Bar B Q Plaza 

บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ Chief Possible Officer เล่าใน Facebook เอาไว้ว่า 

“ค่าใช้จ่ายหนักๆ คือ Food restaurant บรรทัดหนักๆ มีไม่กี่บรรทัด 

แต่ที่โหดมากในการที่จะผ่านมรสุม covid-19 และนโยบายกลับมาเปิดห้าง เปิดร้านใหม่คือ “ค่าเช่า”

ธุรกิจ Food restaurant แบกชีวิตพนักงานหลายร้อย หลายพันคน ไม่ได้ขอให้รัฐมาช่วยจ่ายค่าเช่า

แต่ landlord รายใหญ่ของประเทศ หลายครอบครัว หลายตระกูลใหญ่ที่ตอบจดหมายถึงรัฐ ไม่เห็นมีใครพูดถึงส่วนนี้เลย 

ทุกวันนี้ต้องคอยตามข่าว ตามศูนย์ทุกวันว่า เดือนพฤษภาคมหรือเดือนต่อๆ ไปจะช่วยยังไง

เปิดห้างใหม่คนเข้าน้อยลง คนมากินน้อยลงรับลูกค้าได้ไม่ถึง 50%

ถ้าถูกเก็บค่าเช่า 100% เพราะศูนย์บอกเปิดเมืองแล้วคนมาปกติ

ถ้าจ่ายพนักงาน 100% เพราะรัฐไม่ช่วยเรื่องเงินประกันสังคม 

ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการรันร้านเพิ่มขึ้น สารพันกฎเกณฑ์

บวกลบกันเองแบบเด็กประถม 

รับต่ำกว่า 50 บาท จ่าย 100 บาท 

แค่นี้พอจะเห็นภาพ

ทุกวันนี้มีถังออกซิเจนเหลือน้อยทุกวัน

ถ้าไม่ใช่วิชาดำน้ำอึด กลั้นหายใจ หายใจทางปาก

ไม่รู้จะหมดลมหายใจเมื่อไร

ท้ายสุดถ้าร้านอาหารต่างๆ ไม่ไหว เพราะเจอค่าเช่า 100% 

ลองจินตนาการชั้นอาหารที่เคยมีหลากหลายมากมาย 

จะเป็นยังไง สักกี่ร้านที่จะทนพิษบาดแผลนี้ได้

พูดแบบนี้ไม่ได้ยอมแพ้หรอกนะ

แค่พูดในฐานะตัวแทนของคนในธุรกิจอาหาร

งานนี้หลังจบสงครามไม่รู้จะเหลือเพื่อนกี่คน

ยิ่งกว่าวิชาตัวเบา

งานนี้ อาจต้องใช้วิชาล่องหน…ก็เป็นได้”

Penguin Eat Shabu

ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของร้าน Penguin Eat Shabu เล่าใน Facebook ไว้ว่า

“พร้อมรับทุกสถานการณ์

รู้ว่ายังไงเปิดไปก็ไม่มีทางคุ้มกับค่าใช้จ่าย

แต่ถ้ารัฐให้เปิดเราก็ต้องเปิด เพื่อให้พนักงานได้กลับมาทำงานและให้ลูกค้าที่อัดอั้นกับการสั่งเดลิเวอรี่ได้มารีแลกซ์กับการรับประทานที่ร้าน

แต่ยังไงสิ่งที่ทุกร้านจะต้องใส่ใจมากๆ คือเรื่องของความสะอาด ไม่งั้นถ้าเกิดกลับมาติดอีกรอบนี่ รับรองได้ปิดร้านถาวรกันแน่ๆ”

เฝอหม้อไฟ สุกี้สไตล์เวียดนาม (วงเวียนใหญ่)

เจ้าของร้านเฝอหม้อไฟ เล่าให้ Marketeer ฟังว่า

“ผู้ประกอบการที่ร้านเล็กๆ ทุนไม่หนา สายป่านไม่ยาวให้เปิดมาอย่างนี้ก็มีแต่ตายอย่างเดียว เปิดมามันก็ไม่คุ้มหรอกครับ

พวกเพื่อนๆ ผมที่ทำชาบูปิ้งย่างหลายๆ ร้านก็เลือกที่จะปิดเหมือนเดิม รอดูท่าทีไปก่อน เพราะตอนที่ปิดพวกเขาปรับตัวโดยใช้วิธีจ่ายค่าแรงครึ่งหนึ่ง จ่ายค่าเช่าครึ่งหนึ่ง

แต่ถ้าเปิดมาปุ๊บ โดนเต็มๆ ยังไงมันก็ไม่คุ้ม ปิดเหมือนเดิมดีกว่าครับ

ส่วนของผมเองก็ยังคงเปิดอยู่ โดยการจัดร้านใหม่ตามมาตรการของรัฐ โต๊ะในร้านผมเหลือแค่ 20% จากจำนวนปกติครับ”

สุกี้ตี๋น้อย

ในมุมของเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย เธอมองว่าแม้มาตรการที่ให้นั่ง 1 คนต่อ 1 เตา จะทำให้ยอดขายต่อรอบหายไปเกินครึ่ง คือจากรอบหนึ่งที่จุได้ 200 ที่นั่ง ก็เหลืออยู่แค่ 47 ที่นั่ง จากโต๊ะหนึ่งเคยเก็บได้ 4 หัว ก็เหลือแค่โต๊ะละหัวเท่านั้น

หรือกับประเด็นที่ว่าแม้จะนั่งแยกกัน 1 คนต่อ 1 เตา แต่เวลาไปกลับก็นั่งรถคันเดียวกัน เธอก็เข้าใจ เพราะอาจมีลูกค้าบางคนลักไก่อ้างว่าเป็นครอบครัวเดียวกันก็ได้

และถ้าหากมันกลับมาระบาดอีกรอบ ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเธอมากกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน”

ขอบคุณภาพจาก: Bar B Q Plaza, Tor Vongchinsri



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer