อิเกีย ประเทศไทย ปรับโมเดลธุรกิจ ใช้สโตร์ใหญ่ที่บางนาและบางใหญ่เป็นคลังสินค้าหลักหลังบ้าน รุกเปิดสาขาไซส์กะทัดรัด 800 ตร.ม. บุกตลาดต่างจังหวัด พร้อมผนึกกำลัง ‘ไปรษณีย์ไทย’ เตรียมเปิดจุดรับสินค้าเพื่อหั่นค่าขนส่ง
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและปัญหาหนี้ครัวเรือนของคนไทยที่พุ่งสูงขึ้น อิเกียที่อยู่คู่คนไทยมาถึง 15 ปี จึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
คุณลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม กล่าวว่า อิเกียไม่ได้มาทำตลาดตามกระแสชั่วคราวแล้วจากไป แต่ต้องการปักหลักอยู่เคียงข้างคนไทยในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการตรึงราคาให้ย่อมเยา เพื่อตอบโจทย์การช้อปปิ้งของแต่งบ้านได้
🟥 เปิดอาณาจักร 6 สาขา ปักหมุดกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด
ตลอดเส้นทาง 15 ปีที่ผ่านมา อิเกียได้ขยายสโตร์ในประเทศไทยจนมีสาขารวมทั้งสิ้น 6 แห่ง โดยเริ่มต้นเปิดให้บริการสาขาแรกที่อิเกีย บางนา ภายในศูนย์การค้าเมกาบางนา ในวันที่ 3 พฤศจิกายน เมื่อ 15 ปีก่อน
ปัจจุบันอิเกียมีสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สโตร์ขนาดใหญ่ระดับ 25,000 ตารางเมตรขึ้นไปอย่างบางนา และบางใหญ่ที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต รวมถึงสโตร์ไซส์กลางที่สุขุมวิท บนศูนย์การค้าดิ เอ็มสเฟียร์
ขณะเดียวกันก็ได้ขยายฐานลูกค้าออกไปยังต่างจังหวัดอีก 3 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต ที่ตั้งอยู่บริเวณโครงการบายพาส บิซทาวน์, เชียงใหม่ ภายในพื้นที่แม็คโคร หางดง และที่ขอนแก่น บริเวณโลตัส ขอนแก่น
🟥 รุกสาขา ‘ไซส์กะทัดรัด’ ปูพรมเจาะต่างจังหวัด
หากพูดถึงอิเกีย ภาพจำของคนส่วนใหญ่คือสโตร์ขนาดใหญ่ระดับ 25,000 – 35,000 ตารางเมตร แต่ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ลูกค้าต้องการความสะดวกรวดเร็วและไม่อยากใช้เวลาเดินสโตร์ขนาดใหญ่ตลอดเวลา
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์เลือกที่จะหันมาเปิดสโตร์ขนาดกะทัดรัด พื้นที่ประมาณ 800-850 ตารางเมตร อย่างที่ประเดิมเปิดไปแล้วในจังหวัดขอนแก่นและเชียงใหม่
โมเดลนี้ช่วยให้อิเกียประหยัดงบลงทุนและขยายสาขาไปหาลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น โดยสโตร์ไซส์กะทัดรัดจะทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าต่างจังหวัดได้มาลองจับสินค้า สัมผัสวัสดุ และเห็นสีจริง รวมถึงใช้บริการออกแบบตกแต่งบ้าน ก่อนตัดสินใจกดสั่งซื้อออนไลน์
อิเกียมองการขยายสาขาไซส์กะทัดรัดนี้ให้ครบ 10 แห่งทั่วประเทศในอนาคต พร้อมกันนี้ แบรนด์เตรียมเปิดจุดช้อปปิ้งขนาดย่อมร่วมกับพาร์ทเนอร์เพิ่มอีก 1-2 แห่งภายใน 1-2 ปีนี้
สำหรับแผนการวางตำแหน่งสาขาในแต่ละภูมิภาคนั้น อิเกียวางกลยุทธ์โดยอิงจากเส้นทางขนส่งหลักเพื่อควบคุมต้นทุนโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยเตรียมรุกขยายสาขาขนาดกะทัดรัดตามเส้นทางต่าง ๆ ได้แก่ เส้นทางสายเหนือที่มุ่งตรงสู่เชียงใหม่, เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ที่เจาะเข้าสู่โคราชและขอนแก่น
เส้นทางสายตะวันออกที่กระจายไปยังชลบุรีและระยอง และเส้นทางสายใต้ที่ครอบคลุมตั้งแต่หัวหินยาวลงไปจนถึงสุราษฎร์ธานี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างการเข้าถึงและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทยในแต่ละพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด
นอกจากนั้น สาขาภูเก็ตที่เปิดมาเกือบ 10 ปี ก็มีแผนจะขยายเป็นสโตร์ไซส์กลางขนาด 10,000 – 12,000 ตารางเมตร ในปี 2572
🟥 สู้ศึกออนไลน์และค่าขนส่งพุ่ง ด้วย ‘จุดรับสินค้า’
การบุกสาขาไซส์เล็กตามมาด้วยความท้าทายด้านโลจิสติกส์ เพราะสาขาเหล่านี้ไม่มีคลังสินค้าในตัว อิเกียจึงแก้เกมด้วยการใช้สโตร์ใหญ่ที่บางนาและบางใหญ่เป็นคลังสินค้าหลักหลังบ้าน เพื่อกระจายของผ่านเส้นทางขนส่งหลัก 5-6 สายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
ไฮไลต์สำคัญที่น่าจับตามองคือ การเตรียมเปิดโมเดลใหม่ร่วมกับ ‘ไปรษณีย์ไทย’ เพื่อผุดจุดรับสินค้าในพื้นที่ที่ยังไม่มีสโตร์ตั้งอยู่
แผนนี้จะช่วยให้ลูกค้าต่างจังหวัดสามารถขับรถมารับสินค้าได้เอง ซึ่งจะช่วยหั่นต้นทุนค่าจัดส่งให้ถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
กลยุทธ์นี้สอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตสินค้าอีคอมเมิร์ซของอิเกีย ที่ปัจจุบันทรงตัวอยู่ที่ 26% โดยบริษัทได้เตรียมระบบหลังบ้านเพื่อรองรับยอดขายออนไลน์ที่อาจพุ่งถึง 35-40% ในอนาคต
ในยุคที่การแข่งขันบนสมรภูมิค้าปลีกและออนไลน์ดุเดือด การเดินหมากด้วยกลยุทธ์สาขาไซส์เล็กที่คล่องตัว การแก้ปมด้านโลจิสติกส์เพื่อคุมราคาให้เข้าถึงง่าย และการขยายตลาดสู่ต่างจังหวัดอย่างเต็มรูปแบบ
คือวิถีทางที่อิเกีย ประเทศไทย กำลังขับเคลื่อน ทั้งหมดนี้เพื่อรักษาการเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ครองใจคนไทย และเติบโตเคียงข้างกันต่อไปในระยะยาว
