ข้อพิพาทระหว่างญี่ปุ่น และเกาหลีใต้สองประเทศยักษ์ใหญ่ของเอเชียที่มีมาอย่างยาวนาน และร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบในรูปแบบไหน เพราะตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นออกคำสั่งควบคุมการส่งออกวัสดุเทคโนโลยีขั้นสูง 3 ชนิด ไปยังเกาหลีใต้

วัสดุดังกล่าวเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตชิปหน่วยความจำ หน้าจอ และผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ ที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญและรายได้ให้กับประเทศเกาหลีใต้ไม่น้อย

รวมถึงล่าสุดที่ “ญี่ปุ่น” ถอดชื่อ “เกาหลีใต้” ออกจากรายชื่อ “whitelist” หรือบัญชีรายชื่อคู่ค่าที่ได้สิทธิพิเศษ ที่ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 27 ประเทศ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 ส.ค. นี้

ด้านมุน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกมาระบุว่า เป็นการกระทำที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง และเกาหลีใต้เตรียมจะหามาตรการตอบโต้

ข้อพิพาททางการค้าของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แม้ทางการเกาหลีใต้จะยังไม่ได้มีมาตรการออกมาตอบโต้ แต่กระแสสังคมออนไลน์ของเกาหลีใต้กลับ “บอยคอต” เกิดแฮชแทก #BoycottJapan งดใช้สินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง รถยนต์ เสื้อผ้า และเก็บของแบรนด์ญี่ปุ่นออกจากชั้นวางจำหน่ายสินค้า

ที่เห็นผลกระทบชัดเจนในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คือยอดขายฟาสต์แฟชั่นอย่าง “ยูนิโคล่” ในเกาหลีใต้ลดลงถึง 40% และยูนิโคล่ยังเตรียมปิดยูนิโคล่สาขา Jongno 3-ga ที่อยู่ใจกลางกรุงโซล เนื่องจาดยอดขายลดลง โดยเจ้าของพื้นที่อ้างว่ายูนิโคล่ไม่ต้องการต่อสัญญา ขณะเดียวกันยูนิโคล่ก็ปฏิเสธว่าการปิดตัวของสาขาดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบอยคอตสินค้าแต่อย่างใด

และล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้เปิดเผยข้อมูลระบุว่า ยอดจำหน่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นในเกาหลีใต้เดือน ก.ค. ลดลงอย่างมาก โดยยอดจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าลดลง 32% ขณะที่รถยนต์ฮอนด้าลดลง 34%/BBC, Korea Herald



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน