ในยุคที่เทคโนโลยี Generative AI (Gen AI) อย่าง ChatGPT หรือ Gemini เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการช่วยคิดไอเดีย สรุปข้อมูล หรือแม้แต่สร้างรูปภาพ คนไทยก็ถือเป็นชาติที่เปิดรับและปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีนี้ได้อย่างรวดเร็ว
โดยข้อมูล The Gemini Report จาก Google ระบุว่าผู้ใช้งานแอป Gemini ในภูมิภาคอาเซียนเติบโตถึง 2 เท่าในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยครองแชมป์การใช้ AI ด้านไลฟ์สไตล์สูงสุดในอาเซียน โดยมีการป้อนคำสั่ง (Prompt) เป็นภาษาไทยสูงถึง 87%
แต่คำถามที่น่าสนใจตามมาก็คือ…ในเมื่อเราใช้ AI กันเก่งขนาดนี้ เรา “เชื่อใจ” ผลลัพธ์ที่ AI ตอบกลับมามากน้อยแค่ไหน แล้วเรื่องอะไรบ้างที่เรายังขอพึ่งพามนุษย์ด้วยกันเองมากกว่า?
จากผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยโดย SCB EIC พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยถึง 44% เชื่อถือข้อมูลที่ได้จาก Gen AI ขณะที่อีก 43% ยังมีความลังเลหรือเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และมีเพียง 13% เท่านั้นที่ไม่เชื่อถือเลย โดยกลุ่มคน Gen Y เป็นวัยที่มีแนวโน้มเชื่อถือผลลัพธ์จาก AI สูงกว่ากลุ่มอื่นๆ
เรื่องที่คนไทย “เชื่อใจ” ให้ AI เป็นผู้ช่วย
อันดับ 1 “การวางแผนท่องเที่ยว” (ยืนหนึ่งเรื่องความเป๊ะ) เรื่องที่คนไทยมอบความไว้วางใจให้ AI ช่วยจัดการมากที่สุดคือ “การท่องเที่ยว” สาเหตุสำคัญมาจากความสามารถอันโดดเด่นของ AI ในการรวบรวมข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจากอินเทอร์เน็ต มาช่วยสรุปและจัดทริปได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบสถานที่ จัดตารางเวลา หรือแนะนำจุดแวะพัก ซึ่งผู้ใช้งานส่วนใหญ่พบว่าเมื่อนำแผนที่ AI จัดให้ไปใช้จริงแล้ว “ได้ผลลัพธ์ที่ดีและใช้งานได้จริง” จึงไม่แปลกที่ AI จะกลายเป็นไกด์ส่วนตัวประจำใจของใครหลายคน
อันดับ 2 “การเรียนและการทำงาน” (ผู้ช่วยเบรนสตอร์มชั้นยอด) โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการค้นคว้าข้อมูล คิดวิเคราะห์ สรุปประเด็น หรือแม้แต่ช่วยร่างอีเมล
ข้อมูลยังระบุด้วยว่า คำสั่งภาษาไทยส่วนใหญ่ที่ป้อนให้ AI มักจะเกี่ยวกับการเรียน การเตรียมสอบ และการใช้งานทั่วไป เพราะ AI สามารถโต้ตอบและตอบคำถามเชิงลึกเพิ่มเติมได้อย่างรวดเร็ว
อันดับ 3 “สุขภาพ อาหาร และการออกกำลังกาย” (ที่ปรึกษาไลฟ์สไตล์ส่วนตัว) ผู้บริโภคชาวไทยเชื่อใจให้ AI เป็นที่ปรึกษาเบื้องต้นด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ เช่น การให้ AI ช่วยจัดตารางออกกำลังกาย คำนวณแคลอรี หรือแม้แต่การคิด “สูตรอาหาร” จากวัตถุดิบที่มีอยู่ในตู้เย็น ซึ่ง AI สามารถทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเบื้องต้นในเรื่องเหล่านี้ได้ค่อนข้างดี
เรื่องที่คนไทย “ไม่เชื่อใจ” และขอพึ่งมนุษย์ดีกว่า
1. “การชอปปิง” (ขอรีวิวจากผู้ใช้จริงเท่านั้น!) แม้ AI จะเก่งแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาต้องควักเงินซื้อของ คนไทยกลับมีความเชื่อถือต่อ AI ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหตุผลหลักคือ ผู้บริโภคยังคงต้องการ “ข้อมูลและรีวิวจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ใช้งานจริง”
คืออยากเห็นภาพสินค้าจริงจากแพลตฟอร์ม E-commerce อยากฟังความเห็นจาก Influencer ว่าใช้แล้วดีจริงไหม เนื้อครีมเหนอะหนะหรือเปล่า ซึ่งประสบการณ์และความรู้สึกจากการสัมผัสจริงเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถตอบโจทย์หรือทดแทนได้
2. “การเงินและการลงทุน” (เรื่องเงินๆ ทองๆ เสี่ยงไม่ได้) เรื่องการเงินเป็นหัวข้อที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง การตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียเงินก้อนโต
ดังนั้น คนไทยจึงยังไม่เชื่อใจ AI ในการแนะนำการลงทุนหรือการจัดการการเงินขั้นสูง และมองว่าคำแนะนำจาก “ผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน” ที่เป็นมนุษย์จริงๆ ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นและมีความน่าเชื่อถือสูงสุดสำหรับเรื่องนี้
3. “การดูดวงและเสี่ยงโชค” (คะแนนความน่าเชื่อถือรั้งท้ายสุด!) ถือเป็นอินไซต์ที่น่าสนใจมาก เพราะเรื่องที่คนไทยให้คะแนนความน่าเชื่อถือต่ำที่สุดเมื่อถาม AI คือเรื่อง “การดูดวงและเสี่ยงโชค”
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยเข้าใจข้อจำกัดของ AI เป็นอย่างดีว่า AI คือเครื่องมือทางคณิตศาสตร์และการประมวลผลข้อมูลเชิงตรรกะ ไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะมาคาดการณ์อนาคตที่มีความไม่แน่นอนสูง หรือให้เลขเด็ดที่แม่นยำได้
3 ความกังวลสูงสุดเมื่อคนไทยใช้งาน AI
แม้เราจะสนุกกับการใช้งาน Gen AI เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย แต่ลึกๆ แล้วคนไทยก็ยังมีความตื่นตัวและระมัดระวังในหลายๆ ด้าน โดยความกังวลสูงสุด 3 อันดับแรก คือ
1. ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล เช่น กังวลว่าข้อมูลส่วนตัวที่พิมพ์ลงไปจะถูกนำไปใช้ต่อหรือรั่วไหล
2. ความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อมูล มองว่าหลายครั้งที่ AI อาจจะ “มั่ว” ข้อมูล หรือที่เรียกว่าอาการ Hallucination ทำให้คนใช้งานยังต้องตรวจสอบความถูกต้องซ้ำเสมอ
3. การนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด (Deepfakes) เป็นประเด็นที่คนไทยกังวลมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คือการที่มิจฉาชีพอาจใช้ AI สร้างภาพจำแลง ปลอมแปลงเสียง หรือสร้างข่าวปลอม (Fake News) เพื่อนำมาหลอกลวง ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลในระดับโลก
นอกจากนี้ กลุ่มคนต่างวัยยังมีความกังวลที่ต่างกันออกไป เช่น Gen Z จะกังวลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงาน ในขณะที่ กลุ่ม Baby Boomer (ผู้สูงวัย) จะกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานหรือทดแทนบทบาทของมนุษย์มากเกินไป
พฤติกรรมการใช้ AI ของคนไทยสะท้อนให้เห็นถึง “ความมีวิจารณญาณ” เราพร้อมที่จะโอบรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น (เช่น การจัดทริปเที่ยว หรือช่วยทำงาน)
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ยังมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนว่าเรื่องไหนที่ความรู้สึก ประสบการณ์จริง และวิจารณญาณของมนุษย์ยังคงสำคัญที่สุด สำหรับคนทำคอนเทนต์หรือแบรนด์ต่างๆ
การที่แบรนด์หรือองค์กรเข้าใจอินไซต์ว่าผู้บริโภคเชื่อ AI ในเรื่องใด และต้องการมนุษย์ในเรื่องใด ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและการสื่อสารที่ตรงใจผู้บริโภคในยุคนี้
อ้างอิง The Gemini Report | Southeast Asia 2026 และ SCB EIC
