“ทริปไหว้พระ 9 วัด” ของขสมก. เคยเป็นกิจกรรมอิ่มบุญและท่องเที่ยวในวันหยุดที่มีคนสนใจและรีวิวกันตามแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นจำนวนมาก
บริการนี้เป็นของ ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) ช่วยหารายได้เสริมเข้าหน่วยงาน นอกเหนือจากการวิ่งรถเมล์เพียงอย่างเดียว
มีจุดขาย คือ เป็นทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ และจ่ายค่าบริการไม่กี่ร้อยบาท แต่ได้อิ่มบุญหลายวัดในหลายจังหวัด
แต่บริการนี้ได้หายไปหลายปีแล้ว แม้จะเคยมีความคิดอยากปัดฝุ่นกลับมาทำใหม่ ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องที่มีคนจำนวนหนึ่งถามหากันอยู่ทุกปี
บริการนี้มีชื่อเต็มว่า “ครอบครัวสุขสันต์ ไหว้พระ 9 วัด” เริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2548-2549
วัตถุประสงค์แรกเริ่ม คือ ส่งเสริมให้ครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันในวันหยุด
เน้นใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว คือ รถเมล์แอร์ พนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสาร โดยให้เขตการเดินรถต่างๆ สามารถจัดโปรแกรมและกำหนดเส้นทางได้เอง
รูปแบบคือเป็นทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ ราคาไม่กี่ร้อยบาท ขึ้นอยู่กับเส้นทาง
ช่วงแรกเน้นวัดดังในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ไกลสุดมีทั้งพิษณุโลก นครสวรรค์ นครราชสีมา และเพชรบุรี
บางทริปของบางเขตการเดินรถก็มีการแทรกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเที่ยวด้วย เพื่อให้คนไปแล้วได้ประสบการณ์ครบในครั้งเดียว
ยกตัวอย่างจากทริปหนึ่งไปจังหวัดนครราชสีมา ในปี 2560 คิดราคาท่านละ 499 บาท
มีรายละเอียดแวะวัดต่างๆ ให้คนได้เข้าสักการะ อีกทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ และปราสาทหินพิมาย
ในภาพรวม บริการนี้ถือว่าเป็นทริปที่ค่อนข้างครบ ได้นั่งรถแอร์ ได้ทั้งอิ่มบุญ และอิ่มเที่ยวในวันเดียว ในราคาที่คนจ่ายไหว
ทำให้ในช่วงหนึ่ง บริการนี้ได้รับความสนใจจากคนทั่วไป ทั้งกลุ่มครอบครัว ผู้สูงอายุ และวัยรุ่นที่ต้องการหาสถานที่ท่องเที่ยวในวันหยุด
มีคนทั่วไปนำเรื่องราวการร่วมทริปกับ ขสมก. ไปรีวิวและแชร์ประสบการณ์กันตามโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นจำนวนมาก
โครงการนี้ถือเป็นรายได้เสริมสำหรับ ขสมก. นอกเหนือจากให้บริการรถเมล์ตามเส้นทางปกติ
แต่แล้วในปี 2563 โครงการก็ต้องปิดตัวลงชั่วคราว เพราะวิกฤต COVID-19 และหลังจากนั้นมา ทริปไหว้พระ 9 วัด ก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
จนกระทั่งในปี 2565 ขสมก. เคยมีแนวคิดปัดฝุ่นโครงการนี้ขึ้นมาทำใหม่
อย่างไรก็ดี การรื้อกลับมาก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะมีปัญหาในหลายเรื่อง
ประการแรก คือ เสียงคัดค้านจากภาคเอกชน โดยกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว ทั้งผู้จัดทัวร์และรถเช่า ร่วมกันคัดค้าน เพราะมองว่าการจัดทัวร์ไหว้พระของ ขสมก. ผิดวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน
นอกจากนี้ กลุ่มภาคเอกชนยังระบุถึงเรื่องราคา เพราะค่าบริการของ ขสมก. ถูกกว่าทริปนำเที่ยวของเอกชนประมาณ 50%
กระทบถึงโครงสร้างราคาแพ็กเกจทัวร์ของทั้งตลาด เนื่องจากเอกชนไม่สามารถลดราคาสู้ได้ เพราะต้องลงทุนและแบกรับค่าใช้จ่ายทุกอย่างเอง
ต่างจาก ขสมก. ที่เป็นรัฐวิสาหกิจ และได้รับงบประมาณบางส่วนจากรัฐบาล
ขณะที่ในแง่รายได้ ย้อนกลับไปสมัยที่ยังจัดอยู่ ขสมก. มีรายได้จากทริปเหล่านี้ปีละไม่กี่สิบล้านบาท ยังห่างไกลจากรายได้จากการวิ่งรถตามปกติ ที่อยู่ในระดับหลักพันล้านบาท
บวกกับต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่ปรับขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
หลายอย่างรวมกัน ทำให้โครงการนี้ยังเต็มไปด้วยคำถาม
หากจะกลับมาทำ ก็ต้องผลักดันและหาทางออกในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องระเบียบ เสียงคัดค้านจากภาคเอกชน ไปจนถึงความคุ้มทุน
ทั้งที่หายไปหลายปี แต่ชื่อของทริปนี้ก็ยังไม่เคยหายไปจากความทรงจำของคนบางกลุ่ม
ทุกวันนี้ ตามเพจโซเชียลมีเดียหรือกลุ่มของคนรักรถเมล์ เวลามีใครหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา ก็มักจะมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ถามหากันเรื่อยๆ ทุกปี
หากมองย้อนกลับไป ทริปไหว้พระ 9 วัด ถือว่าเป็นโครงการของรัฐวิสาหกิจที่ทำออกมาแล้วได้รับความนิยมในช่วงเวลาหนึ่ง
แต่ด้วยปัญหาหลายอย่างที่ทับซ้อนกัน ทั้งเรื่องวัตถุประสงค์ ราคา และความคุ้มทุน ทำให้จนถึงขณะนี้ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนว่าจะกลับมาทำได้อีกครั้งหรือไม่ และคนที่ยังถามหาจะต้องรอไปถึงเมื่อไร
