เรตติ้งกรงกรรม พุ่งกระฉูดแค่ไหน ? เปิดข้อมูลที่น่าสนใจที่ตัวละครไม่ได้บอก

แรงขึ้นทุกตอนสำหรับละครเรื่องกรงกรรมของช่อง 3 โดยผู้จัด ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แห่งค่ายแอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

โดยความแรงนี้ในตอนที่ 17 เมื่อวันอังคาร 23 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ละครกรงกรรม มีเรตติ้งในกรุงเทพฯ สูงถึง 12.5 และเรตติ้งรวม 8.9 พร้อมกระแสที่ใครๆ ก็อยากจะนั่งรถไฟไปชุมแสงเพื่อไปตบพิไล ให้หายอิน

กระแสที่หยุดไม่อยู่ของกรงกรรมทางช่อง 3 ที่มาพร้อมการเติบโตของเรตติ้ง นั่นหมายถึงรายได้จากโฆษณาที่เข้ามายังช่อง 3 อย่างแน่นอน

แม่ย้อยและสะใภ้บ้านแบ้แผลงฤทธิ์เรียก เรตติ้งกรงกรรม

Nation Wide Bangkok Urban Rural
อ.2เม.ย.62 (EP11) 6.3 9.8 7.5 5.1
จ.8 เม.ย.62 (EP12) 7.3 10.4 8.1 6.3
อ.9 เม.ย.62 (EP13) 7.3 10.9 9.0 5.9
จ.15 เม.ย.62 (EP14) 5.9 7.6 7.0 5.1
อ.16 เม.ย.62 (EP15) 7.4 9.9 8.6 6.4
จ.22 เม.ย. 62 (EP16) 7.6 12.1 8.4 7.6
อ.23 เม.ย. 62 (EP17) 8.9 12.5 10.0 7.6

ที่มา: ช่อง 3, 2562

 

ส่วนผู้จัดล่ะ รายได้เท่าไร

ละครกรงกรรม เป็นผลงานการจัดละครของ แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด จดทะเบียนโดยเนตรพนิต โพธารากุล (ชื่อของธัญญา โสภณ-วชิระบรรจง) และพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตละครให้กับช่อง 3 นับตั้งแต่ปี 2545

และตลอด 17 ปีที่ผ่านมา ผู้จัดค่ายแอค-อาร์ค เจเนเรชั่น ได้ผลิตละครให้กับช่อง 3 ที่ออกอากาศไปแล้วด้วยกัน 23 เรื่อง โดยละครเกือบทั้งหมดกำกับโดย พี่ออฟ พงษ์พัฒน์

ละครล่าสุดคือเรื่องกรงกรรม

เมื่อดูไปที่รายได้ของแอค-อาร์ค เจเนเรชั่น พบว่าในปี 2558 เป็นปีที่มีรายได้สูงสุดคือ 145.7 ล้านบาท กำไร 24.2 ล้านบาท

ส่วนปี 2559 เป็นปีที่มีรายได้น้อยสุดคือ 25.7 ล้านบาท กำไร 5.9 แสนบาท

 

แม่ย้อยและสะใภ้บ้านแบ้แผงฤทธิ์เรียกเรตติ้ง

เหตุผลที่รายได้ของบริษัทของพี่แดงและพี่ออฟ ขึ้นๆ ลงๆ เช่นนี้ มาจากบิซิเนสโมเดลของผู้จัดละครส่วนใหญ่ จะเป็นการจ้างผลิตจากช่องทีวี

โดยผู้จัดจะรับเงินมาก้อนหนึ่งจากช่องทีวี และนำเงินก้อนนั้นมาใช้ในการจัดละคร ส่วนเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย ถือเป็นกำไรของผู้จัด

อย่างเช่นรับเงินว่าจ้างจากช่องมา 30 ล้านบาท ใช้ในการจัดละครทั้งหมด 20 ล้านบาท ที่เหลือ 10 ล้านบาทคือกำไรของผู้จัด

ซึ่งเท่ากับว่าถ้าผู้จัดรับจัดละครมากเรื่องเท่าไร รายได้ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

และถ้าบริหารเงินในการจัดละครได้ดีมากเท่าไร กำไรก็จะมากขึ้นตามมา

แต่การบริหารเงินต้องอยู่บนความสมเหตุสมผลด้วย เพราะถ้าคิดแต่กำไร และโปรดักชันของละครไม่ดีเท่าที่น่าจะเป็น ละครเรื่องนั้นก็จะขายไม่ออก ไม่มีคนดู และสุดท้าย ผู้จัดรายนั้นก็จะเป็นผู้จัดที่ไม่มีช่องไหนเลือก

นอกจากนี้ ผู้จัดอาจจะยังมีรายได้มาจากโบนัสที่ช่องให้กับผู้จัด ในกรณีที่ละครเรื่องนั้นปังขึ้นเป็นกระแสและเรตติ้งสูง แต่การให้โบนัสผู้จัดนั้น ขึ้นอยู่กับบิซิเนสโมเดลของแต่ละช่อง

 

เมื่อคิดตามบิซิเนสโมเดลที่กล่าวมาข้างต้น ในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่แอค-อาร์ค เจเนเรชั่น มีรายได้สูงสุด มาจากปีนั้น แอค-อาร์ค เจเนเรชั่นได้ผลิตละครให้กับช่อง 3 ในรูปแบบซีรีส์ละคร ในชุด เลือดมังกร

โดยซีรีส์นี้ประกอบด้วยกัน 5 เรื่องคือ เสือ, สิงห์, กระทิง, แรด และหงส์ ออกอากาศตั้งแต่เดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2558

ส่วนในปี 2559 เป็นปีที่มีกำไรน้อยสุด มาจากในปีนั้น แอค-อาร์ค เจเนเรชั่น ได้จัดละครเรื่องนาคี ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช่เทคนิค CG (Computer Graphics) เข้ามาประกอบละครเพื่อให้ละครมีความสมจริงยิ่งขึ้น Marketeer จึงเชื่อว่าเพราะต้นทุนการใช้ CG ทำให้กำไรของบริษัทลดลงตามมา

ทั้งนี้การที่ผู้จัดบางรายอย่างเช่น แอค-อาร์ค เจเนเรชั่น ยอมได้กำไรน้อย เพื่อให้ผลงานออกมาดี เพราะผู้จัดมีความต้องการที่จะทำให้ละครมีเรตติ้ง กระแสเรียกคนดู และการได้รางวัลต่างๆ จากละครเรื่องนั้น เช่น รางวัลนาฏราช และอื่นๆ

ซึ่งการได้เรตติ้งที่ดี หรือได้รางวัลจากละครเรื่องนั้นๆ จะเป็นเหมือนบัตรวีไอพีที่ให้ผู้จัดละครค่ายนั้นมีโอกาสในการรับเลือกให้จัดละครเรื่องต่อไปเป็นอันดับต้นๆ รวมถึงการได้รับสิทธิ์ในการเลือกนักแสดงและอื่นๆ ที่ตรงใจผู้กำกับอีกด้วย

เพราะถ้าบทดี นักแสดงดี ผู้กำกับดี และเงินสนับสนุนจากช่องที่ดี โอกาสที่ละครเรื่องนั้นจะปังทะลุจอก็จะมีมากขึ้นตามมา

แล้วคุณล่ะ ว่า กรงกรรม จะส่งผลบุญให้กับผู้จัดมากแค่ไหน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer