ทุกวันนี้บทบาทของสถานีบริการน้ำมันได้ก้าวข้ามการเป็นเพียง Transit Point หรือแค่ทางผ่านสำหรับแวะเติมน้ำมัน สู่การเป็น Destination หรือจุดหมายปลายทางที่ผู้บริโภคตั้งใจแวะพัก ใช้เวลา เสพประสบการณ์ และเชื่อมโยงกับแบรนด์ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะ OR กับเป้าหมายการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่การสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ และหนึ่งในนั้นคือ การขยายบทบาทของสถานีบริการ PTT Station ให้เป็นมากกว่าการให้บริการด้านพลังงาน คือเป็นทั้งจุดเชื่อมต่อบริการและเติมเต็มคุณภาพชีวิต

เห็นชัดคือ การขับเคลื่อนของเจ้าของปั๊ม PTT Station ทั้ง 3 แห่งทางภาคเหนือ แม้จะมี Business Model ที่แตกต่างตามบริบทของแต่ละพื้นที่ แต่มีหมุดหมายเดียวกันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนไปพร้อมกับการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง

เรามาไล่เรียงแต่ละที่ไปพร้อมๆ กัน

PTT Station เขาเขียว จ.นครสวรรค์: “หัวใจของเจ้าของปั๊มที่มองตัวเองเป็นลูกค้า และหัวใจที่อยากเห็นชุมชนโตไปด้วยกัน” 

ความน่าสนใจของ PTT Station เขาเขียว ภายใต้การบริหารของ คุณอ้วน-ชาญชัย สุสมบูรณ์ (หจก. อุตสาหกรรม แควใหญ่) เริ่มต้นขึ้นจากโจทย์ง่ายๆ นั่นคือการ “มองตัวเองเป็นลูกค้า” 

คุณอ้วนเชื่อว่าการทำธุรกิจไม่ควรหยุดนิ่ง เพราะความต้องการของผู้คนเปลี่ยนไปตลอดเวลา เขาจึงเปลี่ยนปั๊มน้ำมันให้กลายเป็นพื้นที่ของทุกคน ด้วยการสร้าง Food Court ติดแอร์ ที่มีอาหารอร่อยจากการที่เขาลงมือชิมด้วยตัวเองในฐานะลูกค้า พร้อมเปิดพื้นที่ Pet Friendly ให้น้องหมามาเดินเล่นผ่อนคลาย 

“ผมคิดไม่เหมือนคนอื่นนะ…ทำ Food Court ติดแอร์ กำไรน้อย แต่สำหรับผม กำไรไม่ได้เป็นตัวตั้ง เราลองคิดดูว่า ถ้าเราเป็นลูกค้า ปั๊มเรามีแบบนี้ แล้วลูกค้าจะโอเคไหม ลูกค้าจะมีความสุขไหม เราอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ปั๊มที่สวยๆ มากกว่า”  คุณอ้วนกล่าว 

คุณอ้วนยึดถือ 3 ความเชื่อสำคัญในการทำงาน คือ “กำไรไม่ใช่ตัวชี้วัดความสุข” “ความรู้สึกลูกค้าต้องมาก่อน” และ “พนักงานต้องอยู่อย่างมีความสุข” เขาดูแลพนักงานกว่า 50 ชีวิตเหมือนคนในครอบครัว มีบ้านพักให้อยู่ฟรีถึง 2 อาคาร กว่า 20 ห้อง ทำให้พนักงานผูกพันและทำงานร่วมกันยาวนานกว่า 30 ปี 

ในมิติของชุมชน คุณอ้วนเน้นสร้างอาชีพให้คนในชุมชนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำต้นน้ำ เริ่มจากจัดตั้ง “ศูนย์การเรียนรู้ภูทอง” ที่ให้คนในชุมชนและผู้สนใจมาฝึกอาชีพโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อชาวบ้านมีทักษะ มีสินค้า ก็ได้เปิดพื้นที่ “ตลาดนัดชุมชนวันหยุด” ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้ชาวบ้านนำผลผลิตมาตั้งแผงขายฟรีโดยไม่เก็บค่าเช่า 

กลยุทธ์นี้นอกจากจะดึง Traffic นักเดินทางให้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศอันอบอุ่นแล้ว ยังหมุนเวียนรายได้ตรงสู่มือชุมชน ตอกย้ำคติประจำใจของคุณอ้วนที่ว่า “ชุมชนต้องเติบโตไปด้วยกัน” อย่างแท้จริง 

PTT Station โค้งวิไลไทยเสรี จ.กำแพงเพชร: “เปลี่ยนพื้นที่ธุรกิจ ให้เป็นแพลตฟอร์มแห่งการแบ่งปันโอกาส” 

จากปั๊มน้ำมันเก่าที่ต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ พี่นาฏ-สิรินาฏ กฤชภากรณ์ ได้เข้ามารับไม้ต่อธุรกิจครอบครัวและพลิกโฉมสถานีบริการแห่งนี้ใหม่ ไม่ใช่แค่การตกแต่งอาคารให้ทันสมัย แต่เป็นการเปลี่ยนดีเอ็นเอของพื้นที่ให้กลายเป็น ศูนย์กลางการแบ่งปัน (Sharing Platform) ของคนทุกกลุ่ม 

“แนวคิดของเราคือการเปลี่ยนพื้นที่ธุรกิจ เปลี่ยนของเหลือใช้ต่างๆ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการให้” พี่นาฏกล่าว 

พี่นาฏสังเกตเห็นปัญหาในชุมชน ทั้งผู้ป่วยติดเตียงที่ขาดแคลนอุปกรณ์ ภาวะเลือดขาดแคลน และพฤติกรรมเด็กยุคใหม่ที่ติดหน้าจอ เธอจึงใช้พื้นที่ปั๊มเป็นเวทีแก้ปัญหาผ่านโครงการสร้างสรรค์ 

โครงการเสื้อผ้า 20 บาท เพื่อผู้ป่วยติดเตียง: เปิดรับบริจาคเสื้อผ้ามือสองสภาพดี นำมาจำหน่ายในราคาเพียงชิ้นละ 20 บาท รายได้ทั้งหมดถูกนำไปจัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่และสิ่งของจำเป็นส่งต่อให้ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนผ่าน อสม. 

โครงการ “Heroes Battle ศึกฮีโร่ ละเล่นไทย”: ฟื้นฟูการละเล่นพื้นบ้านอย่างตุ๊กตุ่น ทอยเส้น เพื่อชวนเด็กๆ วางมือถือ กลับมามีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครอบครัว จนขยายผลจากการเล่นในปั๊มสู่การแข่งขันระดับประเทศ (Season 3 ในปี 2569) 

โครงการ “เต็มใจ”: ใช้พื้นที่ปั๊มเป็นจุดรับบริจาคโลหิตประจำชุมชน เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึง และขยายเครือข่ายผู้ให้ออกไปในวงกว้างร่วมกับสภากาชาดไทย 

โมเดลรักษ์โลก (Circular Economy): สนับสนุนตลาดเกษตรอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษอาหารมาหมุนเวียนทำประโยชน์ และนำลอตเตอรี่ที่ไม่ถูกรางวัลมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้จันทน์ 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ปั๊มโค้งวิไลไทยเสรีกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนก้าวเข้ามาแล้วรู้สึกอิ่มใจ เพราะทุกการแวะพักได้กลายเป็นการร่วมสร้างคุณค่าให้สังคมไปพร้อมกัน 

PTT Station แม่ขะจาน จ.เชียงราย: “จุดแวะพักกลิ่นอายท้องถิ่น ที่หัวใจอยู่กับชุมชน” 

บนถนนสายยุทธศาสตร์หมายเลข 118 เส้นทางเชื่อมต่อสำคัญระหว่างเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา และน่าน PTT Station บ้านแม่ขะจาน ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นปั๊มแรกและปั๊มสุดท้ายก่อนที่ผู้เดินทางจะต้องเผชิญกับเส้นทางภูเขาคดเคี้ยว 

คุณเสริมชัย กิตติรัตนไพบูลย์ เจ้าของปั๊ม PTT Station แม่ขะจาน มองเห็น Insight ข้อนี้อย่างลึกซึ้ง เขาเข้าใจดีว่าสิ่งที่นักเดินทางต้องการที่สุดหลังจากขับรถไกลคือ “ความสบายกายและสบายใจ” เขาจึงทุ่มงบประมาณกว่า 6 ล้านบาท ขยายห้องน้ำจาก 10 ห้อง เป็น 30 ห้อง ยกระดับความสะอาด สะดวกสบาย และใช้คำว่า “สุขา” เพื่อสื่อถึงการมอบความสุขให้ผู้มาเยือนอย่างแท้จริง 

“ทำร่วมกับชุมชน เพราะเราต้องอยู่กับชุมชน” เสริมชัย กิตติรัตนไพบูลย์ 

นอกจากการเป็นจุดพักครบวงจรที่มีร้านค้าหลากหลายแล้ว คุณเสริมชัยยังสร้างเอกลักษณ์ด้วยกลยุทธ์ Localized Experience และการทำธุรกิจเพื่อสังคม ตั้งแต่ 

พื้นที่ปันสุข: เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและชาวบ้านในท้องถิ่น นำผัก ผลไม้ และอาหารพื้นบ้านมาตั้งแผงจำหน่ายฟรีโดยไม่เก็บค่าเช่า เติมเสน่ห์ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตท้องถิ่นให้ปั๊มมีชีวิตชีวา 

การสร้างโอกาสให้คนกลุ่มน้อย (Inclusion): จ้างงานพนักงานชาวไทใหญ่ ช่วยดำเนินการเอกสารใบอนุญาตทำงานถูกกฎหมาย และสนับสนุนให้เรียนสื่อสารภาษาจีนเบื้องต้น เพื่อให้พนักงานสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 

ผู้นำด้านสาธารณสุขชุมชน: คุณเสริมชัยเป็นแกนนำระดมทุนกว่า 22 ล้านบาท สร้างอาคารผู้ป่วยใหม่และขยายยูนิตฟอกไต 22 เตียง ให้แก่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล 

การบริหารงานของคุณเสริมชัยสะท้อนว่า สถานีบริการน้ำมันสามารถเป็นทั้งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และที่พึ่งพิงอันอบอุ่นของคนในท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน 

  

PTT Station ทั้ง 3 แห่งในภาคเหนือ คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า สถานีบริการน้ำมันยุคใหม่ได้ก้าวข้ามการเป็นเพียง Transit Point หรือแค่ทางผ่าน สู่จุดเชื่อมต่อบริการและเติมเต็มคุณภาพชีวิต 

ที่สำคัญโมเดลความสำเร็จของทั้ง 3 สถานีบริการ สะท้อนภาพใหญ่ของ OR ภายใต้แนวคิด “โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี” โดยเฉพาะในมิติ “ชุมชนดี” ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ และสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยตั้งเป้าหมายครอบคลุมกว่า 17,000 ชุมชน หรือกว่า 12 ล้านชีวิตทั่วประเทศ ภายในปี 2030 

เพราะเมื่อปั๊มน้ำมันกลายเป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่ทุกการแวะพักช่วยสร้างรอยยิ้มและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่คนในท้องถิ่น PTT Station จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางทางกายภาพ แต่ได้กลายเป็น Destination ในใจ ของนักเดินทาง และเป็นรากฐานอันมั่นคงที่พาธุรกิจเติบโตไกลไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน