเสี่ยงด้วยประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบครอบคลุม (Home Comprehensive Insurance) กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ ทั้งนี้ บริษัทประกันภัยชั้นนำได้ส่งแผนประกันที่รองรับภัยน้ำท่วมออกมาหลายตัวเลือก ดังนี้
- วิริยะประกันภัย (แผนเปี่ยมสุข): ให้ความคุ้มครองอัคคีภัยหลัก 1.0 – 3.0 ล้านบาท โดยขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วม/ภัยธรรมชาติอยู่ที่ 20,000 – 100,000 บาทต่อปี มีจุดเด่นด้านบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และความคุ้มครองเหตุโจรกรรม เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยประมาณ 1,200 – 3,200 บาท/ปี
- ทิพยประกันภัย (บ้านทิพยยิ้มได้ / ยิ้มได้พลัส): ให้ความคุ้มครองอัคคีภัยหลัก 1.0 – 2.5 ล้านบาท และคุ้มครองภัยน้ำท่วมตามวงเงินจำกัดประมาณ 10,000 – 50,000 บาท โดดเด่นเรื่องการคุ้มครองเฟอร์นิเจอร์และทรัพย์สินภายในบ้าน พร้อมส่วนลดพิเศษหากทำสัญญาแบบระยะยาว เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยประมาณ 900 – 2,500 บาท/ปี
- กรุงเทพประกันภัย: ให้ความคุ้มครองอัคคีภัยหลัก 1.0 – 5.0 ล้านบาท พร้อมวงเงินภัยธรรมชาติและน้ำท่วมสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี มีจุดเด่นที่วงเงินคุ้มครองกรณีโจรกรรมสูง เหมาะสำหรับบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมมูลค่าสูง เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยประมาณ 1,500 – 4,500 บาท/ปี
- แอกซ่าประกันภัย (แผนสมาร์ทโฮม): ให้ความคุ้มครองหลัก 1.0 – 3.0 ล้านบาท โดยจ่ายชดเชยหมวดน้ำท่วมสูงสุด 10% ของทุนประกันภัยหลัก มีความยืดหยุ่นในการปรับเลือกสัดส่วนทุนประกันตัวบ้านและทรัพย์สินได้ตามต้องการ เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยประมาณ 1,000 – 3,000 บาท/ปี
- ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ttb (ttb home guard): ทุนประกันภัยหลัก 1.0 – 2.0 ล้านบาท พร้อมวงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติต่างๆ รวมน้ำท่วม 50,000 – 100,000 บาท เพิ่มเติมความคุ้มครองความเสียหายจากเหตุจลาจลและเงินสดภายในบ้าน เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยประมาณ 1,100 – 2,800 บาท/ปี
อย่างไรก็ดี สำหรับเจ้าของบ้านที่กำลังพิจารณาทำประกันภัยน้ำท่วม ควรศึกษารายละเอียดและข้อจำกัดในกรมธรรม์อย่างรอบคอบ
โดยเฉพาะ วงเงินความคุ้มครองหมวดน้ำท่วม ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่จะจำกัดวงเงินจ่ายจริงเป็นเปอร์เซ็นต์หรือแบบเหมาจ่ายต่อปี ไม่ได้จ่ายเต็มเท่ากับทุนประกันบ้านหลัก
รวมถึง ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ประมาณ 15–30 วัน ซึ่งหมายความว่าเจ้าของบ้านจำเป็นต้องวางแผนซื้อประกันไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์
ไม่สามารถซื้อขณะที่เกิดน้ำท่วมหรือช่วงมรสุมจ่อเข้าพื้นที่แล้วเคลมได้ทันที
