กลุ่มเซ็นทรัลวางยุทธศาสตร์สู่ Tech Company หวังยอดขาย 8 แสนล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เผยว่า ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา(ปี 2556-2560)  กลุ่มเซ็นทรัล มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา    

ทำให้มีผลประกอบการที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี โดย 5 ปีที่แล้ว ตัวเลขยอดขายของทั้งกลุ่ม เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 11% และในปี 2560  ผลประกอบการ แบ่งออกเป็น ยอดขายในประเทศไทย 72%, ยอดขายในยุโรป 15% และยอดขายในประเทศเวียดนาม 13%

ในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายราว 397,308 ล้านบาท (คิดเป็นอัตราการเติบโต 14% จากปี 2560) และทุ่มงบประมาณกว่า 47,500 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 27.8% จากปี 2560) เพื่อขยายการลงทุนต่อเนื่องทั้งในและนอกประเทศ พร้อมพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า

ในขณะที่รายได้ออนไลน์ในปี 2560 มีสัดส่วน 2% หรือประมาณ 6,500 พันล้านบาท ส่วนปีนี้ หวังว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 4%

แผนใน 5 ปีข้างหน้า (2561-2565) เตรียมเม็ดเงินลงทุนประมาณ  2-3 แสนล้านบาท  หรือเฉลี่ยปีละ 4.5 หมื่นล้านบาทไม่รวมการควบรวมกิจการ

ความสำเร็จในเมืองไทย

ประกอบไปด้วย 11 ธุรกิจหลัก คือห้างสรรพสินค้า, กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า, กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ และออนไลน์, กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท, กลุ่มธุรกิจบริหารและการตลาดสินค้าแฟชั่น และ กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร

ในปี 2560 กลุ่มเซ็นทรัลมีจำนวนร้านค้ารวม 4,970 แห่ง ใน 38 จังหวัดทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าในอีก 5 ปี ข้างหน้า (2565) จะขยายจำนวนร้านค้าเป็น 7,509 แห่ง  ครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วประเทศ

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่สาขาในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด คิดเป็น 80 ต่อ 20 แต่ปัจจุบันสัดส่วนสาขาของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็น 54 ต่อ 46

 

 

ความสำเร็จในยุโรป

5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556-2560) ยอดขาย ในทวีปยุโรป มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 24% ในปี 2560 กลุ่มเซ็นทรัลได้เปิดห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต โรม แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางกรุงโรม ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นห้างที่ดีที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง สะท้อนไปถึงแบรนด์ที่เข้มแข็งของเซ็นทรัล

ความสำเร็จในประเทศเวียดนาม

กลุ่มเซ็นทรัล ถือเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ( ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีห้างร้านกระจายอยู่ทั่วประเทศเวียดนามรวมทั้งสิ้น 217 ร้าน ครอบคลุมพื้นที่กว่า  700,000 ตรม. ใน 37 จังหวัด โดยตั้งเป้าในอีก 5 ปีข้างหน้า (2565) จะมีร้านค้าทั้งหมดรวมกว่า 753 ร้าน ครอบคลุมพื้นที่กว่า  2,500,000 ตรม. ใน 57 จังหวัดทั่วประเทศ

พนักงานของกลุ่มเซ็นทรัลในประเทศเวียดนามมีมากกว่า 17,000 คน พร้อมให้บริการลูกค้าที่มาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 175,000 คนต่อวัน

 

ยุทธศาสตร์ 5 ปี  NEW CENTRAL, NEW E-CONOMY

ญนน์ โภคทรัพย์ President ของกลุ่มเซ็นทรัล  กล่าวว่าเพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่า และครองใจลูกค้าตลอดกาล โดย ดิจิ-ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม จะถูกพัฒนาในทุกกลุ่มธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงต่อยอดไปยังธุรกิจใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ผ่านการขับเคลื่อนใน 3 มิติสำคัญ คือ

1.ข้อมูล (Data) จัดเก็บข้อมูลทั้งหมด (Data Lake) จากทุกกลุ่มธุรกิจ ไว้บนระบบคลาวด์ เพื่อที่จะสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าเชิงลึก (Single view of customer) และสามารถมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าคนพิเศษ

2.ลอยัลตี้ และการตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล (Loyalty & Personalized experience) ผ่านทางแพลตฟอร์มใหม่ของเดอะวัน (The 1) จะทำให้กลุ่มเซ็นทรัลสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับลูกค้า และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

3.ออมนิแชแนล แพลตฟอร์ม (Omni channel platform) พัฒนาให้ทุกธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลก้าวสู่การเป็นออมนิแชแนล แพลตฟอร์มอย่างแท้จริง สามารถเชื่อมต่อประสบการณ์การช้อปปิ้งระหว่างโลกออฟไลน์ และออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากนี้กลุ่มเซ็นทรัลยังร่วมทุนกว่า 17,500 ล้านบาท กับ JD.Com ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจากประเทศจีน ในการจัดตั้ง เจดี เซ็นทรัล (JD CENTRAL) สร้างมาร์เก็ตเพลส (Marketplace) แห่งใหม่ในชื่อ JD.co.th เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้เกิด ดิจิ-ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม อย่างรวดเร็วและครบวงจรยิ่งขึ้น

 โดยภายในเดือนพฤษภาคมนี้ เว็บไซต์ JD.co.th จะพร้อมเปิดให้บริการแก่ลูกค้า รวมถึงเปิดโอกาสให้สินค้าไทย และสินค้า SMEs ได้เผยแพร่สู่ตลาดโลก

 เพื่อให้การพัฒนา ดิจิ-ไลฟ์สไตล์ แพลตฟอร์ม เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ กลุ่มเซ็นทรัลยังให้ความสำคัญกับ 4 องค์ประกอบหลัก ที่จะสามารถตอบสนองลูกค้าแบบไลฟ์สไตล์ ออนดีมานด์ และบรรลุเป้าหมายการเป็นนิวเซ็นทรัล อย่างแท้จริง ได้แก่

 

1.พันธมิตร (Alliance)

 กลุ่มเซ็นทรัลร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ได้แก่

1. ดุสิตธานี โดย สร้างโครงการมิกซ์ยูสบนถนนสีลม-พระราม 4

2. เจดีดอทคอม สร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใหม่ JD.co.th และพัฒนาอีโลจิสติกส์ อีไฟแนนซ์

3. ฮ่องกงแลนด์สร้างโครงการมิกซ์ยูสบนถนนเพลินจิต

4. อิเกีย และอีกหลากหลายพันธมิตรชั้นนำในอนาคตอันใกล้

 

2. เทคโนโลยี (Technology) โดยโฟกัสเทคโนโลยีแห่งอนาคตใน 4 ด้าน คือ

1. สร้างอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดให้กับทุกกลุ่มธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อให้เกิดการ ซินเนอจี้ระหว่างกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

2. สร้างฐานข้อมูลลูกค้าบนคลาวด์ เพื่อรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากทุกกลุ่มธุรกิจในเครือของกลุ่มเซ็นทรัล และแหล่งข้อมูลอันเป็นประโยชน์อื่นๆ นำมาทำการวิเคราะห์ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในลักษณะเฉพาะบุคคลได้

3. สร้างแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ใหม่ของเดอะวัน เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ (Engagement) กับลูกค้าอย่างเหนียวแน่น และมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า

ลงทุนต่อเนื่องในด้านโลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้าที่ทันสมัย เพื่อปรับปรุงการให้บริการลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจยิ่งขึ้น

 

3.คน (People)

กลุ่มเซ็นทรัล ถือเป็นผู้สร้างงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ด้วยจำนวนพนักงานมากว่า 220,000 คน และพนักงานผู้พิการอีกมากกว่า 700 คน เรายังคงสรรหา และส่งเสริมพนักงานที่เก่ง ดี และมีความสามารถในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านดิจิตอล พร้อมมุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมการทำงานรูปแบบใหม่ อาทิ การให้โอกาสพนักงานได้ร่วมงานกับผู้บริหารระดับสูงอย่างใกล้ชิด, การจัดกิจกรรมเวิร์คชอป และโค้ชชิ่งที่หลากหลาย, การสร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ดีๆ ในที่ทำงาน ทั้งการปรับปรุงพื้นที่ทำงานให้น่าอยู่ และสนับสนุนให้พนักงานได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการซีจี ชาเลนจ์ (CG Challenge) โครงการที่ให้พนักงานรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ในการครีเอตโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

 

4.ชุมชน (Community)

กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้โครงการ “เซ็นทรัลทำ” ที่มีภารกิจหลักในการพัฒนา 4 เสา คือ คน, ชุมชน, สิ่งแวดล้อม, สันติภาพและวัฒนธรรม โดยมีจุดประสงค์ ดังนี้

1. สร้างงาน สร้างอาชีพ กลุ่มเซ็นทรัลช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลได้ช่วยเหลือชุมชนไปแล้ว 481 ชุมชน พัฒนาสินค้าชุมชนกว่า 4,500 รายการ สร้างรายได้กว่า 967 ล้านบาท กลับคืนสู่ชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 10,000 ครัวเรือน

2. สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน อาทิ สนับสนุนเครื่องกรองน้ำให้เด็กนักเรียน และครู ได้บริโภคน้ำสะอาด รวมถึงดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในหลากหลายมิติ