อย่าอดทนเก่งมาก มีแต่คนสิ้นไร้ไม้ตอกเท่านั้นแหละ ที่อดทนสู้จนหลังชนฝา
แล้วถ้าไม่อยากเป็นคนที่ต้องอดทนกับทุกสถานการณ์ล่ะ
. . . งั้นก็อย่าเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอกสิ
น่าจะเป็นประโยคที่อธิบายทั้ง 8 ตอน ของซีรีส์ Dead-End Job จบในประโยคเดียว
.
ทำงานน่ะสนุกจะตาย
นี่คือซีรีส์อันดับ 1 ใน Netflix ตอนนี้ Dead-End Job (งานสนุกจะตาย) เป็นซีรีส์เกาหลีแนวดาร์กแฟนตาซี ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดและพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 2 ของ Netflix โลก และอันดับ 1 บน Netflix ประเทศไทย นำแสดงโดยอีแจอุค, โกมินชี, คิมมินฮา และ อีฮีจุน ผลงานฝีมือผู้กำกับจากซีรีส์ D.P.
บอกเล่าเรื่องราวของ บยอนฮยอกจุน (อีแจอุค) ชายหนุ่มที่จมอยู่ในกองหนี้สินท่วมหัว แล้วดันได้รับข้อเสนองานพาร์ทไทม์จากบริษัทจัดหางานลึกลับที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าปกติ 50 เท่า ด้วยคำโฆษณาก่อนเริ่มงานว่า “งานง่าย ๆ หวานหมู” แต่งานง่ายที่ไหนจะจ่าย 50 เท่า คงไม่มีจริง เพราะเหตุการณ์สุดสะพรึงกำลังรอเขาอยู่หลังจากนั้น
.
“ไม่ว่ายังไงจะสู้จนถึงที่สุด” คือประโยคที่ตัวเอกของเรื่องทั้งคนพี่และคนน้อง มักจะพูดอยู่บ่อย ๆ แทบจะทุกตอน แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวก็สะท้อนแก่นของเรื่องได้แทบจะทั้งหมดแล้ว
ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น?
นั่นก็เพราะว่า ซีรีส์พยายามสื่อสารถึงการต่อสู้ของชนชั้นล่าง ที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ต่อสู้กับระบอบทุนนิยม คนที่ไม่มีฟูกรองรับ จึงทำได้เพียงเอา “แรงกาย” ทั้งหมดที่มีเข้าแลก ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีนิสัยอย่างหนึ่งที่คล้ายกันคือ “อดทนเก่ง”
เห็นได้จากในซีรีส์ ที่เมื่อตัวเอกต้องเจอกับสิ่งแปลกประหลาด แทนที่เขาจะหวาดกลัวจนเตลิดหนี แต่กลับทำความเข้าใจสิ่งตรงหน้าได้ไว แล้วยอมวิ่งปะทะเหมือนคนไม่มีอะไรจะเสีย และมักจะพูดประโยคที่ว่า “ไม่ว่ายังไงจะสู้จนถึงที่สุด” ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เหมือนรู้ดีว่าต้องล้มลาสบอสตัวนี้ เราถึงจะมีชีวิตต่อไปได้

อย่าสอนให้ใคร “อดทน”
คำว่า “อดทน” เป็นคำที่ฟังดูดี และดูจะเป็นคุณสมบัติที่ทุกคนถูกปลูกฝังกันมาเนิ่นนาน
แต่ใช่ว่าการอดทนเก่งจะเป็นสิ่งที่ดีเสมอไป
ในยุคนี้ คนรุ่นใหม่เปลี่ยนมายด์เซตกับคำ ๆ นี้ไปแล้ว
การไม่พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ต้องอดและทน ในสถานการณ์ที่ไม่น่าอดทนต่างหากล่ะ
ที่ควรกลายเป็นคุณสมบัติใหม่ที่ทุกคนต้องมี
จงพัฒนาตัวเองให้เก่งมากพอ เพื่อจะได้เดินออกจากทุกสถานการณ์ที่ไม่น่าอดทน
**ระวังการกล่าวถึงเนื้อหาบางส่วนก่อนรับชม**
ทำไมปีศาจต้องเป็นปีศาจหนู
“หนู” มักจะถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมในฐานะตัวแทนของคนชนชั้นล่างหรือผู้ถูกกดขี่ เพราะหนูเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในที่อับและมุมมืด ตามท่อระบายน้ำ ใต้ถุนบ้าน ซอกตึก หรือแหล่งเสื่อมโทรม ซึ่งสะท้อนถึงสภาพที่อยู่อาศัยของคนชนชั้นล่างที่มักถูกผลักให้ไปอยู่ชายขอบของสังคม และต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด คอยคุ้ยเขี่ยหาเศษอาหารและระแวดระวังภัยอันตรายอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับแรงงานหรือคนยากจนที่ต้องปากกัดตีนถีบหาเช้ากินค่ำ

สิ่งที่ซ่อนอยู่ในฉาก
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนพยายามจะตีความคือ เหตุใดซีรีส์จึงยกฉากที่ล้วนแต่เป็นสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่าน อย่างร้านสะดวกซื้อ อพาร์ตเมนท์ใหญ่ งานปาร์ตี้ โรงหนัง โรงพยาบาล สวนสนุก อาจต้องการสะท้อนถึงสังคมมนุษย์ที่อยู่กันเป็นกลุ่มก้อน
ร้านสะดวกซื้อเป็นสัญลักษณ์ของความหิว การหาเลี้ยงประทังชีวิต ส่วนอพาร์ตเมนท์ โรงพยาบาล คือแหล่งที่อยู่อาศัย ฝากผีฝากไข้เมื่อเจ็บป่วย ขณะที่ปาร์ตี้และสวนสนุกเป็นตัวแทนของงานรื่นเริงสังสรรค์ ตัวแทนความผ่อนคลาย ที่พอนำมารวมกันก็เห็นภาพใหญ่ของชีวิตมนุษย์ที่มักจะวนอยู่ที่เพียง หาเลี้ยงชีพ-รักษาตัว-ออกไปใช้ชีวิต วนอยู่เพียงเท่านี้

คอนเซปต์โลกหยิน-หยาง
ตอนที่ตัวละครหัวหน้าจัดหางาน ได้อธิบายให้พระเอกฟังว่าเหตุการณ์แปลกประหลาดที่พระเอกได้ไปเจอมานั้น มันคือโลกคู่ขนานที่ดำเนินไปพร้อมกัน เพียงแต่มนุษย์มองไม่เห็น เปรียบได้กับการเทียบสังคมของเราว่ามันมีขั้วบวกขั้วลบตลอด เป็นธรรมชาติของโลกใบนี้
ดีตีคู่กับชั่ว รั่วมาคู่กับเติมเต็ม ใจดีมาพร้อมใจร้าย ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ในซีรีส์ได้อธิบายว่า สิ่งที่พระเอกเห็น ทั้งปีศาจ สัตว์ประหลาดต่าง ๆ อธิบายผิวเผินว่าเหมือนภาพลวงตา แต่มันมีอยู่จริง เพียงแต่โลกของมนุษย์ในมิติหนึ่งอาจมองไม่เห็น เป็นเหมือนหยินหยาง
แต่ปีศาจก็คงเหมือนกับ “ความยุติธรรม” แหละ
อาจจะมีอยู่จริง หรือไม่มีอยู่เลยก็ได้
สำเร็จ | ล้มเหลว เส้นกั้นบางเฉียบ
เราทุกคนชอบความสำเร็จ แต่ก็ปฏิเสธความล้มเหลวไม่ได้ ในชีวิตจริง 2 อย่างนี้มักจะสลับกันโผล่มา
เราจดจำวันที่ประสบความสำเร็จบางอย่างได้ แต่ก็ไม่เคยลืมวันที่ล้มเหลวที่สุดในชีวิตเช่นกัน และใจก็ล้วนแต่ติดอยู่กับวันที่ล้มเหลวมากกว่าอะไรดี
เมื่อเจอวันที่ไม่ประสบความสำเร็จ เรามักจะเอาแต่ตั้งคำถามวนกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ถ้าวันนั้นเราพยายามมากขึ้นอีกนิด จะชนะไหมนะ หรือถ้าเราไม่ทำเช่นนั้นผลลัพธ์จะต่างไปไหม ยิ่งตั้งคำถามก็ยิ่งจมตัวเองติดอยู่ตรงนั้นจนออกไม่ได้
เหมือนเป็นปมฝังใจไปตลอดชีวิต
และซีรีส์เรื่องนี้ได้สะท้อนสิ่งที่เรากล่าวมาได้อย่างดี
