ในยุคที่ใคร ๆ ก็บอกว่าสื่อสิ่งพิมพ์กำลังจะตาย และถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่อย่างหนัก หลายคนคงสงสัยใช่ไหมว่า โรงพิมพ์ในยุคนี้เขาอยู่รอดกันได้อย่างไร?

คำตอบเรื่องนี้ชัดเจนมากผ่านมุมมองของ หัสยา คล่องเวสสะ CEO บริษัท ศรีสยาม การพิมพ์ จำกัด (หรือ ศรีสยาม มีเดีย) โรงพิมพ์คู่ใจของนิตยสารชื่อดังในอดีตอย่าง ขวัญเรือน

ศรีสยามไม่ได้แค่ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องถึง ปีละ 20% ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา

🟥จุดเริ่มต้น วันที่ต้องเลือกว่าจะไปต่อ หรือ พอแค่นี้

เดิมที ศรีสยาม การพิมพ์ เริ่มต้นมาจากยุคของคุณพ่อ ซึ่งเป็นยุคที่ทำนิตยสารในเครือมากกว่า 10 หัว หน้าที่หลักของโรงพิมพ์ในตอนนั้นจึงเป็นการพิมพ์งานแบบ In-house เพื่อป้อนหนังสือของตัวเองเป็นหลัก

แต่เมื่อวงการนิตยสารเริ่มซบเซาและถูกดิสรัปต์ลงอย่างต่อเนื่อง โรงพิมพ์แห่งนี้จึงต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ว่าจะทำอย่างไรต่อ

ทางเลือกหนึ่งในตอนนั้นคือการตัดใจเลย์ออฟ (Layoff) พนักงาน ซึ่งแต่ละคนทำงานร่วมกันมาตั้งแต่อายุ 20 จนตอนนี้อายุ 50–60 ปี เรียกว่ามีอายุงานเฉลี่ยสูงถึง 20 กว่าปี

ด้วยความเสียดายฝีมือพนักงาน และมีความเชื่อมั่นลึก ๆ อยู่ตลอดว่า “อย่างไรคนเราก็ยังต้องพิมพ์อะไรบางอย่างอยู่ดี สิ่งพิมพ์ไม่มีทางหายไปทั้งหมด” หัสยา จึงเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการตลาดและตัดสินใจสู้ต่ออีกสักตั้ง

ทางรอดเดียวในวันนั้น คือการเปลี่ยนจากโรงพิมพ์ที่พิมพ์แค่หนังสือของตัวเอง มาเป็นการ “เปิดรับงานพิมพ์จากลูกค้าภายนอก” เพื่อรักษาทีมงานฝีมือดีเหล่านี้ไว้ให้ได้มากที่สุด

🟥ปรับตัวรอบด้าน ขยายไลน์ผลิต ปรับเป้าหมายหาลูกค้าองค์กร

จุดเริ่มต้นการปรับตัวเกิดขึ้นช่วงปี 2559–2560 (หรือเกือบ 10 ปีที่แล้ว) จากโรงพิมพ์ที่ไม่เคยมีลูกค้าข้างนอกเลยแม้แต่รายเดียว ศรีสยามเริ่มมองหาโอกาสใหม่ ๆ ด้วยการเปิดแผนกการพิมพ์ให้ครบวงจรมากขึ้นถึง 3 รูปแบบ

  • Offset Printing สำหรับงานพิมพ์จำนวนมาก ตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านชิ้น

  • Digital Printing สำหรับงานพิมพ์ปริมาณไม่มาก เช่น งานพิมพ์ 300–500 ใบ

  • Inkjet Printing สำหรับงานพิมพ์ป้ายและ Display ทั้งภายในอาคาร และภายนอกอาคาร โดยบริษัทผลิตงานเองทั้งหมด 100%

นอกจากนี้ ศรีสยามยังเลือกเจาะกลุ่มเป้าหมายไปที่ Corporate Brand และ Retail Brand ซึ่งกลายมาเป็นลูกค้าหลักถึง 90%–95%

เหตุผลเพราะศรีสยามถนัดงานที่มีความซับซ้อน งานที่ต้องส่งหลายสาขา และงานที่ต้องการระบบการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งต้องการโรงพิมพ์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางเข้ามาดูแล

🟥ฉีกกฎโรงพิมพ์ ขาย “Experience” เพื่อเป็นเพื่อนคู่คิดของลูกค้า

หัสยา มองว่า ถ้าเราเดินไปบอกลูกค้าแค่ว่า “เราเป็นโรงพิมพ์” มันไม่มีความน่าสนใจเลย ศรีสยามจึงเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น “เพื่อนคู่คิดทางการตลาด”

1. ช่วยคิดไอเดียและประเมินความเป็นไปได้ ศรีสยามไม่ได้รอรับโจทย์อย่างเดียว แต่ช่วยลูกค้าคิดว่าสิ่งพิมพ์แบบไหนจะช่วยเพิ่มยอดขายได้ เช่น ทำการ์ดตั้งโต๊ะ หรือทำบรรจุภัณฑ์กิมมิกเก๋ ๆ ให้ธุรกิจอาหารในช่วงเทศกาล พร้อมช่วยคำนวณสเปกกระดาษและงบประมาณให้เกิดขึ้นได้จริง

2. นำนวัตกรรมหมึกพิเศษมาใช้ เลือกใช้เทคโนโลยีหมึกแปลก ๆ มาสร้างลูกเล่น เช่น หมึกเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิความเย็น/ความร้อน หมึกเปลี่ยนสีเมื่อเจอแสงแดด หรือหมึกโดนน้ำแล้วเปลี่ยนสี เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้สินค้า

3. จัด Event / Workshop ให้คนมาสัมผัสจริง ศรีสยามฉีกแนวโรงพิมพ์ทั่วไป ด้วยการจัดงานอีเวนต์และเวิร์กช็อป เพื่อให้นักการตลาดและลูกค้าเข้ามาลองสัมผัสประสบการณ์การพิมพ์ด้วยตัวเอง จนลูกค้านำไปบอกต่อและเกิดเป็นคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย

4. ตัวอย่างพลังของสิ่งพิมพ์ (Power of Printing) หนึ่งในเคสตัวอย่างคือแคมเปญของ Eveandboy ที่ทรงวาด ศรีสยามได้ทำ “พัดกระดาษ” สีชมพูไปแจกผู้คนในพื้นที่ที่อากาศร้อน ผลลัพธ์คือทุกคนถือพัดเดินไปทั่ว จนกลายเป็นป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ที่เปลี่ยนย่านทรงวาดให้กลายเป็นสีชมพูไปทั้งแถบ
โรงพิมพ์

🟥มองเห็นโอกาสรอบตัว สิ่งพิมพ์อยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิด

หลายคนอาจมองว่าเมื่อคนอ่านหนังสือน้อยลง สิ่งพิมพ์จะหมดความสำคัญไป แต่ความจริงแล้ว สื่อสิ่งพิมพ์อยู่ใกล้ตัวเรามาก ๆ เพียงแต่เราจะมองเห็นโอกาสหรือไม่เท่านั้นเอง

ถ้าเราลองมองไปรอบ ๆ ตัว จะพบว่างานพิมพ์ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอนของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เรากดสั่งของออนไลน์ กล่องพัสดุที่ส่งมาถึงบ้านก็ต้องผ่านการพิมพ์ แกะกล่องออกมาเจอฉลากหรือสติกเกอร์บนเครื่องสำอาง หรือแม้แต่การเดินเข้าร้านอาหาร แผ่นกระดาษรองจาน เมนูอาหาร แบนเนอร์ ป้ายราคา และสแตนดี้ดิสเพลย์หน้าร้าน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานจากสิ่งพิมพ์ทั้งสิ้น

ดังนั้น ตลาดสิ่งพิมพ์จึงไม่ได้แคบลงเลย หากโรงพิมพ์ปรับตัวจากการพิมพ์แค่หนังสือ ไปมองหาโอกาสรอบตัวในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ และสื่อการตลาดหน้าร้าน โอกาสทางธุรกิจก็ยังมีอยู่อย่างมหาศาล

🟥ทำไมต้องอยู่ใจกลางเมือง และมุมมองต่ออนาคตงานพิมพ์

ข้อได้เปรียบที่สำคัญอีกอย่างของศรีสยาม การพิมพ์ คือเรื่อง ทำเลที่ตั้ง โรงพิมพ์มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 1 ไร่ ย่าน รัชดาภิเษก

การอยู่ใจกลางเมืองทำให้ได้เปรียบเรื่องความรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการส่งตัวอย่างสี ตรวจงาน ส่งแมสเซนเจอร์ หรือเวลาที่ลูกค้าต้องการเดินทางเข้ามาดูหน้างานด้วยตัวเอง ก็ทำได้สะดวกมาก

สำหรับอนาคตของธุรกิจสิ่งพิมพ์ หัสยา เชื่อว่าสิ่งพิมพ์ไม่ได้ลดลงเลย เพราะถ้าเราสังเกตดี ๆ สิ่งพิมพ์แฝงอยู่ในชีวิตประจำวันของเราตลอดเวลา 

เสน่ห์ที่สำคัญที่สุดของงานพิมพ์ คือ “สัมผัสที่จับต้องได้” ซึ่งเป็นความรู้สึกสัมผัสและความสวยงามที่หน้าจอดิจิทัลไม่สามารถให้ได้

จากโรงพิมพ์ที่เคยทำแค่นิตยสาร วันนี้ ศรีสยาม การพิมพ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ขอแค่มองเห็นโอกาส ปรับตัวให้ไว และเข้าใจความต้องการของลูกค้าจริง ๆ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ก็ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีอนาคตที่สดใสได้เสมอ