นเวลา 15 นาที ที่เธอต้อง Build Brand Love  “สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ “ นักการตลาดหญิงจากเมืองไทย ต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสมาพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย จำนวน 8 ท่าน

เวลาหมดลง พร้อมๆ กับคณะกรรมการทั้งชุดลุกขึ้นปรบมือยอมเทคะแนนและมอบรางวัลนักการตลาดหญิงที่โดดเด่นแห่งเอเชียประจำปี 2019 (Asia’s Top Outstanding Woman Marketeer of the Year 2019) ให้กับเธออย่างเป็นเอกฉันท์

ตลอดระยะเวลา 28 ปีในการทำงาน สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีต CEO หญิงคนแรกของบริษัท “ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย” ปัจจุบันคือประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทพฤกษาเรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลต่างๆ มาแล้วมากมาย แต่ส่วนใหญ่เธอมีหน้าที่เพียงเดินขึ้นเวทีสวยๆ ไปรับรางวัลเท่านั้น

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกๆ ครั้ง คะแนนที่จะฟันธงว่าใครจะได้ตำแหน่งนี้ในเอเชียไปครองอยู่ที่ 15 นาทีสุดท้ายที่ผู้ถูกเสนอชื่อต้องเตรียม presentation ผลงานไปแข่งขันกับนักการตลาดจากประเทศอื่นๆ ในแถบภูมิภาคเอเชีย อีก 17 คนด้วย  

พอรู้ว่าถูกเสนอชื่อก็ดีใจ แต่พอรู้ว่าครั้งนี้เหมือนการแข่งขันที่ต้องเตรียมตัวไปพูดแข่งกับคนอื่นด้วย เธอแทบจะถอดใจ

“เวลาเตรียมตัวสั้นมาก งานเราก็กำลังยุ่งมากๆ แล้วจะเล่าเรื่องอย่างไรให้ครอบคลุมให้เขาเข้าใจ มองเห็นตัวตนเรา และเข้าใจสิ่งที่เราทำจริงๆ เพราะสตอรี่มีเยอะมาก เหมือนไป Pitching งาน ที่ไม่ใช่มีแค่สไลด์สวยๆ แต่ต้องวางกลยุทธ์ในการพูดเพื่อชนะใจคนฟังด้วย ภายในเวลาที่จำกัด

แต่พอคิดว่าโอกาสครั้งนี้ไม่ใช่เพราะตัวเราอย่างเดียว แต่เป็นชื่อเสียงของประเทศชาติด้วย ก็เลยฮึดสู้ มีซ้อมเหมือนจริงอยู่หลายครั้งส่วนใหญ่เวลาเกินเพราะมีหลายเรื่องที่อยากพูดเหลือเกิน

อยากฝากบอกทุกคนว่าในฟอรั่มสำคัญ ถึงแม้เราจะเจ๋งอย่างไรก็ต้องเตรียมตัว และฝึกพูดให้ดีที่สุด อย่ามั่นใจตัวเองจนเกินเหตุ  จะพลาดเอาได้”

ใน 15 นาทีทอง Key Message ที่ได้ส่งออกไปคือเรื่องอะไร

เริ่มต้นต้องให้กรรมการเข้าใจในความเป็นเป็นซีอีโอที่มีมาร์เก็ตติ้งเป็นหัวใจในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ต้องให้เขาเข้าใจว่าเราคือ A Purposeful Brand and Business Builder ที่เชื่อว่าหัวใจแห่งความสำเร็จของทุกๆ ธุรกิจ คือการทำการตลาดที่ยอดเยี่ยม ทำให้งานมีความหมาย และเป็นการทำธุรกิจที่หัวใจของงานอยู่ที่ผู้บริโภคจริงๆ โดยผ่านการสร้างแบรนด์ ทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน  

ในงานที่รับผิดชอบ นอกจากสร้างแบรนด์ สร้างบิสสิเนส ยังได้สร้างนักการตลาด สร้างแรงบันดาลใจให้กับยังมาร์เก็ตเธียร์ ที่เป็นคนไทยให้ไปโตในตลาดโลกด้วย

หลังจากนั้นเธอก็มาเล่าถึง Paradigm Shift Journey 26 ปีที่บริษัท “ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย” เริ่มจากการดูเรื่อง Consumer Insight 9 ปี หลังจากนั้นขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด รับผิดชอบแบรนด์ในเมืองไทย ก้าวไปรับผิดชอบตลาดต่างประเทศทำแบรนด์หลากหลายขึ้น แล้วกลับมาเป็น Local Marketing Head  จนได้รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย

ก่อนที่จะข้ามฟากจากฝั่ง Consumer product มาสู่ Developer  ที่บริษัทพฤกษา จำกัด มหาชน

ตัวอย่างแบรนด์ที่เธอภูมิใจนำเสนอเพื่อให้เห็นว่าตนเองมีจุดแข็งในการดึงคอนซูเมอร์อินไซต์มาสร้างเป็นแคมเปญที่โดนใจ เช่น ไอศกรีมแม็กนั่ม ที่ทำให้ผู้บริโภครักแบรนด์และมีประสบการณ์กับแบรนด์มากขึ้น แคมเปญ บรีส เปิดโลกการเรียนรู้ ให้เด็กได้สนุกกับประสบการณ์จริงโดยไม่ต้องกลัวเลอะ หรือโจ๊กคนอร์ ที่นำเอาความสำคัญของอาหารเช้าที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็กมาเป็น “Keyword”

และปัจจุบันประสบการณ์ทางด้านมาร์เก็ตติ้งถูกนำมาทรานส์ฟอร์มพฤกษา เพื่อสร้าง Quality Trust Mark ผ่านการรีแบรนด์ใหม่ ใช้  Digital Marketing Approach ในการเปิดขายโครงการ ใช้ Data science สร้างฐานข้อมูลสถิติ รวมทั้งนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า Pruksa Living Tech ให้ลูกค้าสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม

สุดท้ายเธอพูดถึง Value of Life คุณค่าของการมีชีวิต ด้วยการใช้ความรู้ความสามารถและเน็ตเวิร์กของมาร์เก็ตติ้งมาขับเคลื่อนในการช่วยเหลือผู้อื่นในวงกว้าง เช่น การเข้าไป รีแบรนด์ สมาคมสะมาริตันส์ เพื่อช่วยเหลือคนที่คิดจะฆ่าตัวตาย ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมทั้งทำแคมเปญ ผ่าตัดต้อตา ทั้งในประเทศไทยและเนปาล และยังเข้าไปเป็นอาสาสมัครด้วยตัวเอง ซึ่งได้ช่วยคนไปแล้วประมาณ 4 พันคน  

ความท้าทายของผู้หญิงเมื่อต้องเลือกระหว่าง “งาน” กับ “ครอบครัว

สุพัตรายังให้ความเห็นกับ Marketeer ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีลูกอายุ 3-8 ขวบ การก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารจะเป็นปัญหา เพราะพวกเธอจะสับสนและกังวลว่าไม่สามารถทำงานได้เต็มที่เมื่อมีลูกเล็กหรือลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่นต้องดูแล

เธอบอกว่ามีงานวิจัยชิ้นหนึ่งของฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สคูล ระบุว่า ลูกคนที่เติบโตมาจากแม่ที่ทำงานจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าลูกที่อยู่กับแม่ที่ไม่ได้ทำงาน ดังนั้น การดูแลเลี้ยงลูกที่ดีไม่ได้เกี่ยวกับเวลาอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องคุณภาพด้วย

และในยุคสมัยนี้ในไลฟ์สไตล์แต่ละวันมีตัวช่วยมากมายที่จะทำให้ผู้หญิงสามารถทำงานได้ดี และดูแลครอบครัวได้ดีไปพร้อมๆ กันด้วย

เธอยกตัวอย่างว่าตัวเธอเองก็เคยมีปัญหา แต่สามารถก้าวผ่านมาได้ด้วยการบริหารเวลาให้เป็น โดยใช้ตัวช่วยต่างๆ เช่น มีคนขับรถเพื่อใช้เวลาที่รถติดทำงาน มีแม่บ้านที่ให้ความไว้วางใจในการดูแลบ้าน  หลับหูหลับตาไม่สนใจในเรื่องที่ไม่จำเป็นกับชีวิตให้หมด ค่อยๆจัดการ แล้วเอาเวลาที่เหลือมาอยู่กับลูกและสามี ที่สำคัญตอนนี้เทคโนโลยีสามารถให้เราทำงานที่ไหนก็ได้ โดยยังคงประสิทธิภาพเหมือนเดิม

อาจมีบ้างที่เรามีความจำเป็นอย่างมากในเรื่องงานกับลูกพร้อมๆ กัน ซึ่งเชื่อว่าไม่บ่อยครั้งนักหรอก แต่ถ้ามีเวลานั้นจริงให้เลือกลูกและครอบครัวไว้ก่อน

สุพัตราบอกว่าโชคดีที่เธอไม่ค่อยช้อปปิ้ง ไม่ชอบเดินห้าง ไม่เสียเวลากับการแต่งตัวหาเสื้อผ้า เพราะมีร้านประจำที่คอยตัดชุดให้ครั้งละหลายๆ ชุด ดูหนังครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วบนเครื่องบินตอนกลับจากการส่งลูกไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ  

“เพลงก็ไม่ค่อยได้ฟัง แต่เดี๋ยวนี้ฟังบ่อยขึ้น เพราะหลังคุณแม่เสีย ก็เอาคุณพ่อมาอยู่ที่บ้านซึ่งท่านเป็นแฟนประจำรายการร้องเพลงล่ารางวัล ส่วนใหญ่เป็นเพลงลูกทุ่ง เช่น ร้องได้ให้ล้าน หรือ ไมค์ทองคำ ก็นั่งฟังไปด้วยกันกับเขา ตอนนี้จะรู้แล้วว่าทีวีตอนเย็นมีรายการอะไรบ้าง”

วันหยุดหลายวัน จริงๆ ก็จะแพลนไปทำบุญที่อินเดีย หรือเนปาล  นานๆ ครั้งถึงจะไปทัวร์ต่างประเทศกับก๊วนเพื่อนๆ ที่สนิท 

  

“ผู้หญิง” ต้องสร้างสปีดแห่งการยอมรับ

ปัจจุบันในเมืองไทยและภูมิภาคอาเซียนจะยอมรับผู้นำที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น ผู้หญิงเองก็ควรสร้างสปีดในการสร้างความยอมรับ จะทำได้เร็วได้อย่างไรขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ที่ต้องเร่งเรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้ แล้วเติมเต็มส่วนที่เป็นจุดแข็งของเราเข้าไป และที่สำคัญการเป็นผู้นำที่ยิ่งอยู่ในตำแหน่งสูง ไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบทุกอย่าง สามารถถามคนที่อยู่ในหน้าที่นั้นๆ ได้ แต่เมื่อฟังแล้วการยิงคำถามของผู้นำที่เก่ง จะแสดงถึงความแหลมคมในเรื่องของมุมมองวิธีคิด สะท้อนให้เห็นถึงความรอบรู้ และถ้าคำถามนั้นสามารถเปิดไอเดียใหม่ๆ หรือสร้างแรงบันดาลใจขึ้นมาได้ ยิ่งทำให้เกิดการยอมรับเร็วขึ้น   

เมื่อได้รับการยอมรับพลังและความมั่นใจในการทำงานก็จะเกิดขึ้นตามมา พร้อมที่จะใช้ศักยภาพที่ตัวเองมีอยู่เพื่อองค์กร และสังคมได้อย่างเต็มที่เช่นกัน  



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer