ตลาดช็อกโกแลตในไทย มูลค่าตลาดราว 10,000 ล้านบาท พลิกเกมจากขนมหวานทานเล่นตามอารมณ์ สู่สมรภูมิช็อกโกแลตพรีเมียม นวัตกรรมขนมทางเลือกเพื่อสุขภาพ และความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานโกโก้

แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ผู้เล่นหน้าใหม่จากเอเชียและยุโรป ต่างเดินหน้ายึดพื้นที่เชลฟ์ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต 

พร้อมชูนวัตกรรมรสสัมผัส การควบคุมปริมาณแคลอรี และกลยุทธ์คาแรคเตอร์มาร์เก็ตติ้งเพื่อมัดใจผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน

ตลาดช็อกโกแลตในประเทศไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับเป็นเซกเมนต์ขนมหวานและของว่างที่มีพลวัตการแข่งขันสูงและเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากพฤติกรรมผู้บริโภคและแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบระดับโลก

บนชั้นวางจำหน่ายในปัจจุบันมีแบรนด์ช็อกโกแลตขับเคี่ยวกันมากกว่า 50-60 แบรนด์ ทั้งกลุ่มบิ๊กแบรนด์ข้ามชาติระดับโลก แบรนด์ยอดนิยมจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียน แบรนด์อาร์ติซานและคราฟต์ช็อกโกแลตแบบบีนทูบาร์จากยุโรปและท้องถิ่นไทย ไปจนถึงกลุ่มขนมช็อกโกแลตแฟนตาซีสำหรับเด็ก

ตลาดนี้เคยเผชิญความท้าทายทั้งจากสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยที่จำกัดการกระจายสินค้าในช่องทางดั้งเดิม พฤติกรรมการซื้อแบบฉับพลัน ณ จุดขาย ที่ทำให้ผู้บริโภคพร้อมสลับสับเปลี่ยนแบรนด์ตามโปรโมชั่นและรสชาติใหม่ 

ตลอดจนวิกฤตราคาเมล็ดโกโก้ในตลาดโลกที่เคยพุ่งทะยานเมื่อต้นปี 2568 ก่อนจะทยอยปรับฐานลงมาในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ซึ่งบีบให้ผู้ผลิตทั่วโลกต้องบริหารจัดการขนาดบรรจุภัณฑ์และยกระดับมูลค่าสินค้าเพื่อรักษาอัตรากำไร

ตลาดช็อกโกแลตในไทย หมื่นล้าน
ปี พ.ศ. มูลค่าตลาดบริโภคช็อกโกแลตในไทย
2568 9,485
2569 9,988
2570 10,517
2571 11,074
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 35.00 บาท
ที่มา: Grand View Research, The Report Cube, GlobalData / ตุลาคม 2569

โดยประเมินว่าปี 2569 มูลค่าตลาดบริโภคช็อกโกแลตในไทยขยับขึ้นแตะระดับ 9,988 ล้านบาท จากแรงหนุนของการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยว การขยายตัวของร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงเทรนด์การให้ของขวัญและกระแสช็อกโกแลตพรีเมียมในช่วงปลายปี

แบรนด์ผู้ขับเคลื่อนตลาดต่างเร่งปรับตัวหนีสงครามราคา ไปสู่การสร้างคุณค่าใหม่อย่างเต็มรูปแบบ 

ทั้งการออกแบบขนาดบรรจุภัณฑ์ไซส์มินิและมัลติแพ็กเพื่อสนับสนุนการบริโภคอย่างมีสติ

การพัฒนาช็อกโกแลตสูตรไม่เติมน้ำตาลทราย ช็อกโกแลตโปรตีนสูง ช็อกโกแลตวีแกน และดาร์กช็อกโกแลตเปอร์เซ็นต์โกโก้สูงจากแหล่งปลูกเดี่ยว ไปจนถึงการชูตรารับรองการจัดหาเมล็ดโกโก้ที่ผ่านมาตรฐานความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

สัดส่วนมูลค่าตลาดบริโภคช็อกโกแลตในไทย 

หมื่นล้าน แบ่งตามรูปแบบช็อกโกแลต

แท่งและบล็อก 31% แท่งแยกชิ้น 21% กล่องของขวัญและชิ้น 12%
เคลือบ 9% ชิ้นรูปแบบอื่น ๆ 27%
* มูลค่าตลาดไม่รวมกลุ่มบิสกิต
ที่มา: Grand View Research, The Report Cube, GlobalData / ตุลาคม 2569

สัดส่วนมูลค่าตลาดบริโภคช็อกโกแลตในไทย 

หมื่นล้าน แบ่งตามช่องทางการขาย

ร้านสะดวกซื้อ 60% ซูเปอร์มาร์เก็ต / ไฮเปอร์มาร์เก็ต 30%
โชห่วย 10%
ที่มา: Grand View Research, The Report Cube, GlobalData / ตุลาคม 2569

เมื่อเจาะลึกโครงสร้างตลาดจะพบว่า ช็อกโกแลตในรูปแบบแท่งและบล็อก (31%) เมื่อรวมกับรูปแบบแท่งแยกชิ้น (21%) ยังคงเป็นฐานรากสำคัญที่ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 52% จากความสะดวกในการรับประทานระหว่างวันและการแบ่งปัน 

ขณะที่กลุ่มชิ้นรูปแบบอื่น ๆ (27%) กล่องของขวัญและชิ้น (12%) และกลุ่มช็อกโกแลตเคลือบถั่วหรือผลไม้ (9%) ได้กลายเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างสีสันและดึงดูดผู้บริโภคที่มองหาเนื้อสัมผัสแปลกใหม่

ในมิติของช่องทางการจัดจำหน่าย ร้านสะดวกซื้อครองสัดส่วนสูงสุดถึง 60% ในฐานะสมรภูมิหลักของการซื้อแบบฉับพลันด้วยแพ็กเกจจิ้งขนาดพกพา 

ตามมาด้วยช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ครองสัดส่วน 30% ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของช็อกโกแลตนำเข้าระดับพรีเมียม ถุงแบ่งปันขนาดครอบครัว และกลุ่มกล่องของขวัญเทศกาล 

ส่วนร้านค้าปลีกดั้งเดิมหรือโชห่วยมีสัดส่วนอยู่ที่ 10% โดยมีกลุ่มช็อกโกแลตคอมพาวนด์และขนมช็อกโกแลตราคาประหยัดเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

🟥กลุ่มบิ๊กแบรนด์ระดับโลกและผู้นำตลาดแมส แข่งเดือดด้วยนวัตกรรมพอร์ตโฟลิโอ ขนาดพกพา และแคมเปญระดับโลก 

ตลาดวงกว้างยังคงถูกขับเคลื่อนโดย 5 ยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ครองส่วนแบ่งตลาดช็อกโกแลตรวมกันเกือบ 40% ของโลก ซึ่งต่างโหมส่งนวัตกรรมรสชาติ แคมเปญความร่วมมือระดับสากล และกลยุทธ์การซอยย่อยขนาดบรรจุภัณฑ์ลงสู้ศึกอย่างดุเดือด

1.กลุ่มบริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (Mondelēz International) เดินหน้ารุกตลาดไทยผ่าน บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด 

โดยชูแนวคิดการบริโภคของว่างอย่างมีสติ ที่ระบุปริมาณพลังงานต่อชิ้นและสัญลักษณ์ Snack Mindful อย่างชัดเจนบนซอง ควบคู่กับการขับเคลื่อนโครงการความยั่งยืน

แบรนด์เรือธงอย่าง ‘แคดเบอรี’ (Cadbury) และ ‘แคดเบอรี แดรี่ มิลค์’ (Cadbury Dairy Milk) วางพอร์ตโฟลิโอครอบคลุมทุกโอกาสการบริโภค ตั้งแต่ช็อกโกแลตแท่งรสคลาสสิก, รส Roast Almond, รส Caramel, รส Crisp-it ผสมข้าวพองวีทคริสปี้, รส Bubbly เนื้อฟองอากาศ, รส Mousse และ รส Oreo

ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์เคี้ยวสนุกในรุ่น Cadbury Dairy Milk Marvellous Creations Jelly Popping Candy Beanies ที่ผสานเจลลี่ ลูกอมแตกเป๊าะแป๊ะ และช็อกโกแลตเคลือบน้ำตาลไว้ในคำเดียว

นอกจากนี้ ยังรุกหนักในกลุ่มถุงแบ่งปันและมัลติแพ็กภายใต้แคมเปญ ‘Made to Share’ ทั้งรุ่น Mini Bars with Oreo, รุ่น Chunks กล่องลายคริสต์มาส, ‘แคดเบอรี เฟลก’ (Cadbury Flake) ช็อกโกแลตเนื้อร่วนพับเป็นชั้นอันเป็นเอกลักษณ์

ถุงรวมช็อกโกแลตไซส์มินิ ‘แคดเบอรี แดรี่ มิลค์ เฟรดโด แอนด์ เฟรนด์ส’ (Cadbury Dairy Milk Freddo & Friends) ที่รวมรุ่นฮิตอย่าง Freddo, Freddo Caramel, Fudge และ Curly Wurly ไว้ด้วยกัน

ตลอดจนดาร์กช็อกโกแลตเม็ดกระดุม ‘แคดเบอรี บอร์นวิลล์ ไจแอนต์ บัตตอนส์’ (Cadbury Bournville Giant Buttons), ช็อกโกแลตนมผสมเกล็ดน้ำผึ้งรวง ‘แคดเบอรี ครันชี่ ร็อกส์’ (Cadbury Crunchie Rocks), ช็อกโกแลตม้วนพับ ‘แคดเบอรี ทเวิร์ล’ (Cadbury Twirl) และ ‘แคดเบอรี ปิกนิก’ (Cadbury Picnic) ที่สร้างกระแสด้วยแคมเปญสื่อนอกบ้าน

ขณะที่อีกหนึ่งแบรนด์หลักในเครือมอนเดลีซอย่าง ‘ทอปเบอโรน’ (Toblerone) ชูจุดขายสวิสช็อกโกแลตแท้ทรงสามเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจจากยอดเขามาเทอร์ฮอร์น ผสานน้ำผึ้งแท้และอัลมอนด์นูกัต

โดยขยายฐานสู่กลุ่มทานเล่นระหว่างวันด้วยขนาดพกพา 32 และ 35 กรัม ควบคู่กับการเจาะตลาดของขวัญด้วยแพ็กเกจจิ้งเทศกาลและถุงรวมชิ้นเล็ก ‘ทอปเบอโรน ไทนี่’ (Toblerone Tiny) ขนาด 200 กรัม ที่ระบุแคลอรีเพียง 41-42 กิโลแคลอรีต่อชิ้น

ส่วน ‘มิลก้า’ (Milka) ช็อกโกแลตแพ็กเกจสีม่วงรูปแม่วัวที่ใช้นมจากเทือกเขาแอลป์ (Alpenmilch) ส่งรส Noisette ผสมเฮเซลนัตบดละเอียดลงตลาด พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ความอ่อนโยนในครอบครัวผ่านแคมเปญโฆษณา

2.ฝั่งยักษ์ใหญ่อาหารระดับโลก ‘เนสท์เล่’ (Nestlé) 

เดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์เรือธง ‘คิทแคท’ (KitKat) ภายใต้สโลแกนอมตะ ‘คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท’ 

ไฮไลต์สำคัญในปี 2569 คือการประกาศความร่วมมือระดับโลกในฐานะพันธมิตรช็อกโกแลตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง ฟอร์มูลาวัน (Formula 1) และจัดโปรโมชั่นร่วมกับโมเดิร์นเทรดอย่างคึกคัก

