เมอร์เซเดส-เบนซ์ เร่งปรับโครงสร้างการครอบครองรถยนต์ผ่านนวัตกรรมทางการเงิน Flex Mobility พร้อมเดินหน้าเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและบริการแบบ OTA มุ่งรักษาแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน

ในภาพรวมของตลาดรถยนต์หรูปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจากแนวคิดการเป็นเจ้าของรถไปสู่การเข้าถึงการใช้งานมากขึ้น ขณะที่การแข่งขันยังคงดุเดือดและมีความท้าทายสูง โดยยอดขายรวมของตลาดรถหรูเคยสูงถึง 15,000 ถึง 16,000 คันในปี 2019 แต่ปัจจุบันยอดขายปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 7,000 คัน 

สำหรับตัวเลขของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มียอดขายปลีกลดลงประมาณร้อยละ 6.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งทางแบรนด์ชี้แจงว่าเป็นผลมาจากฐานยอดขายในปี 2025 ที่สูงผิดปกติจากการทำราคาพิเศษระบายรถรุ่น CLS ไปได้กว่า 700 ถึง 800 คัน

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมยอดขายจะมีความท้าทาย แต่กลุ่มรถยนต์ระดับบนสุดหรือ Top-End Vehicle กลับมีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจมาก โดยรุ่น G-Class เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 100 ส่วน Maybach เติบโตขึ้นร้อยละ 83 และกลุ่มรถสมรรถนะสูงอย่าง AMG ก็เติบโตขึ้นร้อยละ 4 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ตลาด ล่าสุดได้ประกาศทิศทางธุรกิจสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2026 โดยยกระดับกลยุทธ์การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หัวใจสำคัญของธุรกิจไม่ใช่แค่การขายรถ แต่คือการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่หรูหราสมบูรณ์แบบ แม้ตลาดในปี 2026 จะมีความท้าทาย แต่บริษัทก็ยังคงพอใจกับผลลัพธ์ในครึ่งปีแรก และปัจจุบันยังคงครองตำแหน่งยอดขายอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียนเหนือมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม

ขอสู้ด้วยนวัตกรรมหั่นความซับซ้อน Menu Pricing

ความท้าทายหนึ่งในตลาดปัจจุบันคือการแข่งขันลดราคาอย่างหนักเพื่อแย่งชิงยอดขาย แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์เลือกที่จะรักษาราคาขายต่อโดยไม่เน้นการทำส่วนลดเงินสดจำนวนมาก บริษัทหันมาใช้กลยุทธ์การจัดชุดแพ็กเกจแบบร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่เรียกว่า Menu Pricing เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจง่ายและตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น

ภายใต้แคมเปญ Flex Mobility ลูกค้าจะได้รับค่างวดรายเดือนที่คงที่ ไม่ว่าจะเลือกผ่อน 36 เดือน 48 เดือน หรือ 60 เดือน บริษัทได้จัดกลุ่มรถ 8 รุ่นออกเป็น 2 กลุ่มราคาหลัก ได้แก่ กลุ่มรถราคา 2 ถึง 3 ล้านบาท อย่างเช่นรุ่น GLA CLA C-Class และ CLE จะถูกกำหนดเงินชำระงวดแรกไว้ที่ 500,000 บาทเท่ากันทุกรุ่น โดยมีค่างวดเริ่มต้นที่ 27,000 บาท ส่วนกลุ่มรถราคา 3 ถึง 4 ล้านบาท อย่างรุ่น E-Class และ GLC Coupe จะถูกกำหนดเงินชำระงวดแรกไว้ที่ 750,000 บาท โดยมีค่างวดเริ่มต้นที่ 36,500 บาท

โมเดลนี้จะครอบคลุมการใช้งาน 3 ระยะคือ Pre-Flex สำหรับช่วงตัดสินใจเลือกแพ็กเกจ ตามด้วย Flex สำหรับช่วงการใช้งานพร้อมรับสิทธิพิเศษ และปิดท้ายด้วย Re-Flex ซึ่งเป็นทางเลือกยืดหยุ่นเมื่อจบสัญญา ทั้งการคืนรถ เก็บรถไว้ใช้ต่อ หรือรีไฟแนนซ์

ยุคของเทคโนโลยีไร้สาย และการรวบตึงเข้าสู่แบรนด์ Star

เพื่อความโปร่งใสและง่ายต่อการจดจำ บริษัทได้ทำการเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์บริการทั้งหมดให้อยู่ภายใต้ตระกูล Star โดยจะประกอบไปด้วย Star Choice สำหรับบริการทางการเงิน Star Protection สำหรับการทำประกันภัย Star Care สำหรับแพ็กเกจการบำรุงรักษา และ Star Guarantee สำหรับการรับประกันคุณภาพรถยนต์

นอกจากนี้ จากข้อมูลที่พบว่าลูกค้ารถใหม่ถึงร้อยละ 70 เลือกซื้อแพ็กเกจบริการเพิ่มเติม บริษัทจึงเตรียมขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุดเป็น 10 ปี ภายในเดือนกันยายนถึงตุลาคม 2026 ส่วนในด้านเทคโนโลยี รถยนต์รุ่นใหม่อย่าง CLA จะมาพร้อมสถาปัตยกรรมดิจิทัล MBOS ที่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอากาศหรือ OTA ซึ่งจะช่วยลดจำนวนกล่องควบคุมและลดความจำเป็นในการนำรถเข้าศูนย์บริการบ่อยครั้ง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ พลิกเกมเช่าซื้อ 

สู้ศึกตลาดรถยนต์หรูยอดขายหดลงเกือบครึ่งต่อปี 

8 อันดับแรก รุ่นรถจดทะเบียนใหม่สูงสุดของแบรนด์ ‘Mercedes-Benz’ (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ตั้งแต่ปี 2021 – มิถุนายน 2026  รวมทั่วประเทศ (คัน)
C 220 d 7,403
GLA 200 5,806
E 300 e 4,418
A 200 3,636
E 220 d 2,925
GLC 220 d 2,914
CLS 220 d 2,575
C 350 e 2,357
กลุ่มรถซีดานพรีเมียมขนาดกะทัดรัด (C-Class) ครองแชมป์ยอดจดทะเบียนสูงสุดในระดับประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือยอดจดทะเบียนของแบรนด์กว่า 83% กระจุกตัวอยู่เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก แตกต่างจากแบรนด์รถยนต์ทั่วไปตลาดยอดนิยมที่จะมีสัดส่วนกระจายตัวในต่างจังหวัดค่อนข้างสูง
Marketeer FYI: Mercedes-Benz มียอดจดทะเบียนสะสมรถยนต์นั่งในไทย ตั้งแต่ปี 2021 – มิถุนายน 2026 รวมทั้งสิ้น 56,596 คัน ซึ่งยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งในกลุ่มตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมของไทย
ที่มา: สถิติรถจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) รย. 1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จากกรมการขนส่งทางบก, กรกฎาคม 2026

หนุนอีวีเต็มสูบ ดึงคนรุ่นใหม่และองค์กรเข้าพอร์ต

ในส่วนของแผนการผลิตภัณฑ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต โดยมีการจัดหาแบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศเพื่อรองรับสายการผลิตที่มั่นคง บริษัทมีแผนรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างหนัก โดยเตรียมเปิดตัว GLC BEV ในวันที่ 23 กันยายน 2026 ตามด้วยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ รวมถึงแผนการเปิดตัว C-Class ไฟฟ้าในปี 2027

ขณะเดียวกัน แบรนด์กำลังดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่อายุน้อยลงผ่านรุ่นใหม่อย่าง CLA รวมถึงขยายสัดส่วนกลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่ปัจจุบันมีจำนวนใกล้เคียงผู้ชายในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง นอกจากนี้ ในฝั่งของธุรกิจลูกค้าองค์กร บริษัทยังเปิดกว้างให้นิติบุคคลเข้าร่วมแคมเปญ Flex ได้ พร้อมมอบสิทธิพิเศษแบบ On-top ให้กับพนักงานของบริษัทคู่ค้า เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานในประเทศไทย

คุณคริสเตียนกล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของบริษัทคือการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Flex หรือ Star Choice มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 25 ถึง 30 ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด เพื่อสร้างโปรแกรมที่โปร่งใส เข้าใจง่าย และมอบประสบการณ์การครอบครองที่ยืดหยุ่นให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง