Etihad Airways นำ Airbus A380 กลับมาให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ–อาบูดาบีทุกวัน หวังรองรับดีมานด์เดินทางระหว่างไทยกับยุโรปที่เพิ่มขึ้น พร้อมเจาะตลาดผู้โดยสารพรีเมียมไทย ใช้ทั้งห้องโดยสารหลายระดับและเครือข่ายต่อเครื่องผ่านอาบูดาบีเป็นจุดแข็ง
อันโตโนอัลโด เนเวส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Etihad Airways ระบุว่า การนำ A380 มาให้บริการในกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนเพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีผู้โดยสารเดินทางระหว่างไทยกับยุโรปมากขึ้น
ปัจจุบัน Etihad ให้บริการในไทย 4 จุดหมาย ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต กระบี่ และเชียงใหม่ โดยเส้นทางกระบี่และเชียงใหม่เริ่มให้บริการในปี 2568
สำหรับฝูงบิน A380 ปัจจุบันมี 8 ลำกลับมาให้บริการแล้ว และคาดว่าจะนำลำที่ 9 กลับมาให้บริการในเดือนมกราคม 2570 ขณะที่เดือนธันวาคม 2569 มีแผนเพิ่มสิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ให้บริการด้วยเครื่องบินรุ่นนี้

🟥ตลาดพรีเมียมไทย โอกาสเติบโตของ Etihad
อันโตโนอัลโด เนเวส มองว่า ตลาดไทยมีศักยภาพจากความต้องการเดินทางระดับพรีเมียมที่แข็งแกร่ง ยังสังเกตเห็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจสินค้าแบรนด์หรูและเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น
การนำ A380 มาให้บริการจึงช่วยเพิ่มความจุของเที่ยวบิน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ชั้นประหยัดไปจนถึงห้องสวีทส่วนตัว
ในปี 2568 Etihad มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยทั่วเครือข่าย 88% ขณะที่ความจุรวมที่ให้บริการเพิ่มขึ้นประมาณ 15–18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
🟥ใช้อาบูดาบีเป็นจุดเชื่อมต่อ สู้ตลาดเที่ยวบินระยะไกล
นอกจากการเพิ่มความจุแล้ว Etihad ยังใช้เครือข่ายเส้นทางบินผ่านอาบูดาบีเป็นจุดขายสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางต่อไปยังยุโรปและภูมิภาคอื่น
สายการบินมีโปรแกรม Abu Dhabi Stopover ที่ให้ผู้โดยสารเข้าพักโรงแรมฟรีสูงสุด 2 คืนตามเงื่อนไข พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น เช่น ส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยว บริการรถพร้อมคนขับ และประกันภัยฟรี 15 วันสำหรับผู้เดินทางที่เข้าเงื่อนไข
กลยุทธ์นี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการแวะเที่ยวอาบูดาบีระหว่างเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ท่ามกลางการแข่งขันกับสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินตรง
ขณะเดียวกัน เครือข่ายเส้นทางบินของ Etihad ยังครอบคลุมจุดหมายปลายทางในตะวันออกกลาง ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อสำคัญของเครือข่าย

🟥A380 มีห้องโดยสาร 4 ระดับ ตั้งแต่ชั้นประหยัดถึงห้องสวีทส่วนตัว
เครื่องบิน A380 ของ Etihad มีห้องโดยสารหลายระดับ รองรับผู้โดยสารที่มีความต้องการแตกต่างกัน
The Residence เป็นห้องสวีทส่วนตัวขนาด 125 ตารางฟุต หรือ 11.6 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารสูงสุด 2 คน มีห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องน้ำพร้อมฝักบัว โดยมีเพียง 1 ห้องต่อเครื่องบิน
First Apartments มี 9 ห้อง พร้อมประตูบานเลื่อน เก้าอี้ที่ปรับเป็นเตียงนอนได้ และบริการอาหารตามสั่ง รวมถึงสิทธิ์ใช้ห้องอาบน้ำบนเครื่องบิน
Business Class มี 70 ที่นั่ง ทุกที่นั่งเข้าถึงทางเดินได้โดยตรงและปรับเป็นเตียงราบได้ นอกจากนี้ยังมี The Lobby พื้นที่เลานจ์และบาร์ระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นธุรกิจ
Economy Class มี 415 ที่นั่ง พร้อมหน้าจอส่วนตัว Wi-Fi ช่องชาร์จอุปกรณ์ และบริการอาหารกับเครื่องดื่ม โดยมีตัวเลือก Neighbour-Free Seating สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน
ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Etihad มีแผนเริ่มใช้การออกแบบห้องโดยสาร Beyond Borders กับเครื่องบิน A330neo ในปี 2570 ก่อนทยอยนำไปใช้กับฝูงบินลำตัวกว้างรุ่นอื่น โดยอยู่ระหว่างประเมินแนวทางการลงทุนปรับปรุงห้องโดยสาร A380 ด้วย
สำหรับเที่ยวบิน A380 ระหว่างอาบูดาบีกับกรุงเทพฯ ให้บริการทุกวัน ได้แก่
- EY402 ออกจากอาบูดาบี 21.20 น. ถึงกรุงเทพฯ 06.35 น. ของวันถัดไป
- EY403 ออกจากกรุงเทพฯ 08.35 น. ถึงอาบูดาบี 12.20 น.
การนำ A380 มาให้บริการจึงเป็นอีกก้าวของ Etihad ในการเพิ่มความจุและขยายตลาดพรีเมียมในไทย โดยใช้เครือข่ายอาบูดาบีเชื่อมต่อผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ขณะที่การเพิ่มเที่ยวบินในอนาคตยังขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและผลตอบรับจากการให้บริการ
