คุณเคยสังเกตข้างขวดไหมว่า เวลาดื่มโค้ก, แฟนต้า, สไปร์ท, ชเวปส์, รูทเบียร์ เอ แอนด์ ดับบลิว, มินิเมด สแปลช, มินิเมด พัลพิ, มินิเมด ไวตา คิดส์, อควาเรียส และน้ำดื่มน้ำทิพย์ บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายคือใคร

คนกรุงเทพ อีสาน เหนือ ตะวันออก ตะวันตก อาจจะมีคำตอบเดียวกันว่า “ไทยน้ำทิพย์” ไง จะใครล่ะ

แต่คนภาคใต้อาจจะบอกว่า บ้านฉันมาจากหาดทิพย์ต่างหาก

คนละบริษัทกันอย่างนี้ แล้วใครเป็นผู้ผลิตที่แท้จริงล่ะ?????

แล้วบริษัท โคคา-โคล่า ประเทศไทย เขาทำอะไร

เราอยากจะบอกว่า ไทยน้ำทิพย์และหาดทิพย์ เป็นผู้ผลิตที่ถูกต้องทั้งคู่ นั่นแหละ

ส่วนบริษัท โคคา-โคลา ประเทศไทย ก็เป็นเพียงเจ้าของแบรนด์ ที่รับผิดชอบในกิจกรรมการตลาดเท่านั้น

และที่สำคัญ ทั้งไทยน้ำทิพย์และหาดทิพย์ไม่ได้เป็นบริษัทในเครือ โคคา-โคลา ประเทศไทย เสียด้วย แถมยังแยกบริหารขาดจากกัน เพราะไทยน้ำทิพย์และหาดทิพย์มีผู้ก่อตั้งมาจากคนละตระกูลกัน แถมผู้ถือหุ้น คณะกรรมการและผู้บริหารคนละชุดกันเสียด้วย

แต่ไทยน้ำทิพย์เกิดก่อน และถือเป็นผู้บุกเบิกเครื่องดื่มโค้กในประเทศไทย โดยเริ่มต้นธุรกิจในปี 2502 ในเขตกรุงเทพมหานคร

และ 10 ปีต่อมา หาดทิพย์นำโค้กมาจำหน่ายในภาคใต้ปี 2512 จากการขอลิขสิทธิ์การผลิตจากโคคา-โคลา คัมปะนี (ประเทศสหรัฐอเมริกา) เมืองแอตแลนตา มลรัฐจอร์เจีย

เมื่อทั้ง 2 บริษัท เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่ถูกต้อง ทำให้ไทยน้ำทิพย์และหาดทิพย์ ต้องแบ่งพื้นที่จัดจำหน่ายอย่างชัดเจน โดยไทยน้ำทิพย์ได้พื้นที่ 63 จังหวัด ทั้งกรุงเทพฯ ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก ตะวันตกไป ส่วนหาดทิพย์ก็ขอยึดหัวหาด 14 จังหวัดภาคใต้เช่นกัน

และทั้ง 2 บริษัท มีรายได้เท่าไร และมีต้นกำเนิดอย่างไร เราไปดูกัน

เริ่มจากไทยน้ำทิพย์ก่อน

ไทยน้ำทิพย์ มีต้นกำเนิดมาจาก 3 ตระกูล ได้แก่ ตระกูลสารสิน ตระกูลเคียงศิริ และตระกูลบุญสูง ร่วมกับบริษัท โคคา-โคลา เอ็กซ์ปอร์ตคอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดตั้ง บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ในปี 2502 เพื่อทำธุรกิจโคคา-โคลา หรือโค้กในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังจากที่โคคา-โคลา เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2491

การเริ่มต้นของธุรกิจไทยน้ำทิพย์มี ฯพณฯ พจน์ สารสิน เป็นผู้บริหารหลักที่วางรากฐานให้กับธุรกิจไทยน้ำทิพย์ ก่อนที่จะส่งต่อให้พงส์ สารสิน ลูกชายคนโตรับไม้ต่อ

ปัจจุบันไทยน้ำทิพย์บริหารโดย พรวุฒิ สารสิน ลูกชายคนเดียวของพงส์ สารสิน นั่งประธานกรรมการ

และในไทยน้ำทิพย์ยังมีตระกูลบุญสูง เคียงศิริ และโคคา-โคลา (ประเทศไทย) เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัทด้วยเช่นกัน

 

ในวันนี้อาณาจักรของกลุ่มไทยน้ำทิพย์ประกอบด้วยบริษัทที่สำคัญ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัทไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด และบริษัท ไทยน้ำทิพย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์พบว่า กลุ่มไทยน้ำทิพย์มีรายได้จาก 3 บริษัท ในปีที่ผ่านมารวมกันได้มากถึง 58,877 ล้านบาท กำไร 5,599 ล้านบาท

 

แบ่งเป็น

บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด

2559 รายได้ 3,863 ล้านบาท กำไร 433 ล้านบาท

2560 รายได้ 5,091 ล้านบาท กำไร 1,878 ล้านบาท

2561 รายได้ 7,064 ล้านบาท กำไร 3,536 ล้านบาท

 

บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด

2559 รายได้ 32,122 ล้านบาท กำไร 1,444 ล้านบาท

2560 รายได้ 30,892 ล้านบาท กำไร 1,683 ล้านบาท

2561 รายได้ 31,689 ล้านบาท กำไร 1,514 ล้านบาท

 

บริษัท ไทยน้ำทิพย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

2559 รายได้ 20,534 ล้านบาท กำไร 595 ล้านบาท

2560 รายได้ 19,713 ล้านบาท กำไร 261 ล้านบาท

2561 รายได้ 20,124 ล้านบาท กำไร 548 ล้านบาท

ส่วน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ที่ดูแลโค้กภาคใต้ทั้งหมด มีต้นกำเนิด และรายได้เท่าไร

บริษัทหาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ได้รับลิขสิทธิ์โดยตรงจากโคคา-โคลา คัมปะนี (ประเทศสหรัฐอเมริกา) ให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม โคคา-โคลา ได้ทั่วทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้

โดยการกำเนิดของหาดทิพย์มาจากบริษัท นครทิพย์ จำกัด นักธุรกิจภาคใต้ที่ได้รับลิขสิทธิ์จาก โคคา-โคลา คัมปะนี (ประเทศสหรัฐอเมริกา) ในการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มโค้กใน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา, สตูล และยะลา ตั้งแต่ปี 2512 และไทยธนา จำกัด ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา พร้อมด้วยร้อยตรีไพโรจน์ รัตตกุล และวิไล รัตตกุล

ในปีที่ผ่านมา หาดทิพย์มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,704 ล้านบาท กำไร 249 ล้านบาท มาจากธุรกิจ น้ำอัดลม 5,401 ล้านบาท และเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำอัดลม 303 ล้านบาท

แม้ทั้ง 2 บริษัทต่างเดินเกมกันคนละพื้นที่ แต่อย่างที่เราได้บอกไปตั้งแต่ต้นว่าการบริหารการตลาดและสร้างแบรนด์ทั้งหมดก็ยังต้องเป็นของ โคคา-โคลา (ประเทศไทย)

ซึ่งในปีที่ผ่านมา ตัวเลขจากกระทรวงพาณิชย์พบว่า โคคา-โคลา (ประเทศไทย) มีรายได้ทั้งสิ้น 2,061 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจากการขายวัตถุดิบการผลิตและอื่นๆ ให้กับทั้ง 2 บริษัทเพื่อผลิตเป็นโค้ก และเครื่องดื่มที่เกี่ยวข้องออกจำหน่ายให้กับผู้บริโภคต่อไป

รายได้โคคา-โคลา (ประเทศไทย)

2559       2,202 ล้านบาท กำไร 111 ล้านบาท

2560       2,187 ล้านบาท กำไร 137 ล้านบาท

2561       2,061 ล้านบาท กำไร 153 ล้านบาท   

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์, 2562

 

Marketeer FYI

 

cr. ภาพจากเว็บไซต์ไทยน้ำทิพย์และหาดทิพย์



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer