ข้อมูลจากการศึกษาร่วมกันระหว่างเลอโนโว (Lenovo) และไอดีซี (IDC) ตลอดจนฐานข้อมูลตลาดโลกจากการ์ทเนอร์ (Gartner) และออมเดีย (Omdia) สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอมพิวเตอร์สำหรับองค์กรได้กลายเป็นขุมพลังหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมไอทีในปัจจุบัน
ท่ามกลางความต้องการด้านการประมวลผลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาตั้งแต่ปี 2021 ภาคธุรกิจต่างเร่งจัดซื้อคอมพิวเตอร์ AI PC เพื่อนำมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานอย่างจริงจัง
คุณวรพจน์ ถาวรวรรณ กรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า ภาคธุรกิจได้ก้าวข้ามยุคของการนำ AI มาทดลองใช้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ไปแล้ว แต่การลงทุนในปัจจุบันต้องตอบโจทย์การเพิ่มผลผลิต การสร้างรายได้ และการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้จริง

| ตลาดพีซีองค์กรเนื้อหอม โตกว่าตลาดทั่วไปเกือบเท่าตัว
คำตอบของการเติบโตยุค AI PC |
||||
| แบรนด์ | ยอดจัดส่งพีซี ผู้ใช้งานทั่วไป ไตรมาส 1/2569 | การเติบโตผู้ใช้งานทั่วไป เทียบไตรมาส 1/2568 | ยอดจัดส่งพีซีกลุ่มองค์กร ไตรมาส 1/2569 | การเติบโตกลุ่มองค์กร เทียบไตรมาส 1/2568 |
| เลอโนโว | 6.99 | 7.5% | 9.66 | 11.0% |
| เอชพี อิงค์ | 4.86 | -7.4% | 7.28 | -3.1% |
| เดลล์ | 2.90 | 1.8% | 7.44 | 10.1% |
| แอปเปิล | 4.34 | 13.3% | 2.34 | 11.4% |
| เอซุส | 3.16 | 12.1% | 1.05 | 7.1% |
| เอเซอร์ | 2.72 | 3.0% | 1.28 | 5.8% |
| อื่น ๆ | 5.09 | -5.6% | 3.69 | -3.1% |
| รวม | 30.06 | 2.7% | 32.74 | 5.4% |
| หน่วย: ล้านเครื่อง (รวมโน้ตบุ๊กและเดสก์ท็อป) | ||||
| ที่มา: อ้างอิงฐานข้อมูลยอดจัดส่งทั่วโลกรายแบรนด์จาก การ์ทเนอร์ (Gartner) และ โครงสร้างตลาดจากออมเดีย (Omdia) / ตุลาคม 2569 | ||||
🟥1.องค์กรเร่งอัดฉีดงบลงทุน AI มุ่งเน้นสร้างผลลัพธ์จริง
แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดคอมพิวเตอร์องค์กรเกิดจากการที่ภาคธุรกิจนำเทคโนโลยี AI เข้ามาประยุกต์ใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรมและแอปพลิเคชันการทำงานมากขึ้น
ผลสำรวจระบุว่า 67 เปอร์เซ็นต์ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสารสนเทศ ได้นำ Agentic AI เข้ามาใช้งานในองค์กรแล้วในปีนี้ และมีการปรับเพิ่มงบประมาณการลงทุนด้าน AI สูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 96 เปอร์เซ็นต์
ภูมิภาคอาเซียนถือเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตของการลงทุนด้าน AI สูงกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าภาพรวมทั่วโลกที่เติบโตประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ โดยงบประมาณการลงทุนในปัจจุบันไม่ได้มาจากแผนกไอทีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังมาจากงบประมาณส่วนอื่นที่ใช้ในการปรับโครงสร้างองค์กร
🟥2.จุดคุ้มทุนและความปลอดภัย ดันกระแสประมวลผลภายในองค์กร
เหตุผลสำคัญที่ทำให้องค์กรหันมาลงทุนด้านฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐานของตนเองมากขึ้น มาจากข้อจำกัดของการพึ่งพาระบบคลาวด์สาธารณะที่มีราคาค่าบริการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตามต้นทุนหน่วยความจำและดาต้าเซ็นเตอร์
นอกจากนี้ การพึ่งพาคลาวด์เพียงช่องทางเดียวยังมีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ ดังเช่นเหตุการณ์ระบบคลาวด์ขัดข้องจนเกิดจอฟ้าในอุตสาหกรรมการบินที่ทำให้ธุรกิจหยุดชะงักและสร้างความเสียหายระดับหมื่นล้านบาท รวมถึงความกังวลด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์และกระแส AI Agent ที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม
ผลการวิจัยชี้ชัดว่า หากองค์กรมีการใช้งาน AI มากกว่า 4.3 ชั่วโมงต่อวัน การเลือกลงทุนประมวลผลบนระบบปิดภายในองค์กรหรือบนตัวเครื่องจะมีความคุ้มค่ากว่าการจ่ายค่าบริการสมาชิกรายเดือนบนคลาวด์อย่างเห็นได้ชัด
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าองค์กรทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่พบว่า 84 เปอร์เซ็นต์ต้องการรันโมเดล AI ภายในองค์กรเอง ทั้งในรูปแบบ Data Center หรือ Edge Computing เพื่อควบคุมต้นทุนต่อโทเคน ลดความหน่วงของระบบ และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญไว้ในการควบคุมขององค์กร 100 เปอร์เซ็นต์
แนวคิด Hybrid AI หรือการเลือกย้ายเฉพาะข้อมูลส่วนสำคัญและงานที่ต้องใช้การประมวลผล AI สูง ๆ กลับมาไว้ในองค์กรควบคู่กับการใช้งานคลาวด์อย่างเหมาะสม จึงกลายเป็นทางออกหลักของภาคธุรกิจในปัจจุบัน
🟥3.ความต่างของพฤติกรรมผู้ซื้อทั่วไปและตลาดองค์กร
กลไกการเติบโตของตลาด AI PC ระหว่างกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กรมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่แรงจูงใจในการซื้อไปจนถึงการใช้งานจริง
ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ปัจจุบันสัดส่วนยอดขาย AI PC อยู่ที่กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตโฟลิโอและคาดว่าจะขยับขึ้นแตะ 80 เปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปีนี้ แต่การตัดสินใจซื้อมักขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และกระแสความนิยมจากดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ โดยที่ผู้ซื้อเกินครึ่งใช้งานฟังก์ชันของอุปกรณ์ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความสามารถจริง
การทำตลาดในฝั่งผู้บริโภคจึงต้องมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศ AI บนตัวเครื่องที่ทำงานแบบออฟไลน์ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและไม่ต้องเสียค่าสมาชิกรายเดือน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำฟีเจอร์สรุปการประชุม แปลภาษา หรือจัดการงานประจำวันไปใช้ประโยชน์ได้จริงโดยข้อมูลไม่รั่วไหล
ขณะที่กลุ่มลูกค้าองค์กรไม่ได้ตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ของบุคคลเดียว แต่ผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างเป็นระบบโดยฝ่ายไอที ฝ่ายจัดซื้อ และ ฝ่ายสารสนเทศ ซึ่งให้ความสำคัญกับความเข้ากันได้กับระบบเดิม การควบคุมจากศูนย์กลาง และความคุ้มค่าในการบำรุงรักษา
ปัจจัยที่มัดใจตลาดองค์กรจึงเป็นการติดตั้งซอฟต์แวร์บริหารจัดการเครื่องลูกข่ายทั้งหมดและแจ้งเตือนความผิดปกติล่วงหน้าก่อนที่ฮาร์ดแวร์จะเสียหายจริง เช่น การแจ้งเตือนแบตเตอรี่เสื่อมก่อนหมดระยะเวลารับประกัน เพื่อลดเวลาการหยุดชะงักของงานและประหยัดงบประมาณซ่อมบำรุง
ขณะเดียวกัน องค์กรยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นทางการเงินด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อมาเป็นการเช่าซื้อแบบ Subscription หรือการใช้บริการในรูปแบบ Device as a Service ควบคู่ไปกับการเลือกซื้อฉลากชดเชยคาร์บอนพร้อมตัวเครื่องเพื่อนำเอกสารรับรองไปใช้ทำรายงานความยั่งยืน
🟥4.การพัฒนาอุปกรณ์เฉพาะทางและกระแส Small AI สำหรับธุรกิจ SME
ลักษณะการทำงานที่เปลี่ยนไปทำให้ความต้องการคอมพิวเตอร์ในภาคธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปแบบเดิม แต่ขยายไปสู่อุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุดในแต่ละสายงาน
แม้โน้ตบุ๊กเชิงพาณิชย์ระดับเมนสตรีมจะยังคงครองสัดส่วนยอดขายเชิงปริมาณสูงสุดถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตโฟลิโอโน้ตบุ๊กองค์กร แต่ตลาดเริ่มเห็นความต้องการอุปกรณ์นวัตกรรมใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น โน้ตบุ๊กที่สามารถหมุนหน้าจอติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ระหว่างการประชุมทางไกลและสั่งงานด้วยเสียงภายใต้ระบบความปลอดภัยสูง โน้ตบุ๊กหน้าจอถอดแยกได้สำหรับงานที่ต้องการความคล่องตัว แท็บเล็ตพันธุ์อึดสำหรับงานภาคสนามที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมสมบุกสมบันและทำงานได้โดยไม่ต้องใส่แบตเตอรี่
ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหน้าจออัตราส่วน 16:18 ที่มีกล้อง AI พับลงมาสแกนเอกสารเป็นข้อความหรือสแกนวัตถุเป็นภาพ 3 มิติสำหรับกลุ่มงานครีเอทีฟและเอเจนซีโฆษณา
🟥5.วิกฤตชิ้นส่วนขาดแคลนดันราคาพีซีและเซิร์ฟเวอร์พุ่งทะยาน
ภายใต้การเติบโตของตลาด AI PC อุตสาหกรรมไอทีกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากวิกฤตการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำและต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก
ปัจจุบันกำลังการผลิตรวมของโรงงานผลิตหน่วยความจำที่ใหญ่ที่สุดในโลก 3 แห่งอยู่ที่ประมาณ 200,000 เทราไบต์ แต่ยอดคำสั่งซื้อล่วงหน้าเมื่อต้นปีที่ผ่านมาพุ่งสูงถึง 700,000 ถึง 800,000 เทราไบต์ ซึ่งเกินกำลังการผลิตไปถึง 3 ถึง 4 เท่า ขณะที่การจัดหาชิปประมวลผล GPU ในตลาดทั่วไปต้องใช้เวลารอคอยนานถึง 6 ถึง 9 เดือน
ความต้องการที่สูงกว่ากำลังการผลิตและต้นทุนแร่หายากที่แพงขึ้น ส่งผลให้ราคาคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปีก่อนหน้าจนถึงปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นแล้วประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์
การปรับขึ้นดังกล่าวทำให้คอมพิวเตอร์เกมมิงสเปกเดิมขยับราคาจาก 24,000 ถึง 26,000 บาท ขึ้นไปอยู่ที่ 46,000 ถึง 47,000 บาท และทำให้ราคาเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 10,000 บาทปลาย ๆ ถึง 20,000 กว่าบาท โดยไม่มีเครื่องระดับราคา 10,000 บาทต้น ๆ วางจำหน่ายอีกแล้ว
ในฝั่งของอุปกรณ์ระดับองค์กร เวิร์กสเตชัน AI ระดับเริ่มต้นได้ปรับราคาขึ้นจากไม่ถึง 100,000 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท ขณะที่เซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรปรับราคาพุ่งขึ้นถึง 400 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมเครื่องละ 7 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็น 28 ล้านบาท โดยคาดว่าราคาชิ้นส่วนจะยังคงปรับขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้ และอาจเริ่มเห็นการทรงตัวเร็วที่สุดในช่วงกลางปีหน้าหากมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเสริมตลาด
ภาวะคอขวดของซัพพลายเชนทำให้ความสามารถในการบริหารจัดการชิ้นส่วนกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดการแข่งขัน โดยผู้ผลิตที่มีเครือข่ายโรงงานระดับโลกและวางแผนคาดการณ์คำสั่งซื้อล่วงหน้า 3 ถึง 6 เดือนจึงสามารถจัดทำบริการทางลัดอย่างแพลตฟอร์ม AI Express เพื่อส่งมอบเซิร์ฟเวอร์พร้อม GPU ให้แก่องค์กรได้ภายใน 15 ถึง 25 วันทำการ แทนการต้องรอคอยนานหลายเดือน
🟥6.ทิศทางตลาดและการเปลี่ยนผ่านสู่ผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร
สำหรับแนวโน้มตลาดในช่วงปลายปีไปจนถึงปีหน้า ภาพรวมกำลังซื้อยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบหลังสถานการณ์น้ำท่วม โดยในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ยังคงมีมุมมองต่อเศรษฐกิจปีหน้าที่แบ่งออกเป็นสองฝั่ง ทั้งกลุ่มที่กังวลว่าอาจเกิดภาวะพายุเศรษฐกิจ และกลุ่มที่มองว่าเศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดและกำลังจะฟื้นตัว
ในฝั่งของตลาดผู้บริโภคทั่วไปคาดว่าจะต้องอาศัยมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อเข้ามาช่วยพยุงตลาด ขณะที่ตลาดองค์กรจะยังคงมีเทคโนโลยี AI และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนความต้องการอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุดแล้ว สมรภูมิการแข่งขันของตลาดคอมพิวเตอร์ในยุค AI PC จึงไม่อาจพึ่งพาการเป็นเพียงผู้ขายกล่องฮาร์ดแวร์แบบเดิมได้อีกต่อไป
แต่ผู้ผลิตต้องปรับตัวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจรที่สร้างความแตกต่างด้วยซอฟต์แวร์ ความปลอดภัย และบริการที่นำไปใช้งานได้จริง
พร้อมทั้งปรับรูปแบบการทำงานให้มีความรวดเร็วเพื่อรองรับคนรุ่นใหม่อย่างกลุ่ม Gen Z ที่กำลังก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักของโลกธุรกิจ
