ถ้าพูดถึงโรงแรมหรูระดับโลก ชื่อของ Aman น่าจะอยู่ในลิสต์ที่หลายคนอยากลองไปพักสักครั้ง โรงแรมที่พิเศษระดับที่ทำให้คนยอมจ่ายค่าห้องคืนละหลักแสนบาท

ความน่าสนใจคือ หลายคนไม่ได้ไปลองแค่ครั้งเดียวแล้วจบ แต่ติดใจจนกลายเป็นแฟนประจำ ตามไปพักสาขาต่าง ๆ ทั่วโลก

ถึงขั้นที่เวลาวางแผนเที่ยว บางคนเริ่มจากดูว่าประเทศไหนมี Aman ให้พัก แล้วค่อยเลือกว่าจะไปที่ไหน

และจุดเริ่มต้นของเครือโรงแรมแห่งนี้ก็อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด เพราะโรงแรมแห่งแรกของ Aman เปิดขึ้นที่ภูเก็ต ประเทศไทย

ผู้ก่อตั้งก็ไม่ใช่คนไทย เขาคือ Adrian Zecha นักธุรกิจที่เกิดในอินโดนีเซีย และจุดเริ่มต้นของ Aman มาจากเรื่องส่วนตัวมาก ๆ

คือเขาอยากมีบ้านพักตากอากาศสักหลัง

แล้วบ้านพักหลังหนึ่ง กลายเป็นเครือโรงแรมระดับนี้ได้อย่างไร?

ต้องย้อนกลับไปช่วงกลางทศวรรษ 1980 ตอนนั้น Zecha รู้จักธุรกิจโรงแรมดีอยู่แล้ว เพราะเคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Regent เครือโรงแรมหรูที่มีสาขาในหลายประเทศมาก่อน

ช่วงนั้นเขาอยากมีบ้านพักตากอากาศของตัวเองสักหลัง จึงเริ่มมองหาที่ดินในภูเก็ต ตั้งใจว่าจะสร้างเป็นบ้านหลังที่สองเอาไว้พักผ่อน

กว่าจะเจอทำเลที่ถูกใจแถวหาดพันทรี เขาใช้เวลาหาอยู่ถึงสองปี และเมื่อเจอแล้วก็ยังต้องค่อย ๆ ทยอยซื้อที่ดินทีละส่วนต่ออีกหลายปี

ระหว่างนั้น จากที่ตั้งใจจะสร้างบ้านไว้พักเอง เขาก็เริ่มชวนเพื่อนมามีบ้านพักอยู่ด้วยกัน เพื่อนสนใจ แต่พอคิดต่อก็มีปัญหาตามมา

เพราะแต่ละคนอยู่ไกล แล้วเวลาเจ้าของไม่อยู่ ใครจะดูแลบ้านเหล่านี้?

คนที่เพื่อน ๆ น่าจะฝากฝังให้ช่วยจัดการ ก็คงหนีไม่พ้นเขาเอง

เขาจึงเริ่มคิดถึงการทำคลับพักผ่อนเล็ก ๆ สำหรับกลุ่มเพื่อน

แต่พอคิดมาถึงตรงนี้ Zecha ก็ถามตัวเองต่อว่า จะทำแค่คลับทำไม ทำเป็นโรงแรมเล็ก ๆ เลยได้หรือเปล่า?

จากสถานที่พักผ่อนเฉพาะกลุ่มเพื่อน ความคิดจึงขยายไปสู่โรงแรมที่เปิดรับแขกคนอื่นด้วย โดยยังตั้งใจทำให้เป็นสถานที่แบบที่เขาและเพื่อน ๆ อยากมาพักเอง

พอตัดสินใจทำโรงแรม ปัญหาต่อไปก็คือเงิน

โครงการนี้มีห้องพักเพียง 40 ห้อง ขนาดเล็กจนธนาคารไม่อยากปล่อยกู้ให้ สุดท้าย Zecha กับกลุ่มหุ้นส่วนจึงต้องใช้เงินของตัวเองสร้างโครงการ

โดยตัวโรงแรมมีการวางแบบพาวิลเลียนท่ามกลางสวนมะพร้าว ใช้หลังคาและรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมไทย

ปี 1988 โรงแรมแห่งนี้เปิดให้บริการในชื่อ Amanpuri กลายเป็น Aman แห่งแรกของโลก

แล้วราคาที่ตั้งไว้ในช่วงแรกก็แรงพอตัว

Amanpuri คิดค่าห้องคืนละ 250 ดอลลาร์ ขณะที่ Phuket Yacht Club ซึ่งเป็นโรงแรมหรูในภูเก็ตเวลานั้น อยู่ที่ประมาณ 75 ดอลลาร์ หรือแพงกว่าสามเท่า

ขนาด Zecha เองยังเคยยอมรับว่า เขากังวลว่าโรงแรมจะหรูและเฉพาะกลุ่มเกินไป จนหาลูกค้าไม่ได้

แต่ Amanpuri กลับได้รับการตอบรับดีมาก โรงแรมเล็ก ๆ ซึ่งเริ่มจากความอยากมีบ้านพัก จึงเริ่มเดินทางออกจากภูเก็ตไปสู่ประเทศอื่น

วันนี้ Aman มีโรงแรม รีสอร์ต และโครงการที่พักอาศัยรวม 36 แห่งใน 21 ประเทศ ตั้งแต่บนเกาะและภูเขา ไปจนถึงใจกลางเมืองใหญ่

ความสนุกของการตามไปพัก Aman คือแต่ละแห่งมีหน้าตาต่างกันมาก

ที่โตเกียว โรงแรมอยู่บนชั้นสูงของตึก Otemachi Tower มองออกไปเห็นวิวเมืองจากมุมสูง

ส่วนที่เวนิส แขกจะเข้าไปพักใน Palazzo Papadopoli คฤหาสน์เก่าที่มีงานศิลปะและการตกแต่งแบบโรโกโกอยู่ภายใน

ส่วนเหตุผลที่ราคาของ Aman ไปได้ไกลขนาดนั้น เพราะหนึ่งในสิ่งที่แขกได้จากค่าห้องระดับนี้ คือพื้นที่กว้าง ๆ และความเป็นส่วนตัว

อย่าง Amangiri ในรัฐยูทาห์ สหรัฐฯ อยู่ท่ามกลางทะเลทรายและภูเขาหิน บนพื้นที่กว่า 2,200 ไร่ แต่ส่วนรีสอร์ตหลักมีห้องสวีตเพียง 34 ห้อ และแบบเต็นท์พาวิลเลียนอีก 10 หลัง

สระว่ายน้ำถูกออกแบบให้โอบรอบก้อนหินใหญ่ วิวจากที่พักเป็นผืนทะเลทรายและแนวหินกว้าง ๆ พื้นที่จำนวนมหาศาลจึงถูกใช้เพื่อให้แขกได้อยู่กับภูมิประเทศตรงนั้น โดยมีคนมาแบ่งใช้ด้วยไม่มากนัก

และแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ Aman ก็ยังให้พื้นที่กับแขกแบบเต็มที่

Aman New York อยู่ในตึก Crown Building บน Fifth Avenue ทำเลใจกลางแมนฮัตตัน แต่มีเพียง 83 ห้องสวีต ทุกห้องมีเตาผิงที่ใช้งานได้จริง มีบริการบัตเลอร์ และมีพื้นที่สปาประมาณ 2,320 ตารางเมตร กินพื้นที่ถึงสามชั้น

ความหรูของ Aman จึงอยู่ทั้งในตัวอาคาร ทำเล จำนวนแขกที่รับ และเวลาที่พนักงานสามารถให้กับแขกแต่ละคนได้ เมื่อรวมกับชื่อเสียงของแบรนด์ ราคาก็ไปไกลกว่าค่าเตียงกับวิวสวย ๆ มาก

เมื่อไปดูราคาต่อคืน Amangiri เคยมีรายงานราคาห้องพักเริ่มต้นถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อคืน หรือระดับหลักแสนบาทแล้วตั้งแต่ราคาเริ่มต้น

ถึงราคาจะขนาดนี้ Aman ก็ยังมีลูกค้าที่ตามไปพักหลายแห่ง จนเกิดชื่อเรียกกันเองว่า Amanjunkies

คนกลุ่มที่เริ่มจากชอบโรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วค่อย ๆ อยากรู้ว่า ถ้า Aman ไปอยู่ในอีกประเทศ ประสบการณ์จะเป็นอย่างไร

หนึ่งในคนที่ติดใจแบบนั้นคือ Vlad Doronin เจ้าของ Aman คนปัจจุบัน

เขาเล่ากับ Tatler ว่า ครั้งแรกที่ได้รู้จักแบรนด์นี้คือปี 1990 ตอนนั้นเขาทำงานอยู่ในฮ่องกง เพื่อนแนะนำให้ลองไปพักโรงแรมแห่งหนึ่งในภูเก็ต ชื่อ Amanpuri

Doronin ประทับใจทั้งความเป็นส่วนตัว พื้นที่ การออกแบบ และบริการ หลังจากนั้นเขาเริ่มวางแผนเที่ยวตามจุดหมายที่มี Aman ตั้งอยู่ ไล่ไปเรื่อย ๆ

แล้วในปี 2014 เขาก็ซื้อกิจการ Aman

จากคนที่เพื่อนชวนให้ลองไปพักโรงแรมในภูเก็ต สุดท้ายกลายเป็นเจ้าของแบรนด์เสียเอง