สรุปภาพรวม งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 เมื่อหนังสือเล่มก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงพื้นที่รับสาร สู่การเป็นไลฟ์สไตล์ ของสะสม และระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงความรู้สึกของนักอ่าน

ภาพรวมการจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31
หัวข้อ รายละเอียด
งาน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 23 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ยอดขายรวม 500 ล้านบาท (เติบโตเกือบ 10%)
ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 1,500 บาทต่อคน
จำนวนผู้เข้าร่วมงาน 1.4 ล้านคน
ฐานการจัดแสดง 319 สำนักพิมพ์และหน่วยงานเข้าร่วม
ที่มา: สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, พฤศจิกายน 2569

สถิติกลุ่มนักอ่านและหมวดหนังสือที่ได้รับความสนใจ

ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31

ข้อมูลประชากรศาสตร์และพฤติกรรม รายละเอียด / สัดส่วนร้อยละ
กลุ่มนักอ่านหลักที่มางาน Gen Z ครองแชมป์สัดส่วนสูงสุด 44.60%
สัดส่วนตามช่วงอายุ (สูงสุด 2 อันดับแรก) – กลุ่มอายุ 23–28 ปี (23.47%)

– กลุ่มอายุ 29–35 ปี (20.38%)

หมวดหนังสือที่ได้รับความสนใจสูงสุด (ผลสำรวจผู้มางาน หนึ่งคนตอบได้หลายคำตอบ)
1. การ์ตูนและมังงะ 38.19%
2. นิยายและวรรณกรรม 31.94%
3. จิตวิทยาและให้กำลังใจ 24.54%
4. หนังสือพัฒนาตนเอง (How to) 20.30%
5. ตำราเรียนและคู่มือเตรียมสอบ 19.94%
ที่มา: สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, พฤศจิกายน 2569

คุณณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (Publishers and Booksellers Association of Thailand – PUBAT) ได้เปิดเผยภาพรวมการจัดงาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31’ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของตลาดหนังสือไทย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

🟥 พลังแห่ง Gen Z และพฤติกรรมการเสพหนังสือรูปแบบใหม่

พฤติกรรมการเข้าร่วมงานและซื้อหนังสือของผู้บริโภคชาวไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยภาพรวมตลอด 10 วันของการจัดงาน มีนักอ่านเข้าร่วมงานมหาศาลกว่า 1.4 ล้านคน

ปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมงานกลุ่มหลักคือกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดย Gen Z ครองแชมป์สัดส่วนสูงสุดถึง 44.60% ตามด้วยกลุ่มอายุ 23–28 ปี (23.47%) และ 29–35 ปี (20.38%) กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายทรงพลังที่ผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม

พฤติกรรมของนักอ่านยุคนี้ยังสะท้อนความตั้งใจอย่างสูง มีนักอ่านจำนวนมากเดินทางมารอเข้างานตั้งแต่ก่อน 10.00 น. เพื่อมุ่งหน้าไปยังคูหาเป้าหมาย ส่งผลให้สินค้าพรีเมียมและหนังสือปกใหม่ที่มีจำนวนจำกัดในหลายคูหาถูกจำหน่ายหมดลงอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน ยังเกิดพฤติกรรมการเข้าชมงานซ้ำ โดยนักอ่านมาสำรวจงานในวันแรกเพื่อวางแผน จากนั้นเมื่อถึงช่วงปลายเดือนที่เงินเดือนออก จึงกลับมาซื้อหนังสือตามรายการที่จดบันทึกไว้ ควบคู่ไปกับกระแสการรีวิวบนโลกออนไลน์ที่ช่วยดึงดูดผู้ซื้อระลอกสองให้เดินทางมาอย่างต่อเนื่องตลอดงาน

หมวดหนังสือขวัญใจนักอ่าน

มูลค่าตลาดเท่าไหร่

มูลค่าตลาดหนังสือในไทย ปี 2569 21,000 ล้านบาท
เฉพาะนิยาย 7,350 ล้านบาท
เฉพาะการ์ตูนและมังงะ 6,300 ล้านบาท
เฉพาะจิตวิทยาและให้กำลังใจ 4,200 ล้านบาท
ที่มา: สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, พฤศจิกายน 2569

🟥 ความผูกพันผ่านเรื่องราว สู่ขุมทรัพย์มูลค่าตลาดหมื่นล้าน

ท่ามกลางความหลากหลายของเนื้อหา ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาหนังสือที่ตอบโจทย์รสนิยมและความสนใจเฉพาะตัวอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้กลุ่มหนังสือที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ หมวดการ์ตูนและมังงะ และหมวดนิยายและวรรณกรรม

กลุ่มนิยายและวรรณกรรม โดยเฉพาะแนวโรแมนติกแฟนตาซี และแนวสืบสวนสอบสวน มีอัตราการขยายตัวของฐานผู้อ่านอย่างกว้างขวาง จนสร้างสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ รวมถึงหมวดย่อยอย่างนิยายวายและนิยายยูริที่ได้รับความนิยมสูงเช่นกัน

หนังสือกลุ่มจิตวิทยาและให้กำลังใจ รวมถึงหนังสือพัฒนาตนเอง หรือ How to ก็เป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ซื้อต้องการนำไปแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล เช่น เรื่องความสัมพันธ์ การทำงาน หรือการจัดการความเครียด

🟥 ยกระดับประสบการณ์รูปเล่ม สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาท อีบุ๊ก ไม่ได้เข้ามาดิสรัปต์หรือแทนที่หนังสือเล่ม ทว่ากลับเป็นสื่อที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน และช่วยขยายฐานผู้อ่านให้กว้างขึ้น

ผู้อ่านยุคปัจจุบันให้คุณค่ากับหนังสือรูปเล่มในฐานะ ‘ของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ’ โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบหน้าปก เนื้อสัมผัสกระดาษ และคุณภาพการผลิต ผู้จัดพิมพ์จึงต่อยอดด้วยการผลิตฉบับพิเศษสำหรับนักสะสม ควบคู่ไปกับฉบับราคาจับต้องได้เพื่อรองรับกำลังซื้อที่หลากหลาย

การวางกลยุทธ์ที่ตอบสนองความต้องการนี้ ส่งผลให้สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่สามารถทำยอดขายทะลุเป้าหมายและเติบโตเป็นบวก โดยผู้เข้าชมงานมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 บาทต่อคน

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหนังสือไทย ที่สามารถเปลี่ยนความผูกพันของนักอ่านให้กลายเป็นยอดขายตลอดการจัดงาน 10 วัน รวมกว่า 500 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นเกือบ 10%