ด้านผลิตภัณฑ์ คิทแคทได้ปูพรมความหลากหลายครอบคลุมตั้งแต่รุ่นคลาสสิก, ถุงใหญ่ Value Pack, รส Dark Choc, รส Pink Strawberry, บล็อกบาร์ขนาดใหญ่ 120 กรัมสำหรับการแบ่งปันในรส Cookie Crumble, Hazelnut, Hazelnut Crunch, Neapolitan ที่แยกชั้นสีอย่างโดดเด่น, Dark with Mint และ Cookie Dough

ไปจนถึงการยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมด้วย ‘คิทแคท ดาร์ก บอร์เนียว’ (KitKat Dark Borneo) ช็อกโกแลต Single Origin จากเมล็ดโกโก้เกาะบอร์เนียว ประเทศมาเลเซีย ภายใต้โครงการความยั่งยืน

ตลอดจนการทำ Cross-Brand Collaboration ผสานพลังแบรนด์ในเครือเนสท์เล่ ทั้ง ‘คิทแคท ชังกี้ ไมโล’ (KitKat Chunky Nestlé Milo) และ ‘คิทแคท มิลกี้บาร์’ (KitKat Milkybar)

ส่วนแบรนด์ ‘ไมโล’ (MILO) ได้ขยายอิทธิพลจากเครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์สู่อาณาจักรขนมหวานภายใต้แนวคิด ‘Energy to go further’ ผสานกลยุทธ์เชื่อมโยงกับกีฬาและ Nostalgia Marketing

ดึงดูดทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่ด้วยไลน์สินค้าที่ครบครัน ทั้งขนมช็อกโกแลตมอลต์ทรงนักเก็ต ‘ไมโล นักเก็ตส์’ (MILO Nuggets) ในซองพกพา 25 กรัม และถุงใหญ่ Party Packs 8 ซองย่อยหน้าซองรูปนักฟุตบอล, ‘ไมโล ไบท์ส ดับเบิ้ล ช็อก’ (MILO Bites Double Choc) ซองซิปล็อก, เวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลต ‘ไมโล แม็กซ์ ดับเบิ้ล ช็อก’ (MILO Max Double Choc) และช็อกโกแลตมอลต์แท่ง ‘ไมโล ช็อกโก บาร์’ (MILO Choco Bar) ที่ควบคุมพลังงานเพียง 80-90 กิโลแคลอรีต่อชิ้น

3.ด้านกลุ่ม ‘มาร์ส’ (Mars, Incorporated) ผู้นำส่วนแบ่งตลาดช็อกโกแลตอันดับหนึ่งของโลก

เดินหน้าโครงการความยั่งยืน ‘Cocoa for Generations’ รุกตลาดไทยผ่าน บริษัท มาร์ส ไทยแลนด์ อิงค์ ด้วยทัพแบรนด์ดัง

นำโดย ‘เอ็มแอนด์เอ็มส์’ (M&M’S) ที่ใช้กลยุทธ์การแตกไลน์บรรจุภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่ซองพกพา, ถุงแชร์ขนาดใหญ่ 180 กรัม, ถุงรวมซองย่อย Fun Size ทั้งรส Milk Chocolate และรส Peanut, ซองสีฟ้าสอดไส้ข้าวพองรส Crispy

รูปแบบแท่ง ‘เอ็มแอนด์เอ็มส์ คริสปี้ บาร์’ (M&M’S Crispy Bar) และ ‘เอ็มแอนด์เอ็มส์ ช็อกโกแลต มิลค์ บล็อก’ (M&M’S Chocolate Milk Block), กระปุกพลาสติกฝาแดง ไปจนถึงหลอดพลาสติกทรงยาว ‘เอ็มแอนด์เอ็มส์ มินิส’ (M&M’S Minis)

การตลาดของเอ็มแอนด์เอ็มส์ในปี 2569 ยังคงชูความสนุกสนานของเหล่าคาแรคเตอร์มาสคอต ทั้งการจับมือกับจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ Marvel พิมพ์ลายฮีโร่ลงบนซอง และการเปิดตัวแคมเปญระดับโลก ‘Screentime’ ที่ส่งเหล่ามาสคอตไปป่วนในฉากล้อเลียนภาพยนตร์และรายการทีวีเพื่อยึดตำแหน่งของว่างคู่ความบันเทิง

ขณะที่ ‘สนิกเกอร์ส’ (SNICKERS) ช็อกโกแลตนมสอดไส้ถั่วลิสง คาราเมล และนูกัต ทั้งแบบแท่ง 35 กรัม และถุง Fun Size ขนาด 240 กรัม รุกหนักในวงการอีสปอร์ตและส่งแคมเปญใหม่ ๆ สร้างสีสันให้แบรนด์อยู่เสมอ

4.เฮอร์ชีส์ (HERSHEY’S) ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา 

เดินหน้าปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอภายใต้กลยุทธ์ ‘ONE Hershey’ ที่ผสานกลุ่มขนมหวาน ขนมเค็ม และโปรตีนเข้าด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การกินจุบจิบอย่างครบวงจร

พร้อมวางหมากสินค้าในไทยครบทุกเซกเมนต์ ทั้งช็อกโกแลตแท่ง Hershey’s Bar, ช็อกโกแลตชิ้นพอดีคำ ‘เฮอร์ชีส์ นักเก็ตส์’ (Hershey’s Nuggets) และ Cookies ‘N’ Creme ที่ต่อยอดสู่รสชาติสไตล์คาเฟ่อย่าง Caramel Macchiato และ Café Espresso

ไปจนถึงการรุกเซกเมนต์ขนมเคี้ยวเพลินด้วยลูกบอลช็อกโกแลตกรุบกรอบ ‘เฮอร์ชีส์ ช็อกโก บอลส์’ (Hershey’s Choco Balls) 

ทั้งยังสร้างสีสันการตลาดตลอดปี ตั้งแต่แคมเปญโอลิมปิกฤดูหนาว ‘Hershey’s. It’s Your Happy Place.’, การดึงเกิร์ลกรุ๊ประดับโลกมาร่วมเปิดตัว ‘Hershey’s Creme Bars’ เจาะกลุ่ม Gen Z, แคมเปญฮาโลวีน ‘Hersheyween’ ที่ส่งแพ็กเกจจิ้งลายแดร็กคิวลาและแฟรงเกนสไตน์ลงตลาด

5.ขณะที่กลุ่ม เฟอร์เรโร (Ferrero Group) จากอิตาลี ผนึกกำลังกับผู้จัดจำหน่ายหลักอย่าง บริษัท ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด 

ส่ง ‘เฟอร์เรโร รอชเชอร์’ (Ferrero Rocher) ช็อกโกแลตนมผสมเกล็ดเฮเซลนัตห่อฟอยล์สีทอง ยึดหัวหาดตลาดของขวัญด้วยกล่องใสขนาด 15 ชิ้น, 16 ชิ้น และ 24 ชิ้น พร้อมขยายฐานสู่ตลาดช็อกโกแลตแท่งระดับพรีเมียมด้วย ‘Ferrero Rocher Bars’

ควบคู่กับการปั้นพอร์ตโฟลิโอตระกูล ‘คินเดอร์’ (Kinder) เจาะกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่ นำโดยเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตสอดไส้ครีมเฮเซลนัต ‘คินเดอร์ บูเอโน่’ (Kinder Bueno)

เสริมทัพด้วย ‘คินเดอร์ ช็อกโกแลต’ (Kinder Chocolate) ช็อกโกแลตนมสอดไส้นมเน้น ๆ ขนาดกล่อง 4 แท่ง และ 8 แท่ง เพื่อการควบคุมโภชนาการของเด็ก, 

เวเฟอร์แท่ง ‘คินเดอร์ ทรอนกี้’ (Kinder Tronky), เวเฟอร์รูปฮิปโป ‘คินเดอร์ แฮปปี้ ฮิปโป’ (Kinder Happy Hippo Cocoa) และ ขนมไข่เซอร์ไพรส์ ‘คินเดอร์ จอย’ (Kinder Joy) ที่ใช้กลยุทธ์ลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ระดับโลกอย่าง Marvel Spider-Man, Looney Tunes และเจ้าหญิงดิสนีย์ กระตุ้นการสะสม

🟥กลุ่มช็อกโกแลตพรีเมียมยุโรป-โอเชียเนีย และบีนทูบาร์ ชูงานคราฟต์และจริยธรรมความยั่งยืน 

ท่ามกลางกระแสผู้บริโภคที่ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับคุณภาพวัตถุดิบแท้และเรื่องราวเบื้องหลังการผลิต 

แบรนด์พรีเมียมและช็อกโกแลตอาร์ติซานจากยุโรปและโอเชียเนียต่างดาหน้าเข้ามาชิงพื้นที่บนเชลฟ์ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับบนอย่างคึกคัก

ลินด์ (Lindt) และซับแบรนด์เรือธง ‘ลินดอร์’ (LINDOR) จากสวิตเซอร์แลนด์ ชูความเชี่ยวชาญของ Lindt Master Chocolatiers ตั้งแต่ปี 1845 และโครงการความยั่งยืน Lindt & Sprüngli Farming Program 

โดดเด่นด้วยช็อกโกแลตสอดไส้เนื้อเนียนละลายในปาก ทั้งกล่องสีแดง LINDOR Milk Chocolate และกล่องสีทองรวม 4 รสชาติ LINDOR 4 Flavours Assorted พร้อมสร้างกระแสด้วยรสชาติใหม่อย่าง Pistachio และ Tokyo Style Matcha Strawberry

เมอร์ซี่ (merci) แบรนด์พรีเมียมจากบริษัท สตอร์ค (STORCK) ประเทศเยอรมนี รุกตลาดด้วยซีรีส์ ‘merci Petits’ ช็อกโกแลตชิ้นพอดีคำทั้งรุ่นรวมรส ซองสีขาว-แดง และรุ่นช็อกโกแลตนม Edel-Vollmilch ซองสีขาว-น้ำเงิน เจาะกลุ่มของขวัญแทนคำขอบคุณและของว่างระดับบน

กีเลียน (Guylian) ช็อกโกแลตเบลเยียมระดับตำนานตั้งแต่ปี 1958 ตอกย้ำเอกลักษณ์ช็อกโกแลตพราลีนรูปเปลือกหอยและม้าน้ำลายหินอ่อน สอดไส้เฮเซลนัตพราลีนคั่วหอมในรุ่น Guylian The Original SeaShells และกล่องรวมรส ‘กีเลียน โอพุส’ (Guylian Opus Assortment) โดยชูจุดยืนการใช้โกโก้ Fairtrade 100% ปราศจากน้ำมันปาล์มและถั่วเหลือง ในบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ทั้งหมด

ล็อกเกอร์ (Loacker) แบรนด์ดังจากอิตาลี ต่อยอดแนวคิดความบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ส่งช็อกโกแลตพราลีนสอดไส้ครีมและเวเฟอร์กรอบห่อแยกชิ้น ‘ล็อกเกอร์ ล็อกกินี’ (Loacker Loackini) ทั้งรส Dark จากโกโก้เอกวาดอร์ และรส Milk จากนมอัลไพน์แท้ผสานเฮเซลนัตอิตาลี ควบคู่กับเวเฟอร์แท่ง ‘ล็อกเกอร์ เบรก 3 เฮเซลนัต’ (Loacker Break 3 Hazelnut)

แวน ฮูเต็น (Van Houten) เดินเกมสองขาในไทย ทั้งการวางจำหน่ายช็อกโกแลตบาร์โกโก้ 43% รุ่น Dark Milk Chocolate และ Dark Milk Fruit & Nut และการผนึกกำลังระหว่าง เคซีจี คอร์ปอเรชั่น กับ เซเว่น อีเลฟเว่น นำช็อกโกแลตเกรดเชฟ ‘Van Houten Professional’ มาพัฒนาเป็นเบเกอรีและขนมหวาน

โทนี่ส์ ช็อกโกโลนลี่ (Tony’s Chocolonely) แบรนด์ช็อกโกแลตเพื่อสังคม ส่งมิลค์ช็อกโกแลตซองสีแดงจากเบลเยียม ชูตรารับรอง ‘Tony’s Open Chain’ และ ‘Fairtrade’ พร้อมปล่อยแคมเปญโฆษณาธีมมวยปล้ำยุค 90s ‘There’s Fight In Every Bite’ เพื่อปลุกกระแสต่อต้านการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมโกโก้

วิทเทคเคอร์ส (Whittaker’s) ช็อกโกแลตประจำชาตินิวซีแลนด์ ยึดมั่นในกระบวนการผลิตแบบ ‘Beans-to-bar’ ที่ใช้โกโก้มาตรฐาน Rainforest Alliance 100% และปราศจากน้ำมันปาล์ม ส่งรุ่น Creamy Milk 12 Mini Size เจาะตลาดไทย 

ขณะที่ ‘ริตเตอร์ สปอร์ต’ (Ritter Sport) จากเยอรมนี ก็ยังคงแข็งแกร่งด้วยเอกลักษณ์ช็อกโกแลตแท่งทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสหลากรสชาติที่ใช้เมล็ดโกโก้จากแหล่งปลูกที่ยั่งยืน 100%

ในเซกเมนต์ซูเปอร์พรีเมียมและอาร์ติซาน ‘บัตเลอร์ส’ (Butlers) จากไอร์แลนด์ ชูจุดขายความเข้มข้นของช็อกโกแลตนมที่มีสัดส่วนโกโก้ขั้นต่ำสูงถึง 40% เจาะตลาดพรีเมียมและดิวตี้ฟรี 

ส่วน ‘โดโมริ’ (Domori) แบรนด์หรูจากอิตาลี ชูจุดแข็งการอนุรักษ์โกโก้สายพันธุ์หายาก ‘คริโอโล’ (Criollo) ส่งรุ่น 85% Dark Chocolate, Hazelnuts Dark Chocolate และ Sicilian Almonds & Honey ขนาด 75 กรัม เจาะกลุ่มนักชิมระดับไฮเอนด์

บลังซาร์ท (Blanxart) ช็อกโกแลตอาร์ติซานแบบ Bean-to-Bar แท้จากบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดดเด่นด้วยการคั่วเมล็ดโกโก้ด้วยเปลวไฟโดยตรงและคัดสรรโกโก้แหล่งปลูกเดี่ยว (Single Origin) มาตรฐานออร์แกนิคและวีแกน ทั้งรุ่น Origins: Congo โกโก้ 91% และรุ่น Origins: Nicaragua โกโก้ 85% พร้อมขยายไลน์สู่ช็อกโกแลตวีแกนที่ใช้น้ำนมมะพร้าวและน้ำตาลดอกมะพร้าว

ซัมเมอร์ดาวน์ (Summerdown) ผู้เชี่ยวชาญด้านมินต์จากอังกฤษ ส่งรุ่น Dark Chocolate Peppermint Thins ขนาด 150 กรัม ที่ผสานดาร์กช็อกโกแลตเข้ากับน้ำมันเปปเปอร์มินต์สายพันธุ์ Black Mitcham ที่ปลูกและสกัดเองจากฟาร์มในแฮมป์เชียร์ พร้อมชูตรารับรอง B-Corp และการทำเกษตรแบบฟื้นฟู

ด้าน ‘ซิมอน คอลล์’ (Simón Coll) แบรนด์เก่าแก่จากสเปนตั้งแต่ปี 1840 ผสานคุณภาพช็อกโกแลตยุโรปเข้ากับดีไซน์แพ็กเกจจิ้งสุดสร้างสรรค์ ทั้งช็อกโกแลตนมรูปปลาซาร์ดีนบรรจุในกระป๋องคล้ายปลากระป๋องจริง และช็อกโกแลตนมแท่งจำลองรูปดินสอสีบรรจุในหลอดพลาสติกทรงหัวดินสอสีที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ภายใต้ซีรีส์ ‘Colour Your Day!’

🟥กลุ่มช็อกโกแลตทางเลือกเพื่อสุขภาพ ไร้การเติมน้ำตาล โปรตีนสูง และคลีนเลเบล 

กระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การลดบริโภคน้ำตาล และการเติบโตของกลุ่มอาหารคีโตเจนิคและแพลนต์เบส ได้ผลักดันให้เซกเมนต์ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดดบนเชลฟ์โมเดิร์นเทรด

โฮลเอิร์ธ (Whole Earth) นำเข้าโดย บริษัท เมอร์ริซันท์ (ประเทศไทย) จำกัด รุกตลาดด้วยช็อกโกแลตนำเข้าจากสเปน สูตรไม่เติมน้ำตาลทรายที่ใช้มัลทิทอลทดแทนน้ำตาล ปูพรมครบทั้งกลุ่มช็อกโกแลตนม ไวท์ช็อกโกแลตผสมสตรอว์เบอร์รี ไปจนถึงดาร์กช็อกโกแลตที่ประทับตรา Vegan เจาะสายแพลนต์เบส คีโต และผู้ต้องการควบคุมน้ำตาล

เวล เนเชอรัลลี่ (Well Naturally) ผู้นำช็อกโกแลตสูตรไม่เติมน้ำตาลจากออสเตรเลีย ชูจุดขายการใช้สารให้ความหวานจากธรรมชาติอย่างหญ้าหวาน และอิริทริทอล ปราศจากสีและกลิ่นสังเคราะห์ ทั้งในรุ่น Milk Choc Fruit & Nut ขนาด 90 กรัม และรุ่น Milk Chocolate Smooth & Creamy ขนาด 45 กรัม ที่ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลอรีต่อหน่วยบริโภค

เกรเนด (Grenade) แบรนด์โภชนาการการกีฬาในเครือ มอนเดลีซ ทลายเส้นแบ่งขนมหวานกับอาหารเสริมด้วยโปรตีนบาร์รสโอรีโอ (Grenade Oreo Bar) ขนาด 60 กรัม ที่ให้โปรตีนสูงกว่า 20 กรัมแต่มีน้ำตาลต่ำ

ช็อกโกเดท (CHOCODATE) แบรนด์ขนมสุขภาพจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นำอินทผลัมอาหรับอุดมไฟเบอร์มาสอดไส้อัลมอนด์เคลือบช็อกโกแลตแท้ ปราศจากกลูเตน 100% ทั้งในรุ่น Dark, รุ่น 85% Cocoa Extra Dark และถุงซิปล็อกรวมรส Assorted โดยชูจุดขาย Clean Label โรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ และการรุกช่องทางดิวตี้ฟรีในสนามบินทั่วโลก

ขณะที่ ‘ฟีสเทเบิลส์’ (Feastables) แบรนด์ช็อกโกแลตของยูทูบเบอร์ระดับโลก ‘มิสเตอร์บีสต์’ (MrBeast) วางจุดยืนเป็นทางเลือกแบบ Better-for-You ที่ใช้วัตถุดิบเรียบง่าย (Clean-label) ส่งรส Creamy Chocolate Hazelnut แบบถ้วย, รส Milk Crunch และรส Peanut Butter ลุยตลาดไทย โดยอาศัยฐานผู้ติดตามมหาศาลและแคมเปญแจกรางวัลขับเคลื่อนยอดขาย

🟥กลุ่มแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ชูนวัตกรรมรสสัมผัส คาแรคเตอร์มาร์เก็ตติ้ง และตลาดของฝากเอเชีย 

อิทธิพลของวัฒนธรรมป๊อปและกระแสการท่องเที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ส่งผลให้แบรนด์ขนมหวานจากเอเชียตะวันออกยึดครองพื้นที่เชลฟ์ในไทยได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยจุดเด่นด้านเนื้อสัมผัสที่ประณีตและการใช้ลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนระดับโลก

เมจิ (Meiji) เดินหน้ารุกตลาดไทยผ่าน บริษัท ไทย เมจิ ฟู้ด จำกัด นำโดยสินค้าเรือธง ‘เมจิ แมคคาเดเมีย’ (Meiji Macadamia Chocolate) ที่คั่วด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม ควบคู่กับช็อกโกแลตกล่องขนาดพกพาบรรจุ 5 ชิ้นย่อยเพื่อควบคุมแคลอรี ทั้งรุ่น Meiji Milk Chocolate และดาร์กช็อกโกแลต Meiji Black Confectionery

พร้อมครองใจทุกเจเนอเรชันด้วยช็อกโกแลตทรงกรวยสองสี ‘เมจิ อะพอลโล’ (Meiji Apollo) ทั้งแบบกล่อง 46 กรัม ที่แถมสติกเกอร์อพอลโลจัง 10 ลายและมีลูกเล่นช็อกโกแลตรูปดาว ‘Lucky Star’ ไปจนถึงหลอดกระดาษขนาดยักษ์ Apollo Tube ขนาด 82 กรัม 

ตามมาด้วยช็อกโกแลตนมเม็ดจิ๋วในหลอดใส ‘เมจิ ช็อกโก เบบี้’ (Meiji Choco Baby) และกัมมี่ผลไม้สอดไส้ช็อกโกแลตนม ‘เมจิ กัมมี่ ช็อกโก’ (Meiji Gummy Choco)

กูลิโกะ (Glico) โดย บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด เจาะกลุ่มวัยรุ่นด้วยช็อกโกแลตแท่งผสมบิสกิตและถั่วลิสง ‘กูลิโกะ แอลฟี่’ (Glico Alfie) ทั้งรส Chocolate, Peanut, Cookies & Cream, Twotone และรุ่น Alfie Cookies ที่ดึงคาแรคเตอร์กระต่าย ‘Bloody Bunny’ มาขึ้นซอง ควบคู่กับการส่งอมยิ้มช็อกโกแลต ‘กูลิโกะ เปล็อตตี้ มิกกี้ แอนด์ มินนี่’ (Glico Pelotty Mickey & Minnie) เจาะกลุ่มเด็ก

ล็อตเต้ (LOTTE) เดินเกมสองมิติ ทั้งการส่งอัลมอนด์คั่วเคลือบช็อกโกแลตสองชั้น ‘ล็อตเต้ อัลมอนด์ ช็อกบอล 2 เลเยอร์’ (LOTTE Almond Choc Ball 2 Layer) ในกล่องสีทองเจาะตลาด K-Snack พรีเมียม และการส่งช็อกโกแลตแผ่นเรือธงจากญี่ปุ่น ‘ล็อตเต้ กานา’ (Lotte Ghana) ทั้งรุ่นกล่องสีแดง Ghana Milk Chocolate และรุ่นกล่องสีดำ Ghana Black Chocolate โกโก้ 50%

โมรินากะ (Morinaga) ส่งช็อกโกแลตสี่เหลี่ยมชิ้นพอดีคำยอดนิยมจากญี่ปุ่น ‘โมรินากะ ดาร์ส’ (Morinaga DARS) บรรจุ 12 ชิ้น ชูจุดเด่นความเนียนนุ่มละมุนลิ้น ทั้งรสนมดั้งเดิม กล่องสีแดง, รสมัทฉะชาเขียว กล่องสีเขียว และไวท์ช็อกโกแลต กล่องสีขาว เจาะกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน

ส่วน ‘เมโตะ’ (Meito) จากญี่ปุ่น ชูกลยุทธ์ถุงรวมรสชาติสุดคุ้ม ทั้ง ‘เมโตะ สตรอว์เบอร์รี แอสสอร์ต’ (Meito Strawberry Assort Chocolate) ที่รวมช็อกโกแลตสตรอว์เบอร์รี 3 สไตล์, ‘เมโตะ นัทส์ ช็อกโกแลต คอลเลกชัน’ (Meito Nuts Chocolate Collection) รวมถั่ว 5 ชนิด และ ‘เมโตะ พีนัท ครั้นช์ ช็อกโก’ (Meito Peanut Crunch Choco)

ยูราคุ (Yuraku) ผู้ผลิตบิสกิตช็อกโกแลตขวัญใจคนญี่ปุ่นอย่าง ‘แบล็คธันเดอร์’ (Black Thunder) ขยายฐานสู่กลุ่มถุงแบ่งปันซองย่อยด้วยรุ่น Black Thunder Mini Bar Almond & Hazelnut ที่อัดแน่นด้วยถั่วคั่วกรุบกรอบ และรุ่นรสสตรอว์เบอร์รี (Ichigo no Thunder) ผสมเนื้อสตรอว์เบอร์รีอบแห้ง

ด้าน ‘ฟูจิยะ’ (Fujiya) แบรนด์ขนมเก่าแก่จากญี่ปุ่น ผสานมาสคอต ‘เปโกะจังและโปโกะจัง’ (Peko & Poko) เข้ากับทัพคาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์แท้จาก ซานริโอ (Sanrio) ทั้ง ‘ฟูจิยะ คูโรมิ ช็อกโกแลต’ (Fujiya Kuromi Chocolate), ‘ฟูจิยะ เปโกะ x ซานริโอ สตรอว์เบอร์รี ช็อกโกแลต’ 

ไปจนถึงช็อกโกแลตแท่งดินสอสีและอมยิ้มช็อกโกแลตบนไม้ ‘ฟูจิยะ ซานริโอ เพนซิล ช็อก แอนด์ สติ๊ก ช็อก’ ที่มาพร้อมกิมมิคเกมและสติกเกอร์ใสไดคัทให้สะสม

ข้ามมาที่ฝั่งเกาหลีใต้ ‘ไฮไท’ (Haitai) รุกเจาะตลาดเด็กและวัยรุ่นด้วยขนมดีไซน์แปลกตา นำโดยชุดทำช็อกโกแลต DIY ‘ไฮไท ช็อกโก คิท’ (Haitai Choco Kit) ธีมตัวละคร Avatar Star Sue พร้อมสติกเกอร์แต่งตัวสะสม, ขนมโกโก้เคลือบน้ำตาลรูปก้อนหิน ‘ไฮไท สโตน ช็อกโก บอล’ (Haitai Stone Choco Ball)

ขณะที่แบรนด์ ‘เจคิส’ (JeKiss) จากเกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้ ใช้กลยุทธ์ดึงผลผลิตทางการเกษตรท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าเป็นช็อกโกแลตของฝากระดับพรีเมียม ทั้งรสส้มเชจู (Jeju Mandarin Chocolate) และรสราสป์เบอร์รีเกาหลีหรือบกบุนจา (Korean Raspberry Chocolate) เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวและรับกระแส K-Food

🟥กลุ่มแบรนด์อาเซียน ลาตินอเมริกา และแบรนด์ไทย 

ชิงพื้นที่ตลาดแมสและคราฟต์ท้องถิ่น สมรภูมิช็อกโกแลตในไทยยังเปิดกว้างให้ผู้ผลิตแถวหน้าจากภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และผู้ประกอบการไทย เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดด้วยจุดแข็งด้านความคุ้มค่า นวัตกรรมรสชาติเอเชีย และสตอรี่แหล่งปลูกท้องถิ่น

เดลฟี่ (Delfi Limited) ยักษ์ใหญ่จากสิงคโปร์และอินโดนีเซีย รุกตลาดแมสด้วยเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตและคาราเมล ‘เดลฟี่ ท็อป’ (Delfi Top) ควบคู่กับการส่งเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลต ‘เดลฟี่ เทคอิท’ (Delfi Take-it) และช็อกโกแลตนมเคลือบน้ำตาลหลากสีในหลอดพลาสติกทรงสูง ‘เดลฟี่ ชาช่า’ (Delfi ChaCha Minis Milk Chocolate)

ด้านกลุ่ม ‘มาโยร่า’ (PT Mayora Indah) จากอินโดนีเซีย รุกตลาดผ่าน บริษัท มาโยร่า (ประเทศไทย) จำกัด ด้วย 3 แบรนด์หัวหอก ได้แก่ ‘เบง-เบง’ (beng-beng) เวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลต 4 เลเยอร์ ที่ใช้กลยุทธ์ Idol Marketing บนถุงใหญ่ Share it, เวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตโรยเกล็ดมะพร้าว ‘คัลพา’ (Kalpa) และครีมช็อกโกแลตหลอดบีบ ‘โชกี้ โชกี้’ (Choki Choki) รุ่น SpongeBob SquarePants ที่แถมการ์ดสะสมในซอง

เบอริลส์ (Beryl’s) แบรนด์ดังจากมาเลเซียรุกตลาดของขวัญด้วยซีรีส์ ‘Beryl’s Classic Tiramisu’ ที่ผสานผงชีสมาสคาร์โปนสไตล์อิตาเลียนเข้ากับอัลมอนด์และช็อกโกแลต ทั้งรสชาเขียว ไวท์ช็อกโกแลต และมิลค์ช็อกโกแลต

ควีนนัม (Queenam) แบรนด์ดาวรุ่งจากบริษัท Fancy Foods ประเทศเวียดนาม ส่งช็อกโกแลตเคลือบอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และแมคคาเดเมีย ที่สร้างความแปลกใหม่ด้วยรสชาติ Yogurt, Matcha และ Tiramisu เข้ามาชิงพื้นที่เชลฟ์ในไทย

ส่วนแบรนด์เครื่องดื่มมอลต์อย่าง ‘โอวัลติน’ (Ovaltine) ก็ต่อยอดรสชาติมอลต์ช็อกโกแลตอันเป็นเอกลักษณ์ สู่ตลาดขนมขบเคี้ยวพร้อมทานด้วย ‘โอวัลติน ร็อกส์’ (Ovaltine Rocks Chocolate Flavour) ขนมบอลอบกรอบเคลือบมอลต์ช็อกโกแลตเข้มข้นขนาดพกพา

ขณะที่ค่ายขนมหวานยักษ์ใหญ่จากอาร์เจนตินา ‘อาร์คอร์’ (Arcor) ส่งแบรนด์ ‘บอน โอ บอน’ (Bon o Bon) เวเฟอร์บอลเคลือบช็อกโกแลตสอดไส้ครีมถั่วลิสง สตรอว์เบอร์รี และคุกกี้แอนด์ครีม บุกตลาดทั้งแบบชิ้นเดี่ยว 6 บาท และซองใหญ่ Multipack 5 ชิ้น โดยชูกลยุทธ์ Sport Marketing พิมพ์ภาพ ‘ลิโอเนล เมสซี’ และทีมชาติอาร์เจนตินาลงบนบรรจุภัณฑ์ในฐานะ Official License

สำหรับผู้ประกอบการไทย แบรนด์ใหญ่อย่าง ‘ยูไนเต็ด’ (United) ยึดพื้นที่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตด้วย ‘ยูไนเต็ด อัลมอนด์’ (United Almond) อัลมอนด์คั่วกรอบเคลือบช็อกโกแลตทั้งแบบซองพกพาและกล่องพรีเมียม

ขณะที่คราฟต์ช็อกโกแลตไทยอย่าง ‘โกโก้ วัลเลย์’ (Cocoa Valley) จากอำเภอปัว จังหวัดน่าน ชูแนวคิด ‘Real Chocolate From Farm’ นำไวท์ช็อกโกแลตจากสวนโกโก้อินทรีย์มาตรฐานสากล มาผสานผลไม้ไทยอย่างมะพร้าวน้ำหอม สตรอว์เบอร์รี และมะม่วงเสาวรส พร้อมรุกเปิดป๊อปอัพสโตร์ในศูนย์การค้าใจกลางกรุง โดยมีเมนูไวรัล ‘โกโก้สลัชชี่’ เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเมือง

🟥กลุ่มช็อกโกแลตแฟนตาซี เหรียญทอง และขนมของเล่น มัดใจกลุ่มครอบครัวและนักสะสม 

อีกหนึ่งเซกเมนต์ที่สร้างสีสันและอัตรากำไรได้ดีบนชั้นวาง คือกลุ่มช็อกโกแลตขึ้นรูปและบรรจุภัณฑ์แฟนตาซีที่เปลี่ยนขนมช็อกโกแลตให้กลายเป็นของเล่นและของสะสม

สทีนแลนด์ (Steenland) ผู้เชี่ยวชาญช็อกโกแลตรูปเหรียญจากเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 1899 ยึดพื้นที่เชลฟ์ด้วยกองทัพสินค้าลิขสิทธิ์ระดับโลก ทั้งช็อกโกแลตนมปั๊มนูนรูปตัวการ์ตูน ‘Steenland Mini Milk Choco’ ลาย Tom and Jerry และ Toy Story, กล่องของขวัญรูปหัวใจ ‘Steenland Choco Coin’ ไปจนถึงกล่องหีบสมบัติพลาสติก ‘Steenland Treasure Chest’ ธีมอัศวินมังกรและยูนิคอร์นเวทมนตร์พร้อมสติกเกอร์ลอกได้

ควบคู่กับการปลุกตลาดช็อกโกแลตเหรียญทองในถุงตาข่าย ทั้งรุ่นคลาสสิกป้ายแท็กหน้ายิ้ม และรุ่นป้ายแท็กคาแรคเตอร์ลิขสิทธิ์แท้แถมสติกเกอร์สะสม ครอบคลุมตั้งแต่ Tom and Jerry, Looney Tunes, เจ้าหญิงดิสนีย์ ไปจนถึงเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ค่าย DC Justice League

ด้านแบรนด์ ‘มูมิ’ (Mumi) จัดจำหน่ายโดย บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เจาะกลุ่มเด็กด้วยขนมหวานรสช็อกโกแลตรูปบอลและรูปเหรียญ บรรจุในกระปุกพลาสติกใสฝาทรงลูกฟุตบอลหลากสีที่นำกลับมาใช้เก็บของเล่นต่อได้ พร้อมส่งซองพกพาไซส์มินิ ‘Mumi Kids Sweet’ ลายไดโนเสาร์ลงตลาด

ส่วนในตลาดขนมเด็กแบบดั้งเดิมและโมเดิร์นเทรด แบรนด์ไทยอย่าง ‘จินนี่’ (Jinny) ยังคงครองใจเด็ก ๆ ด้วยขนมช็อกโกแลตขึ้นรูปในแผงกระดาษยาว ทั้งรูปแมลงเต่าทอง (Jinny Beetle) รูปเครื่องบิน (Jinny Jet Chocolate) และแบบซองทรงกลม ‘จินนี่ บอล’ (Jinny Ball) 

เคียงคู่ไปกับแบรนด์ ‘ช็อก คอยน์’ (Choc Coin Brand) ช็อกโกแลตเหรียญทองในกระปุกพลาสติกใส และแบรนด์ ‘บ็อบบิน’ (Bobbin) ที่เน้นความคุ้มค่าสำหรับงานเทศกาล