แชมป์รถกระบะ สงคราม 3 แบรนด์ที่ไม่มีใครยอมถอย

ตลาดรถกระบะ

ตลาดรถกระบะ 1 ตันเมืองไทย มีขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของโลก แม้ 3 – 4 ปีที่ผ่านมาภาพรวมอุตสาหกรรมรถยนต์จะตกต่ำ แต่รถกระบะก็เป็นเพียง 1 ใน 3  Segment ที่มีอัตราเติบโต  1- 2% ถึงจะเป็นตัวเลขน้อยนิดแต่ก็ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ยังพอยิ้มได้

และนี่คือเหตุผลหลักที่ไม่มีผู้ผลิตรถกระบะรายไหนยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว โดยเฉพาะ Isuzu หลังจากสามารถกลับมามียอดขายแซงหน้า Toyota ได้แล้วนั้น ก็ดูเหมือนผู้นำตลาดรายนี้จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองยืนอยู่ในตำแหน่ง “แชมป์” ให้นานที่สุด

Isuzu เป็นแชมป์แล้ว

ก็ต้องเป็นให้ ตลอด

เพราะคงเป็นอะไรที่ “สแลงใจ” Isuzu ไม่น้อยหาก Toyota จะกลับมามียอดขายแซงหน้าตัวเองอีกครั้ง และวิธีการที่จะทิ้งห่างคู่แข่งได้ดีที่สุดก็คือการทำให้รถกระบะตัวเองใหม่และสดตลอดเวลา

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา Isuzu เปิดตัว All new ISUZU D-MAX V-CROSS กระบะออฟโรด ราคาเริ่มต้น 2 ประตูอยู่ 732,000 บาท 4 ประตูเริ่มต้น  843,000 บาท

ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน Isuzu เลือกจะหยิบใช้ Timeline ครบรอบ 60 ปีที่ทำธุรกิจในเมืองไทยด้วยการนำ ISUZU D-MAX มาปรับแต่งดีไซน์และออฟชั่น พร้อมปรับราคาเพิ่มขึ้น 3,000 – 30,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น)

ถึงจะมีการขึ้นราคาจากรุ่นเดิมแต่ผู้บริหาร Isuzu ก็มั่นใจว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการขาย เพราะเชื่อว่าปฎิบัติการ Minor Change กระบะ 2 รุ่นนี้ถึงอย่างไรก็สามารถเรียกลูกค้า และหยุดความลังเลใจของผู้ที่คิดจะซื้อรถกระบะคันใหม่ให้เดินมาที่โชว์รูม Isuzu ได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก

และนี่เองที่ทำให้ Isuzu มั่นใจไม่น้อยว่าเมื่อสิ้นปี 2017 จะมียอดขายเกิน 130,000 คันได้ไม่ยาก โดยข้อมูลอัดเดทล่าสุดนั้นคือ 8 เดือนแรกในปีนี้มียอดขาย 84,921 คัน

Toyota ภารกิจทวงแชมป์ยอดขายรถกระบะ

ในขณะที่ Toyota เองใน 8 เดือนแรกของปี 2017 นั้นมียอดขาย 69,387 คัน ซึ่งยังตามหลัง Isuzu อยู่ไม่น้อย และทำให้ Toyota ต้องคิดหนักกับรถกระบะคันใหม่ที่เปิดตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้วอย่าง Hilux Revo ที่เคยคิดว่านี้คือรถที่จะสร้างยอดขายแซงหน้า Isuzu

อะไรที่ทำให้ Toyota ที่เคยครองแชมป์ ตลาดรถกระบะ 9 ปีซ้อน ต้องพ่ายแพ้แก่ Isuzu ทั้งๆ ที่มีรถกระบะคันใหม่อย่าง Hilux Revo ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 10% และยังรองรับการใช้น้ำมันดีเซลไปถึง B 20 รวมไปถึงการขับขี่เข้าโค้ง ได้นุ่มนวล

นั่นเพราะถึง Hilux Revo จะมี Performance ที่สอบผ่านฉลุย แต่สิ่งที่ Toyota หลงลืมไปนั้นคือดีไซน์รถกระบะที่เวลานี้คือ “กระบะไลฟ์สไตล์” ที่มีการเอาดีไซน์ของรถเก๋งเข้ามาผสมผสานกับรถกระบะ รวมไปถึงดีไซน์ที่ดูบึกบึนให้ดูทรงพลัง

ไม่แปลกที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา Toyota มีการปรับเล็กๆ น้อยๆ แต่ยังไม่มีการ Minor Change ในเรื่องดีไซน์เปลี่ยนแปลงแบบชัดเจน จนล่าสุดมีข่าวว่า Toyota จะผ่าตัดดีไซน์รถกระบะ Hilux Revo ครั้งใหญ่ในช่วงสิ้นปี 2017 หรือไม่ก็ไตรมาสแรกของปี 2018

ข่าวการปรับเปลี่ยนดีไซน์คือ ด้านหน้ารถ กระจังหน้า และ กันชนหน้า ให้ดูบึกบึนเหมือนสไตล์รถกระบะอเมริกัน โดยคาดการณ์ว่าจะเป็นทั้งในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ  4 ล้อ ทั้งตัวถัง Single Cab  และ Double Cab 4 ประตู

โดยปัจจุบัน Toyota Hilux Revo มี 3 ตัวถัง Single Cab / Space Cab / Double Cab รวม 41 รุ่นย่อย ราคา 559,000 – 1,139,000 บาท

สิ่งที่ต้องตามดูอย่างใกล้ชิดเมื่อกระบะ Hilux Revo คันใหม่ออกมานั้นราคาจะขยับขึ้นมากน้อยแค่ไหน ? เพราะผู้บริหาร Toyota คงต้องประเมินสถานการณ์ให้รอบคอบว่า “ราคาไหนที่จะซื้อง่ายขายคล่อง” หากลูกค้านำไปเปรียบเทียบกับ Isuzu

ที่น่าสนใจ Toyota คงมั่นใจอย่างมากว่าเมื่อกระบะ Hilux Revo โฉมใหม่ปรากฎในโชว์รูมตัวเองทั่วประเทศ ภารกิจทวงแชมป์ยอดขายรถกระบะเมืองไทยมาจากมือ ISUZU ไม่ใช่เรื่องยาก

Ford แบรนด์รองที่ดีเกินคาด

ในขณะที่ Ford ต้องบอกว่าสินค้าอย่างรถกระบะคือ “เส้นเลือดใหญ่” ที่หล่อเลี้ยงบริษัทเลยก็ว่าได้ เพราะในปี 2016 ที่ผ่านมา Ford มียอดขาย 40,972 คัน โดยรถกระบะอย่าง Ford Ranger มียอดขายถึง 30,869 คันหรือคิดเป็นเกือบๆ 80% จากยอดขายทั้งหมด

โดย 8 เดือนแรกของปี 2017 Ford Ranger มียอดขาย 27,316 คัน แม้จะตามหลัง 2 แบรนด์หลักในตลาดทั้ง Isuzu และ Toyota แต่นี้ก็คือความสำเร็จของค่ายรถยนต์เล็กๆ ในเมืองไทยอย่าง Ford

ข้อแรกสุดที่ทำให้ Ford Ranger สร้างยอดขายได้เกินคาดหมายนั้นคือดีไซน์ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาญฉลาดในการขับขี่

ต่อมาคือ Ford Ranger มีให้เลือกถึง 30 กว่ารุ่นและมีช่วงราคาและประเภทรถกระบะให้เลือกมากมายตั้งแต่เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรราคา 559,000 บาทจนถึงเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร ราคา1,189,000 บาท ซึ่งนั้นหมายความว่า Ford มีรถกระบะที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าทุกระดับ

สุดท้ายคือเกมโปรโมชั่นที่หากเทียบกับคู่แข่งในตลาดแล้วนั้น Ford ไม่เป็นรองใครไม่ว่าจะเป็นเงินดาวน์ 4 – 5 หมื่นบาท ผ่อน 0% นานถึง 48 เดือน ก็มีให้เห็นมาแล้ว

สิ่งเดียวที่ Ford ต้องปัดฝุ่นแก้ไขนั่นคือบริการหลังการขายเพราะต้องบอกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาศูนย์บริการของ Ford โดนกระแสดราม่าทั้งในออนไลน์รวมไปถึงสื่อ TV ในกลุ่มรถยนต์ที่นั้งทั้ง Fiesta และ Everest แน่นอนย่อมมีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าที่กำลังลังเลจะซื้อรถกระบะ Ford Ranger

แต่นับจากนี้ไปจนถึงปีหน้า ตลาดรถกระบะเมืองไทยจะเป็นสนามแข่งที่ไม่มีใครยอมใครเพราะ Toyota จะต้องช่วงชิงโอกาสเพื่อกลับมาเป็น “แชมป์” ส่วน Ford เองก็ต้องการยอดขายรถกระบะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

กระบะก็ยังโตได้อีก

            ปี 2016 รถกระบะ 1 ตันมีมูลค่า 333,447 คัน เติบโต 1 -2 % ในขณะที่ปีนี้  8 เดือนแรกมียอดขาย 228,291 คัน โดย Toyota คาดการณ์ว่าเมื่อจบปี 2017 รถกระบะจะมียอดขายเกิน 340,000 คันในตลาด โดยเฉพาะไตรมาส 4 เดือนธันวาคมที่จะมีงาน Motor Expo มากระตุ้นยอดขาย รวมถึงโปรโมชั่นและของแถมที่ค่ายรถกระบะนำเสนอเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline