สื่อฝรั่งเศสและเพจข่าวในแวดวงความปลอดภัยทางไซเบอร์รายงานตรงกันว่า ตู้แช่แข็งเก็บเลือดและพลาสมาของสถาบันโลหิตแห่งชาติในแคว้นบูร์กอญ-ฟร็องช์-กงเต ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสถูกแฮก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และอุณหภูมิที่ควรอยู่ที่ -30 องศาเซลเซียส ได้ถูกตั้งโปรแกรมใหม่เป็นสูงถึง 110 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตาม ช่างเทคนิคซึ่งเข้าเวรในคืนวันอาทิตย์ต่อเช้าวันจันทร์ สังเกตเห็นความผิดปกติของอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวก่อน จึงสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทันท่วงที
เหตุการณ์ครั้งนี้กระทบต่อพลาสมาแช่แข็งที่เตรียมไว้สำหรับการปลูกถ่ายหรือฟื้นฟูผู้ป่วยภาวะตกเลือดและเลือดไม่แข็งตัว แต่ไม่ได้มีรายงานว่าเป็นปริมาณมากน้อยเพียงใด
ด้านกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงพยาบาลหรือความปลอดภัยของผู้ป่วย
ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ให้ข้อมูลว่า ถ้าระบบทำความเย็นผันผวนและร้อนขึ้นเป็นเวลานาน จะทำให้พลาสมาแช่แข็งเสียหาย จนไม่สามารถใช้งานได้และต้องนำไปทำลายทิ้ง
เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกทางการแพทย์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสองสัปดาห์หลังสำนักงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติของฝรั่งเศส (อังซี่) ได้ให้ข้อมูลต่อวุฒิสภาว่า
ช่องโหว่ของระบบทำความเย็นในประเทศอาจทำให้ตู้แช่ทางการแพทย์ถูกแฮกเกอร์เจาะเข้ามาได้
ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะกระทบต่อโรงพยาบาล คลังเวชภัณฑ์ และห้องปฏิบัติการวิจัย หรือแม้กระทั่งที่พึ่งยามเจ็บป่วยใกล้ตัวของคนในประเทศอย่างร้านขายยา
การแฮกธนาคารเลือดเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์แฮกตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายร้อยแห่งทั่วยุโรป ซึ่งเริ่มขึ้นที่ฝรั่งเศสก่อนตั้งแต่เมื่อ 11 ตุลาคม
จากนั้นก็ลามไปถึงเพื่อนบ้านร่วมทวีปอย่างสวีเดน เบลเยียม เอสโตเนีย ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์
ผลกระทบที่ตามมาคือ อาหารแช่เย็นและแช่แข็งปริมาณมหาศาลละลายจนต้องทิ้งไป โดยมีการประเมินว่ามูลค่าความเสียหายอาจมากถึงหลายร้อยล้านยูโร (ประมาณ 3,700 ล้านบาท) ขึ้นไป
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ในยุโรปเรียกประชุมด่วนเพื่อรับมือกับภัยไซเบอร์ที่รุกเข้ามาคุกคามตู้แช่ ซึ่งเริ่มสร้างความเสียหายทางธุรกิจ ส่งผลกระทบทางจิตวิทยา และความมั่นคงทางอาหาร
ทั้งนี้ ตู้แช่ได้ถูกพัฒนาให้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต สามารถควบคุมจากส่วนกลางหรืออุปกรณ์สื่อสารแบบพกพาต่างๆ เพื่อความสะดวก ลดค่าใช้จ่าย และลดกำลังคน
ทว่าก็มีปัญหาตามมา นั่นคือเกิดการทำงานแยกส่วนและไม่เชื่อมโยงกันตามที่ควรจะเป็น โดยขณะที่บริษัทตู้แช่ควบคุมเครื่องจากสำนักงานใหญ่หรือสาขา
แต่ตู้แช่ก็ถือเป็นทรัพย์สินของซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมีฝ่ายไอทีของซูเปอร์มาร์เก็ตดูแลระบบอินเทอร์เน็ตอีกที ส่วนการอัปเดตระบบความปลอดภัยก็ยังถูกละเลยอีก
นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า ในยุคที่ตั้งแต่อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านไปจนถึงอาคารในกิจการต่างๆ สามารถควบคุมได้จากระยะไกลด้วยอินเทอร์เน็ตและสัญญาณ Wi-Fi
หากไม่ได้อัปเดตเฟิร์มแวร์หรือมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจถูกแฮกเกอร์เจาะเข้ามาได้ทุกเมื่อ จนกล่าวได้ว่าแทบไม่มีอุปกรณ์หรือศูนย์ควบคุมใดปลอดภัยอย่างแท้จริง

เช่นเดียวกับเหตุการณ์แฮกตู้แช่ในยุโรป ซึ่งลามจากซูเปอร์มาร์เก็ตไปถึงธนาคารเลือดแล้ว / cyberattaque
