อนุพงษ์ อัศวโภคิน พาแบรนด์ เอพี ฝ่าวิกฤตด้วยวัฒนธรรมองค์กร (กลยุทธ์ธุรกิจ)

ในวันที่เมืองไทยกำลังเจอวิกกฤต Covid-19 ซัดกระหน่ำอย่างหนัก อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เลือกที่จะเอาช่วงเวลานี้ ไลฟ์สดไปยังพนักงานทั้งหมดทั้งที่สำนักงานใหญ่และที่โครงการกว่า 2 พันคน

เพื่อพูดคุยกับพนักงานใน 3 ประเด็นหลักคือ 1. เรื่องของจุดมุ่งหมายขององค์กร 2. คุณค่าหลักขององค์กรหรือวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นหลักยึดสำคัญที่เขามั่นใจว่าจะทำให้เอพีผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต

3. เรื่องการดูแลพนักงานและสังคมในช่วงวิกฤตโควิด-19 แบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เป็นการพูดที่มาจาก “หัวใจ” ของผู้นำองค์กรนานนับชั่วโมง  โดยไม่ต้องมีสคริปต์ช่วย  สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและความตั้งใจจริงในการทำเรื่องต่างๆ ดังกล่าวอย่างแท้จริง

ทำไม อนุพงษ์ เลือกที่จะพูดถึง 3 เรื่องนี้ในวันที่หลายองค์กรอาจจะให้ความสำคัญในการโฟกัสยอดตัวเลขรายได้และกำไรมากกว่า

ตามไปฟังเขาพร้อมๆ กับพนักงานเอพีกัน

ผมเชื่อว่าเราจะเจอวิกฤตอย่างนี้ต่อไปอีก 6 เดือน อย่างยาวผมไม่รู้ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่วิกฤตที่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศเรา แต่เป็นกันทั่วโลก องค์กรที่ไม่มีจุดมุ่งหมายขององค์กรเป็นตัวยึด ไม่มีคุณค่าองค์กรเป็นแกนปฏิบัติ จะอยู่ไม่ได้เพราะทำงานกันแล้วจะเครียดมาก แต่สำหรับผมแล้ววันนี้เอพีเรากำลังอยู่ในจุดที่ดีที่สุด” อนุพงษ์ อัศวโภคิน อธิบาย

ย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว อนุพงษ์ได้ให้มหาวิทยาลัย Stanford มาช่วยค้นหาจุดมุ่งหมายองค์กร และคุณค่าของเอพีคืออะไร และบริษัทควรส่งมอบอะไรให้กับสังคม และในที่สุด Stanford ก็ได้สรุปวิธีคิดของผู้นำองค์กรและจากทุกอย่างที่บริษัททำว่าเป็นเรื่องของ Quality of life ที่ต้องการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกค้า และจาก Provider of Quality of Life  ที่ฟังดูธรรมดา และเรียบง่ายเกินไป ถูกต่อยอดมาเป็น  EMPOWER LIVING มอตโต้ใหม่ที่แฝงไว้ด้วยพลัง ซึ่งจะถูกใช้เป็นเข็มทิศสำคัญในการนำทางให้คนในองค์กรกว่า 2 พันคนทั้ง 6 บริษัทในเครือให้เดินฝ่าวิกฤตครั้งใหม่นี้ไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

อนุพงษ์อธิบายว่า เวลาที่คุณบอกว่าอยากสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้ลูกค้า คุณมองจากตัวคุณเองว่านี่คือคุณภาพชีวิตที่ดีแต่ลืมคิดไปว่าใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือเปล่า แต่ถ้าคุณใช้คำว่า EMPOWER LIVING  ที่หมายถึงลูกค้ามีอำนาจในการเลือกวิธีอยู่อาศัยของเขาเอง เลือกว่าเขาจะมีชีวิตอย่างที่พอใจอย่างไร ซึ่งหมายถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นกัน

เบื้องหลังของ EMPOWER LIVING คือ เอพี ต้องเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

เอพี เป็นบริษัทที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2534 และต้องเจอกับวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 เป็นช่วงเวลาที่หนักที่สุดในชีวิตการทำงานของอนุพงษ์

“ในยุคนั้นเอพีกู้เงินมาทำธุรกิจ ดอกเบี้ย 27 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตอนนั้นบริษัทยังเล็กมาก มีโครงการประมาณ 5-6 โครงการ น้องๆ เชื่อไหมครับว่าผมกับคุณพิเชษฐนั่งมองหน้ากัน จะเอาอย่างไรดี เราจะมีเงินมาจ่ายพนักงานได้อีกไม่น่าเกิน 3 เดือนเท่านั้น”

แต่ในที่สุดท่ามกลางซากปรักหักพังทางเศรษฐกิจ เอพีก็สามารถผ่านพ้นมาได้ และยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งจนถึงปัจจุบัน

สำหรับวิกฤตโควิด-19 ถึงแม้จะเลวร้ายกว่าเมื่อครั้งต้มยำกุ้ง เพราะตอนนั้นประเทศไทยได้รับผลกระทบหนัก ในขณะที่ทั้งโลกไม่ได้แย่ อเมริกา ยุโรป ไม่มีปัญหา

แต่วันนี้เมืองไทยมีความแข็งแกร่งทั้งในเรื่องของเงินทุนสำรองในประเทศที่เป็นอันดับสองในอาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์ นี่คือสาเหตุที่รัฐบาลสามารถมีนโยบายในการใส่เงินกลับเข้ามาในระบบหลายล้านบาท

และเป็นวันที่แบรนด์ของเอพีแข็งแรงมาก เป็นบริษัทอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมอสังหาฯ ที่มีไซต์จำนวน 100 กว่าไซต์ และไม่ได้เป็นบริษัทเล็กๆ เหมือนช่วงเวลานั้น

นอกจากนั้น ยังมีสภาพคล่องที่แข็งแรง เป็นบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับจาก Tris Rating ให้อยู่ในอันดับ A-  สัดส่วนหนี้สินต่อทุนของเอพีอยู่ในระดับที่ต่ำมาก คือ 1:1 และที่สำคัญเชื่อว่า ความต้องการบ้านยังมีโครงการที่เอพีกำลังขายอยู่ในกลุ่มราคาที่ไม่สูงมาก มีบ้านและคอนโดมิเนียมที่พร้อมโอน และที่สำคัญโครงการแนวราบทั้งหมดของเอพี ไม่มีการกู้แบงก์ ดังนั้น เมื่อโอนกรรมสิทธิ์จะมีเงินสดกลับเข้าบริษัท 100%

“ผมถึงมั่นใจว่าวิกฤตครั้งนี้เราจะผ่านไปได้  และหลังวิกฤตนี้จะทำให้เราโตขึ้นอีก โดยมี EMPOWER LIVING เป็นเข็มทิศให้เราเดินไปสู่จุดนั้นในทุกเรื่องที่ทำ เราต้องจับหลักยึดให้ได้ เราต้องยึดมั่นหลักขององค์กร EMPOWER LIVING และ Core Value ทั้ง 5 ข้อ ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานแนวคิด Outward Mindset และ Design Thinking เข้าไว้ด้วยกันฝึกสร้างให้เป็นนิสัย ทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ แล้วเราจะรอดไปด้วยกัน”

จาก 2 แนวคิดหลัก Outward Mindset และ Design Thinking  อนุพงษ์ได้ถ่ายทอดออกมาเป็น 5 คุณค่าขององค์กรที่เข้าใจง่ายๆ เพื่อให้พนักงานปรับใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนเอพีไปสู่เป้าหมายสูงสุดด้วยกัน คือ

1. Put People first คือการมองคนให้เป็นคน เข้าใจความต้องการ รับฟังเพื่อนร่วมงานและผู้คนเป็นสำคัญ

2. Build Together ทำงานเป็นทีม รับผิดชอบร่วมกัน เพื่อต่อยอดความสุขให้กับผู้คน

3. Progress With Purpose เข้าใจบทบาทของตัวเอง และร่วมกันพัฒนาสานต่อเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเดียวกัน

4. Go Beyond มุ่งมั่นและไปให้ไกลกว่าความคาดหมาย เป็นเรื่องของ Design Thinking ที่ดีไซน์มาเพื่อค้นหาความต้องการที่ยังไม่ถูกตอบสนองของลูกค้า และเป็นความต้องการที่ถูกซ่อนอยู่ลึกๆ หลายครั้งที่ลูกค้าไม่รู้ แต่เราค้นหามันเจอ และตอบสนองลูกค้าได้เกินกว่าที่พวกเขาคาดคิด

5. Be Innovative เปิดมุมมองไม่หยุดที่จะเรียนรู้ และลงมือทำพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นเสมอ ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข อย่างไม่หยุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

“วิกฤตแบบนี้ยิ่งกระตุ้นให้เราทะเลาะกัน นั่งโทษกันไปมา จะดีกว่าไหมถ้าเรานำแนวคิด Outward Mindset มาใช้มองในมิติเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเอาเป้าหมายองค์กรเป็นแกนยึด วันนี้ Covid-19 กำลัง Disruption โลกนี้ วิธีการทำงาน การซื้อ การขาย การอยู่อาศัย ทุกสิ่งเปลี่ยนใหม่หมด การที่เราไม่ Go Beyond เราจะไม่สามารถหา New Normal ที่จะเป็นความได้เปรียบทางธุรกิจได้เลย”

สุดท้าย อนุพงษ์พูดถึงเรื่องการดูแลพนักงานของเอพีในช่วงวิกฤตโควิด-19 นอกเหนือจากนโยบายไม่เอาคนออก หรือลดเงินเดือนแล้วนั้น บริษัทฯ ได้ทำประกันสุขภาพของพนักงานทุกคนครอบคลุมกรณีการติด COVID- 19 และจะดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่อยู่นอกเหนือจากวงเงินประกันกลุ่มของบริษัท กรณีหากพนักงานติดเชื้อ ตลอดจนความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้พนักงานและลูกค้าอุ่นใจ ทั้งการแจกหน้ากากให้กับพนักงานทุกคน และแจกให้กับลูกค้าทุกคนที่เดินทางเข้ามายังโครงการ การซื้อเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อประจำโครงการ และการแจกเจลแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ในส่วนของการรับผิดชอบสังคมข้างนอก ได้มีแคมเปญรณรงค์เพื่อสังคม #SAVEหมอSAVEประเทศไทย นำร่องสมทบทุนบริจาคเงิน 3 ล้านบาท ส่งมอบหน้ากากอนามัย 3M รุ่น N95 จำนวน 1,120 ชิ้นให้กับทีมแพทย์ในโรงพยาบาลแถวหน้า พร้อมส่งมอบ EMPOWER HEALTH BOX ให้แก่ลูกค้า บุคคลทั่วไป และหน่วยงานราชการเพื่อเป็นอุปกรณ์ในการดูแลตนเอง พร้อมกระตุ้นพลังโซเชียลร่วมบริจาคเพื่อการแพทย์กับ 19 หน่วยงานภาครัฐด้วย

อนุพงษ์ได้ย้ำและทิ้งท้ายว่า

“วันนี้เอพีเรายังคงแข็งแรง แต่แข็งแรงไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำอะไร พายุลูกใหม่กำลังจะเข้ามา พนักงานทุกคนในองค์กรยังคงต้องช่วยกันทำให้องค์กรแข็งแรงไปต่อ ผมไม่ได้หมายความว่าวันนี้ เราจะไม่เจ็บ เราจะไม่เหนื่อย แต่ผมมั่นใจว่าหลังจากวิกฤตนี้จบลง เอพีเราจะเป็นบริษัทที่ดีมากและใหญ่มากขึ้น ขึ้นอยู่กับพวกน้องๆ นะครับว่าจะร่วมสู้กันหรือเปล่าด้วย สู้ด้วยการยึดมั่นหลักขององค์กร EMPOWER LIVING และ Core Value ทั้ง 5 ข้อ ฝึกสร้างให้เป็นนิสัย ทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้”

ถ้าทำได้ ไม่ว่าในอนาคตจะมีพายุลูกใหม่ ใหญ่ขนาดไหนเข้ามากระหน่ำซัด เอพีก็จะผ่านไปได้ และเติบโตอย่างแข็งแรงสวยงาม เป็นที่ 1 ในใจลูกค้าอย่างแน่นอน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer