จากเดิมที่การเข้าฟิตเนสอาจเป็นกิจกรรมของคนบางกลุ่ม วันนี้การออกกำลังกายกำลังกลายเป็นเรื่องปกติของคนไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้ายิม วิ่ง เล่นพิลาทิส โยคะ หรือออกกำลังกายเพื่อเตรียมตัวลงแข่งขัน
ตัวเลขจากกรมพลศึกษาเป็นภาพหนึ่งที่เห็นได้ชัด เมื่อสัดส่วนคนไทยอายุมากกว่า 15 ปีที่ออกกำลังกายมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ และต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที เพิ่มจาก 40.4% ในปี 2022 เป็น 44.4% ในปี 2024
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปกำลังส่งต่อมาถึงธุรกิจฟิตเนส ทำให้ตลาดมีทั้งฟิตเนสขนาดใหญ่ สตูดิโอเฉพาะทาง ไปจนถึงบริการที่จับกลุ่มคนออกกำลังกายแบบจริงจังมากขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า รายได้ธุรกิจฟิตเนสปี 2025 จะเติบโต 18% แตะกว่า 12,000 ล้านบาท ขณะที่ตลาดเองก็กำลังแบ่งชัดขึ้นระหว่างฟิตเนสที่เน้นความคุ้มค่า กับธุรกิจที่ขายประสบการณ์และบริการเฉพาะทาง
🟥จากตลาดที่เคยหดตัว สู่มูลค่า 1.2 หมื่นล้าน
หากย้อนดูรายได้ธุรกิจฟิตเนสในช่วงปี 2018–2025 จะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของตลาดค่อนข้างชัด
ก่อนโควิด-19 ตลาดเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2018 มีรายได้ราว 6,000 กว่าล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็นราว 8,000 กว่าล้านบาทในปี 2019 ก่อนจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด
ปี 2020 รายได้ลดลงมาอยู่ที่ราว 6,000 ล้านบาท และลดลงต่อในปี 2021 เหลือราว 4,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจฟิตเนสได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดในการเปิดให้บริการและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
จากนั้นตลาดเริ่มฟื้นในปี 2022 รายได้ขยับกลับมาอยู่ที่ราว 5,000 กว่าล้านบาท ก่อนจะกลับมาเติบโตชัดเจนในปี 2023 ซึ่งรายได้ขยับขึ้นมาเกือบ 10,000 ล้านบาท และในปี 2024 เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับมากกว่า 10,000 ล้านบาท
ส่วนปี 2025 มีมูลค่า 12,000 ล้านบาท หากตลาดยังเติบโตในอัตราเดียวกันที่ 18% ในปี 2569 รายได้ธุรกิจฟิตเนสจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 14,160 ล้านบาท
ภาพนี้ทำให้เห็นว่าตลาดฟิตเนสไม่ได้ฟื้นตัวทันทีหลังโควิด-19 แต่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะกลับมาอยู่ในระดับสูงอีกครั้ง และเมื่อกลับมาแล้ว ตลาดก็ไม่ได้กลับไปเหมือนเดิมทั้งหมด เพราะรูปแบบการออกกำลังกายและความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปด้วย 
🟥คนไทยออกกำลังกายบ่อยขึ้น ฟิตเนสยังเป็นตัวเลือกหลัก
ข้อมูลจากกรมพลศึกษา พบว่า คนไทยอายุมากกว่า 15 ปีที่ออกกำลังกายมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ และต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที เพิ่มจาก 40.4% ในปี 2022 เป็น 44.4% ในปี 2024
ขณะที่ข้อมูลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2025 พบว่า 60.2% ของคนที่ออกกำลังกายเลือกใช้บริการฟิตเนส ส่วนอีก 39.8% เลือกออกกำลังกายที่อื่น เช่น บ้านหรือสวนสาธารณะ
ตัวเลขนี้บอกได้อย่างหนึ่งว่า ต่อให้คนมีทางเลือกในการออกกำลังกายมากขึ้น ฟิตเนสก็ยังเป็นสถานที่หลักของคนจำนวนไม่น้อย
เพราะสำหรับบางคน การสมัครสมาชิกไม่ได้หมายถึงการเข้าไปใช้เครื่องออกกำลังกายอย่างเดียว แต่ยังมีคลาส เทรนเนอร์ อุปกรณ์ และพื้นที่ที่ช่วยให้การออกกำลังกายทำได้ง่ายขึ้น
เมื่อคนต้องการออกกำลังกายไม่เหมือนกัน ฟิตเนสเองก็ต้องหาวิธีจับกลุ่มลูกค้าให้ชัดขึ้นตามไปด้วย

🟥กรุงเทพฯ ยังเป็นตลาดใหญ่ พิลาทิส-โยคะมาแรง
แม้ธุรกิจฟิตเนสจะมีโอกาสขยายไปยังต่างจังหวัด แต่รายได้กว่า 80% ยังคงอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูง และมีธุรกิจออกกำลังกายหลายรูปแบบเข้ามาแข่งขันกัน
ในปี 2025 มีการจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฟิตเนสในกรุงเทพฯ 41 บริษัท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมากกว่า 56% ของธุรกิจที่จัดตั้งใหม่ เป็นธุรกิจที่ให้บริการโยคะหรือพิลาทิส
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการออกกำลังกายแบบเฉพาะทางกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น คนไม่ได้มองหาฟิตเนสที่มีทุกอย่างเหมือนกัน แต่เลือกกิจกรรมที่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้มากกว่า
เมื่อรวมกับจำนวนธุรกิจพิลาทิสและโยคะที่เพิ่มขึ้น ภาพของตลาดจึงเริ่มชัดว่า ฟิตเนสแบบเดิมกำลังมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นจากธุรกิจที่เลือกจับกลุ่มลูกค้าเฉพาะมากกว่าเดิม
🟥ฟิตเนสเริ่มแยกเป็น 2 ทาง คนหนึ่งยอมจ่าย อีกคนขอแค่คุ้ม
อีกเรื่องที่เห็นชัดขึ้นในตลาดคือ ลูกค้าไม่ได้มองหาฟิตเนสแบบเดียวกันทั้งหมด
กลุ่มหนึ่งยอมจ่ายแพงขึ้น หากได้บริการและประสบการณ์ที่ต่างออกไป เช่น Pilates Studio, Boutique Fitness, Run Club หรือการฝึกสำหรับการแข่งขันอย่าง HYROX
อีกกลุ่มไม่ได้ต้องการอะไรซับซ้อน ขอแค่ราคาสมาชิกไม่สูง เดินทางสะดวก และเข้าใช้บริการได้เวลาที่ต้องการ โดยเฉพาะฟิตเนสที่เปิด 24 ชั่วโมง
ทำให้ตลาดฟิตเนสเริ่มมีลักษณะคล้าย K-Shaped Economy คือคนกำลังแยกออกเป็นคนละทาง ฝั่งหนึ่งพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ ส่วนอีกฝั่งให้ความสำคัญกับราคาและความคุ้มค่า
ตัวอย่างหนึ่งคือ World Gym ที่มีค่าสมาชิกประมาณ 888 บาทต่อเดือน ซึ่งจับตลาดที่ต้องการฟิตเนสในราคาที่เข้าถึงง่าย
ขณะเดียวกันฟิตเนสระดับ Premium ก็ต้องหาเหตุผลให้ลูกค้าจ่ายแพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคลาสเฉพาะทาง เทรนเนอร์ หรือกิจกรรมที่สร้างความแตกต่างจากการเข้าฟิตเนสทั่วไป

🟥HYROX โตจาก 9,000 เป็น 20,000 คน ฟิตเนสไม่ได้จบแค่การสมัครสมาชิก
อีกภาพที่น่าสนใจคือการเติบโตของ HYROX ซึ่งเป็นการแข่งขันที่รวมการวิ่งเข้ากับการออกกำลังกายแบบใช้แรง จำนวนผู้สมัคร HYROX Thailand เพิ่มจาก 9,000 คน เป็น 20,000 คน
สิ่งที่ตามมาคือ คนกลุ่มนี้ไม่ได้ออกกำลังกายเพียงเพื่อสุขภาพ แต่มีเป้าหมายที่ชัดขึ้น เพราะต้องฝึกเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน
เมื่อมีเป้าหมาย การใช้บริการฟิตเนสก็อาจไม่ได้จบแค่การซื้อสมาชิก แต่ต่อยอดไปถึงคลาสฝึก เทรนเนอร์ หรือพื้นที่สำหรับซ้อมโดยเฉพาะ
นี่จึงเป็นอีกทางที่ธุรกิจฟิตเนสกำลังมองหา เพราะถ้าทำให้คนมีเป้าหมายในการออกกำลังกายได้ ก็มีโอกาสทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการต่อเนื่องมากกว่าการขายสมาชิกเพียงอย่างเดียว
🟥ตลาดโต แต่ไม่ได้แปลว่าทุกฟิตเนสจะโตไปด้วยกัน
แม้ตลาดฟิตเนสไทยจะกลับมาแตะระดับกว่า 12,000 ล้านบาท แต่การแข่งขันก็ไม่ได้ง่ายขึ้น เพราะวันนี้คนมีทางเลือกมากกว่าเดิม
นอกจากฟิตเนสขนาดใหญ่แล้ว ยังมีสตูดิโอพิลาทิส โยคะ ฟิตเนสเฉพาะทาง คลาสออกกำลังกาย รวมถึงการออกกำลังกายที่บ้านและคอนเทนต์ออนไลน์
แต่ละธุรกิจจึงกำลังเล่นเกมคนละแบบ
บางรายเลือกจับตลาด Premium แล้วขายประสบการณ์ บางรายเน้นราคาที่เข้าถึงง่าย ขณะที่บางรายเลือกจับกลุ่มเฉพาะ เช่น คนเล่นพิลาทิส คนวิ่ง หรือคนที่เตรียมตัวลงแข่งขัน
สุดท้ายแล้ว ตลาดฟิตเนสปี 2026 จึงไม่ได้แข่งกันแค่เรื่อง “มีเครื่องออกกำลังกายเยอะแค่ไหน” แต่แข่งกันว่า จะทำให้ลูกค้าเลือกเรา และกลับมาใช้บริการอีกได้อย่างไร
เพราะเมื่อคนไทยออกกำลังกายมากขึ้น ตลาดก็ใหญ่ขึ้นจริง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นพร้อมกันคือจำนวนธุรกิจและทางเลือกของผู้บริโภค
