CASIO ทำยอดขายสูงสุด 1 ล้านเครื่องในปี 2561 เติบโต 6-7% เผย 55% มาจากแบรนด์ G-Shock ครบรอบ 35 ปี วางแผนปีนี้จับ ‘พรีเมียม’ ส่งแบรนด์ Edifice เจาะกลุ่มผู้ชายระดับบน คว้าแบรนด์แอมบาสเดอร์เป็นนักแข่งรถ Formula 1 ตั้งเป้าเติบโต 18% วางงบการตลาดไว้ที่ 10% เตรียมโฟกัสออนไลน์ ขยายช่องทางจำหน่ายไปต่างจังหวัด

โคจิ ชินโจ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปี 2561 ภาพรวมตลาดนาฬิกาข้อมือเติบโตอยู่ในสภาพทรงตัว-เติบโตเล็กน้อย แต่เซกเมนต์ที่เติบโตสูงที่สุดคือเซกเมนต์พรีเมียม เติบโต 8% และการแข่งขันในตลาดนาฬิกายังคงเน้นที่การขายผ่านหน้าร้านเป็นหลัก

 

ส่วนผลประกอบการของคาสิโอในปี 2561 (ปิดไตรมาสที่ 4 ในเดือนมีนาคม 2562) บริษัททำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านเรือน คิดเป็นยอดขายประมาณ 4,000 ล้านบาท เติบโต 6-7% สัดส่วนรายได้อันดับ 1 คือ G-Shock ที่ 55% Baby-G 15% และแบรนด์อื่นๆ 30% โดยรายได้มาจากช่องทางออฟไลน์ถึง 97% และออนไลน์ 3%

วิโรจน์ สุขพิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส Casio & Hardline บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด วิเคราะห์ปัจจัยที่บริษัททำยอดขายประสบความสำเร็จว่ามาจาก 3 ปัจจัย คือ (1) ปี 2561 เป็นปีที่แบรนด์ G-Shock ครบรอบ 35 ปี กระตุ้นผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี (2) บริษัทได้ออกรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นในทุกเดือน และ (3) จากการเปิดตัวแบรนด์ Edifice เจาะกลุ่มผู้ชายเซกเมนต์พรีเมียม

สำหรับปี 2562 บริษัทประกาศใช้กลยุทธ์โฟกัสกลุ่ม ‘Premium’ ทั้งปรับแบรนด์ G-Shock และแบรนด์ Edifice

ล่าสุด บริษัทเจาะ ‘กลุ่มผู้ชาย เซกเมนต์พรีเมียม’ ด้วยนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุด 2 คอลเลกชัน รวม 6 รุ่น คือ “Ediice Scuderia Toro Rosso Limited Edition 2019” และ “EDIFICE Countdown Bezel Series” พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์นาฬิกา Edifice ประเทศไทย คือ “อเล็กซานเดอร์ อัลบอน อังศุสิงห์” (Mr.Alexander Albon) นักแข่งรถ FORMULA 1 สัญชาติไทยจากทีม Scuderia Toro Rosso (สคูเดอเรีย โทโร รอสโซ่)

โดยรุ่น ECB-900TR และ EQS-920TR มาพร้อมระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Powered) และรุ่น ECB-900TR มาพร้อมบลูทูธ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ เช่น การปรับเวลาอัตโนมัติกว่า 300 เมืองทั่วโลก นาฬิกา “EDIFICE Scuderia Toro Rosso Limited Edition 2019” ราคาตั้งแต่ 7,900-12,900 บาท จะวางจำหน่ายกลางเดือนเมษายน 2562

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคอลเลกชั่นใหม่ “EDIFICE Countdown Bezel Series” มาพร้อมกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Powered) และหน้าปัดกระจกแซฟไฟร์คริสตัลซึ่งมีความทนทานต่อการใช้งาน  มี 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น EFS-S550DB (สายสเตนเลส) รุ่น EFS-S550BL (สายผ้าไนลอน) และรุ่น EFS-S550PB (สายเรซิน) ราคาตั้งแต่ 7,000-7,500 บาท พร้อมวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายน 2562

โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตถึง 18% จากการจับตลาดพรีเมียม

วิโรจน์กล่าวถึงแผนการตลาดในปีนี้ว่า บริษัทจะทุ่มงบการตลาดถึง 10% โดยเน้นทำการตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้นจากเดิมที่ช่องทางออนไลน์ทำรายได้เป็นสัดส่วนเพียง 3% ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเป็น 10% ด้วยกลยุทธ์ Omni Channel ตามแนวทางของเซ็นทรัลกรุ๊ป

ส่วนช่องทางออฟไลน์ ปัจจุบันบริษัทมี Direct Shop ชื่อ G-shock Casio flagship Store ทั้งหมด 15 สาขา มีดีลเลอร์ของคาสิโอประมาณ 200 สาขา และมีแผนจะขยายสาขาไปยังหัวเมืองชั้นนอก


Marketeer FYI

แบรนด์ในเครือ Casio

(1) Casio

(2) G-Shock

(3) Baby-G

(4) Edifice

(5) Sheen

(6) Pro Trek

(7) Outgear

(8) Data Bank

(9) Dress

 

CASIO เดินเกมอย่างไร?

ปี 2561

ยอดขายมากกว่า 1 ล้านเรือน

รายได้ประมาณ 4,000 ล้านบาท

เติบโต 6-7%

สัดส่วนรายได้: G-Shock 55%/Baby-G 15%/แบรนด์อื่นๆ 30%

ช่องทางการขาย: ออฟไลน์ 97%/ออนไลน์ 3%

ปี 2562

ตั้งเป้าเติบโต 18%

กลยุทธ์จับกลุ่มพรีเมียม/Omni Channel ให้คนซื้อทางออนไลน์มากขึ้น ตั้งเป้าที่ 10% ขยายสาขาไปหัวเมืองชั้นนอก



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer