“แสนสิริ” จับมือ “ลาซาด้า” เปิดตัว แสนสิริ ออฟฟิเชียล สโตร์” บน LazMall ดึงฐานผู้ใช้ลาซาด้าช่วยช้อปคอนโด ราคาเริ่มต้น 2 ล้าน เดินกลยุทธ์ศึกษาผู้ใช้ผ่าน Data

ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “แสนสิริ ออฟฟิเชียล สโตร์” บน LazMall เป็นความร่วมมือกับ “บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)” เพื่อเปิดโอกาสให้ ‘ฐานผู้ใช้’ ของลาซาด้าซึ่งเป็นอีคอมเมิร์ซที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย ได้ซื้อคอนโดมิเนียมจากแสนสิริ

โดยออฟฟิเชียลสโตร์ดังกล่าว แสนสิริได้ปล่อยเพียง 45 ยูนิต จาก 9 โครงการ ทั้งทำเลกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ราคาตั้งแต่ 2 – 6 ล้านบาท จับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอยู่อาศัยจริง (Real Demand) อีกทั้งเป็นการทำการตลาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์ High Involvement

ธนิดากล่าวอีกว่า การซื้อคอนโดฯ ผ่านแพลตฟอร์มจะเป็นในรูปแบบการจอง (Online Booking) มีราคา 2 ระดับ ได้แก่ 10,000 และ 20,000 บาท เมื่อลูกค้าจ่ายเงินจะมีพนักงานจากแสนสิริติดต่อกลับไป

ธนิดากล่าวอีกว่า เมื่อลูกค้าเข้าสู่แพลตฟอร์ม จะมีการบันทึกข้อมูลพฤติกรรม หรือกระดานแสดงผลข้อมูลทางธุรกิจของลาซาด้า (Business Advisor Dashboard) ซึ่งแสนสิริสามารถสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ผ่าน Customized Marketing สามารถจัดการหน้าร้านได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ บริหารสต๊อกสินค้า และตัดสินวางแผนเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมหน้าร้านได้แบบเรียลไทม์ หรือแม้แต่การตัดสินใจเพิ่ม Brand Awareness ผ่านฟีเจอร์ต่างๆ 

ทั้งนี้ แสนสิริ ออฟฟิเชียล สโตร์ บน LazMall เปิดครั้งแรกเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2562 ปัจจุบันมีผู้เข้าเยี่ยมชมร้านค้ากว่า 4,500 คน และผู้กดติดตามร้านค้าแล้วเกือบ 500 คน

ด้าน ปิติ จารุกำจร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและบริหารกลยุทธ์โครงการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มองว่า เป้าหมายขั้นแรกของการเข้าสู่อีคอมเมิร์ซยังไม่ใช่เรื่องยอดขาย แต่เป็นเรื่องการทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าบนโลกออนไลน์ จากนั้นจึงนำมาประยุกต์และปรับใช้เพื่อเป็นกลยุทธ์การตลาดต่อไป

อย่างไรก็ตาม แสนสิริ ได้วางตนเองเป็น Property Technology โดยเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำการตลาดตั้งแต่ปี 2552 ด้วยการทำ Digital Sales Kit บนหน้าจอ Multitouch เป็นรายแรกของไทย รวมถึงการเป็นผู้นำในการเปิดจองที่อยู่อาศัยผ่านทาง Sansiri Online Booking ในช่วงที่ผ่านมา

“เรามองเห็นถึงความสำคัญของการสร้างพันธมิตรธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีความแข็งแกร่ง รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันที่เติบโตมากขึ้นในทุกๆ ปี แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลายและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของคอนโดมีเนียมของแสนสิริได้” ปิติกล่าว