การเหยียดผิว เรื่องไม่เล็กที่แบรนด์ใหญ่ต่างให้ความสำคัญ (วิเคราะห์)

หลังกระแสจุดติดก็หยุดยาก ยิ่งถ้าเป็นประเด็นอ่อนไหวแถมฝังรากลึกอย่างการเหยียดสีผิวในสหรัฐฯ คงใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะซาลงไป และไม่ว่าใครต่างถูกถามถึงจุดยืน โดยการประท้วงต่อต้านเรื่องนี้ครั้งล่าสุดในสหรัฐฯ ที่เกิดจากการเสียชีวิตของ George Floyd ชัดเจนแล้วว่าแบรนด์ใหญ่ ๆ ขอร่วมด้วย

George Floyd 4 อเมริกัน

ตอนนี้การเป็นแนวร่วมของแบรนด์ใหญ่เพื่อต่อต้านการเหยียดผิว ปฏิเสธการเลือกปฏิบัติหรือยุติความไม่เป็นธรรม ขยับขยายจากแคมเปญ Don’t Do It ที่เรียกเสียงฮาของ Nike เป็นการพากันเทใจทำเรื่องที่จับต้องได้มากขึ้น อย่างการเพิ่มตำแหน่งให้คนผิวสี ทุ่มงบก้อนใหญ่ให้เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียม

และตัดความร่วมมือทางเทคโนโลยีกับตำรวจสหรัฐฯ จำเลยใหญ่ในการประท้วงครั้งนี้ ที่ปล่อยให้ตำรวจนายหนึ่งทำเกินกว่าเหตุจน George Floyd ถึงแก่ความตาย

 

ขยับเพิ่มครั้งนี้มีทั้งเปิดกว้างเรื่องงานและปิดทางเพื่อกดดัน

George Floyd 3

ตั้งแต่ที่ Nike เป็นแนวหน้าต้านเรื่องเหยียดสีผิวผ่านแคมเปญ Don’t Do It หลังการตายของ George Floyd แบรนด์ใหญ่ ๆ ก็เหมือนถูกปลุกให้ตื่น เพราะต่างพากันหันมาใส่ใจร่วมต่อต้านการเหยียดผิวกันมากขึ้น โดยล่าสุดหลายแบรนด์ต่อยอดสู่โครงการต่าง ๆ เพื่อย้ำว่าจริงจังกับเรื่องนี้แล้ว

Adidas

Adidas ประกาศเพิ่มการจ้างงานคนผิวสีรวมถึงผู้ที่มีเชื้อสายลาตินอเมริกาสำหรับงานในแถบอเมริกาเหนืออีก 30% บริจาคเงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 640 ล้านบาท) ช่วยเหลือกลุ่มคนผิวสีในสหรัฐฯ ในอีก 4 ปีจากนี้ และมอบทุนการศึกษาอีก 50 ทุนให้กับพนักงานผิวสี

ด้านแบรนด์คู่แข่งอย่าง Nike ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ด้วยการบริจาคเงิน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,280 ล้านบาท) ในอีก 4 ปีจากนี้ เพื่อสนับสนุนองค์กรของคนผิวสี โดยถ้ารวมกับโครงการก่อนหน้านี้เข้าไปด้วย เงินที่ Nike มอบให้กิจกรรมช่วยเหลือคนผิวสีจะสูงถึง 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,480 ล้านบาท)

Tim Cook อเมริกัน Tim Cook

ขยับมาฝั่งแบรนด์เทคโนโลยี Apple เตรียมทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,200 ล้านบาท) ช่วยเหลือโครงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและส่งเสริมความเท่าเทียม โดย Tim Cook-CEO ของ Apple ระบุว่า ตนตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้เพราะเติบโตมาใน Alabama รัฐที่มีปัญหาเรื่องเหยียดผิว

IBM

ส่วน Amazon, IBM และ Microsoft เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยการไม่ขายอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีจดจำใบหน้าให้ตำรวจในสหรัฐฯ เพราะเห็นว่าถูกนำไปใช้แบบเลือกปฏิบัติกับคนผิวสี อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการกดดันจากกลุ่มเรียกร้องสิทธิของผิวสีอีกต่อหนึ่ง

จำใบหน้า อเมริกัน

พร้อมเสียงวิจารณ์ว่าบริษัทเทคโนโลยีทั้งสามเองก็มีส่วนรับผิดชอบเพราะ AI ของเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามักมีข้อบกพร่อง โดยเฉพาะวิเคราะห์ผิดว่ารูปหน้าผู้บริสุทธิ์ผิวสีเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ

 

บทเรียนจากแบรนด์ที่ไม่ระวังและทางยาวไกลแห่งความเท่าเทียม

George Floyd 5 อเมริกัน

กระแสต่อต้าน การเหยียดผิว ในสหรัฐฯ ครั้งนี้ ไม่ได้แค่จุดติดเท่านั้นยังเป็นประเด็นร้อนที่ควรแตะอย่างระมัดระวัง เพราะคนที่พลาด ไม่ว่าตำแหน่งแค่ไหนก็ต้องไป เหมือนกับ Greg Glassman-CEO ของ CrossFit บริษัทดังในธุรกิจด้านการออกกำลังกายในสหรัฐฯ ที่แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยการกับกระแสต่อต้านการเหยียดผิว

Greg Crossfit อเมริกัน Greg Glassman

ทั้งผ่านการพูดคุยกับพนักงานและบน Social media จนแบรนด์กีฬาใหญ่อย่าง Reebok ประกาศตัดความสัมพันธ์ และ Greg Glassman ต้องขอลาออก

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับความจริงว่าคนผิวสีในสหรัฐฯ ยังมีโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานน้อยกว่าคนผิวขาวและมีคนผิวสีเพียงหยิบมือที่ได้ขึ้นเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ ๆ ยืนยันได้จากในกลุ่มบริษัทใหญ่ 500 บริษัทของนิตยสาร Fortune มีเพียง 4 บริษัทเท่านั้นที่มีคนผิวสีนั่งเก้าอี้ CEO

Jide Zeitlin อเมริกันJide Zeitlin

CEO ผิวสีทั้ง 4 คนนี้คือ Jide Zeitlin-CEO ของ Tapestry เครือแบรนด์หรูเจ้าของ Coach และ Kate Spade, Roger Ferguson-CEO ของ TIAA กองทุนด้านการศึกษาและบำนาญ, Ken Frazier-CEO ของ Merck บริษัทเวชภัณฑ์

ellison Lowe อเมริกันMarvin Ellison

และ Marvin Ellison-CEO ของ Lowe’s แบรนด์ค้าปลีกของแต่งบ้าน โดยทุกคนต่างเห็นด้วยเรื่องความลำบากของคนผิวสีด้านหน้าที่การงานเพราะพวกตนมีประสบการณ์ตรง และยอมรับว่าสะเทือนใจกับการตายของ George Floyd มาก/cnn, bbc, theguardian, cnbc, wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer