เคยไหมที่รู้สึกว่าโลกที่ดูเหมือนจะเชื่อมต่อกันตลอดเวลา กลับทำให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายในชีวิตจริงได้ยากขึ้นกว่าเดิม ใช้ชีวิตแต่ละวันก็เหนื่อยและแบกรับภาระมากพอแล้ว พอถึงเวลาเลิกงานหรือวันหยุด มองไปรอบตัวกลับรู้สึกเคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก

นี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่คิดไปเอง เพราะอินไซต์ล่าสุดจากผลสำรวจ Match Group Asia Human Connection Survey ที่จัดทำโดย Ipsos สะท้อนภาพรวมวิถีชีวิตสมัยใหม่ของคนโสดทั่วเอเชีย ว่ากำลังเผชิญหน้ากับความเหนื่อยล้า ความวิตกกังวลทางสังคม และช่องว่างระหว่างการมีปฏิสัมพันธ์บนโลกออนไลน์กับการเชื่อมต่อในชีวิตจริง

โดยพบว่า 25% ของคนโสดในภูมิภาคเอเชียกำลังตกอยู่ในภาวะความเหงา แต่ถึงอย่างนั้น 75% ก็ยังคงพยายามมองหาความสัมพันธ์ทางสังคมใหม่ ๆ อย่างไม่ยอมแพ้

การสำรวจครั้งนี้ได้เจาะลึกกลุ่มคนโสดอายุ 18-45 ปี จำนวนประมาณ 1,000 คนในแต่ละประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และไทย รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดในภูมิภาคประมาณ 4,000 คน โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 30 เมษายน-19 พฤษภาคม 2569 และมีการเปิดเผยข้อมูลที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นับเป็นหนึ่งในการศึกษาเรื่องคนโสดในเอเชียที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

คนโสดไทย ‘เหงา‘ แต่ไม่ยอมแพ้

เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทยซึ่งกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและอัตราการเกิดที่ลดลง ความเหงาจึงกลายเป็นความท้าทายระดับแนวหน้าของคนโสดในเมือง ผลสำรวจชี้ชัดว่า 85% ของคนโสดไทยยอมรับว่ามีช่วงที่รู้สึกเหงาบ้างในบางเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็มีถึง 62% ที่ลุกขึ้นสู้และพยายามสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ในชีวิต สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะเหงา แต่ความต้องการเชื่อมต่อกับผู้อื่นยังคงมีอยู่อย่างชัดเจน

ไม่ใช่แค่รู้จักคนเยอะ แต่อยากได้ ‘ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย‘

โจทย์ของคนโสดไทยในยุคนี้ ไม่ได้ต้องการแค่การมีผู้คนล้อมรอบตัวจำนวนมาก

  • 72% ระบุว่าต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย มากกว่าการมีความสัมพันธ์แบบผิวเผินจำนวนมาก
  • 53% ของคนโสดไทยเลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็นตัวช่วยรับมือกับความเหงา แทนที่จะติดต่อไปหาครอบครัวหรือเพื่อนฝูง
  • สัดส่วนนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยรวมของทั้ง 4 ประเทศที่ทำการสำรวจ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของช่องทางดิจิทัลในการช่วยเยียวยาความโดดเดี่ยว

โรแมนติกยังไม่ตาย.. มองหาคนที่ใช่เพื่ออนาคต

นอกจากคอนเนคชันทั่วไปแล้ว เรื่องของหัวใจก็ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับคนโสดชาวไทย

  • 60% กำลังมองหาความสัมพันธ์แบบโรแมนติกในปัจจุบัน
  • 74% วางแผนที่จะมองหาความสัมพันธ์โรแมนติกภายใน 5 ปีข้างหน้า
  • 46% ระบุว่าจะเลือกเดตเฉพาะกับคนที่มองเห็นอนาคตในระยะยาวร่วมกันเท่านั้น
  • 58% ยังคงเชื่อมั่นว่าตัวเองจะได้พบกับ “คนที่ใช่”
  • 41% มีความเชื่อว่าตนเองจะได้แต่งงานในอนาคต

แอปหาคู่ ไอเทมฮีลใจแห่งยุคดิจิทัล

ท่ามกลางความท้าทายในการเจอคนใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวัน แอปพลิเคชันหาคู่จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์

  • 46% ของคนโสดไทยเคยใช้งานแอปหาคู่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
  • 60% มองว่าการใช้แอปพลิเคชันหาคู่ถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตปัจจุบันไปแล้ว
  • 67% ยืนยันว่าแอปพลิเคชันหาคู่ช่วยให้พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้มากขึ้นและรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง
  • 46% เชื่อว่าแอปพลิเคชันหาคู่คือช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ
  • 46% ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยมองว่าโปรไฟล์ที่ผ่านการยืนยันตัวตนและมาตรการความปลอดภัยที่เข้มแข็งคือปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้แอปหาคู่

ใช้เทคโนโลยีสู้ความเหงาระดับสังคม

รณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชา ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย Tinder Thailand ให้ความเห็นว่า อินไซต์เหล่านี้สะท้อนว่าแม้คนโสดไทยจะเผชิญกับภาวะความเหงา แต่ก็ยังคงมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายและลึกซึ้งมากขึ้น โดยเชื่อว่าเทคโนโลยีสามารถเข้ามาเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สร้างคอนเนคชันใหม่ ๆ และเชื่อมโยงกันอย่างปลอดภัย

ทางฝั่งของ เคธี่ ปีเตอร์ส รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กร Match Group เสริมว่า แม้ทุกวันนี้เราจะติดต่อกันได้ง่ายกว่าที่เคย แต่การสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงกลับรู้สึกยากขึ้นจนกลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคม ข่าวดีคือคนรุ่นใหม่ในเอเชียไม่ได้ละทิ้งความตั้งใจนี้ พวกเขาเพียงแค่พิถีพิถันมากขึ้นในการมองหาความสัมพันธ์

เพื่อรับมือกับปัญหานี้ Match Group และ Tinder พร้อมด้วยพันธมิตรในไทยอย่าง AIS, กรมสุขภาพจิต, TIMS และ GILC จึงได้จับมือขับเคลื่อนแคมเปญ Human Connection เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาความเหงา และส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้คนสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างปลอดภัยและมีความหมายในชีวิตจริง