ปีที่ผ่านมาคนไทยมีส่วนร่วมกับสื่อดิจิทัลมากขึ้น

โดยเฉพาะพฤติกรรมาการบริโภควิดีโอดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2563 (อ้างอิงจาก นีลเส็น,2564)

ไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 75%

ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 70%

ไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 48%

รวมทั้งใช้เวลากับสื่อดิจิทัลผ่านทางสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 6.08 ชั่วโมงต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 59%

มากไปกว่านั้น ข้อมูลจาก MediaBrix ในปี 2563 ยังพบว่า

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่มีการรับชมคอนเทนท์ประเภทวิดีโอ โดย 55% มีการรับชมทุกวัน 90% ชื่นชอบวิดีโอสั้นแนวตั้ง และ 72% เรียนรู้ผลิตภัณฑ์และรู้จักบริการต่างๆ ผ่านคอนเทนท์ประเภทวิดีโอ

รวมไปถึงข้อมูลจาก SteamElement ในปี 2563 ระบุว่า Live-streaming กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น

พบว่า มีการเพิ่มขึ้นของคอนเทนท์จากการ Live-steaming ถึง 99% เทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 และปี 2563

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า คอนเทนท์วิดีโอได้เข้ามาช่วงชิงเวลาของกลุ่มผู้ชมในโลกออนไลน์ และยังเป็นเทรนด์ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

 

ทั้ง TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่ปีที่ผ่านมาเติบโตมากๆ เพราะความบันเทิง บนความเหงาจากโควิด-19

Youtube แพลตฟอร์มวิดีโอที่ปล่อยให้คลิป Tiktok ยึดพื้นที่โลกออนไลน์โดยเฉพาะช่วงที่ผู้คน #StayHome ยอดคนใช้ยิ่งเพิ่มแบบทวีคูณขึ้นไปอีก

ก็เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘YouTube Shorts’ ฟีเจอร์วิดีโอสั้น ความสามารถของนั้นจะละม้ายคล้าย TikTok โดยจะเป็นฟีเจอร์สำหรับให้ผู้ใช้สร้างคอนเทนต์วิดีโอสั้นๆ ซึ่งจะปรากฏอยู่บนหน้า Feed ของ YouTube

ส่วนเฟซบุ๊กในวันนี้ก็ส่งฟีเจอร์ใหม่ใน Instagram ที่ชื่อว่า Instagram Reels เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ เป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้ถ่ายวิดีโอ และตัดต่อด้วยเอฟเฟกต์ ใส่เสียงเพลง และรับชมวิดีโอแบบ short form ความยาวประมาณ 15-30 วินาที ที่เรียกได้ว่าท้าชนเต็มๆ กับ TikTok

แล้วทิศทางของ TikTok ในปีนี้เป็นอย่างไร จะไปในทิศทางไหน ท่ามกลางคู่แข่งที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ

สุรยศ เอี่ยมละออ Head of Consumer Marketing เปิดเผยว่า ในปี 2564 ถือเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้และครีเอเตอร์บน TikTok ซึ่งเป็นส่วนสำคัญใน Ecosystem มีการเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นในทุกมิติ โดยมีการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 18 – 34 ปี ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของจำนวนผู้ใช้ทั้งหมดในประเทศไทย

รวมทั้งความหลากหลายของคอนเทนท์บน TikTok ส่งผลให้มีการแจ้งเกิดให้กับครีเอเตอร์ดาวรุ่งหน้าใหม่มากมาย พร้อมนำไปสู่การสร้างอาชีพจากการเป็นครีเอเตอร์ของ TikTok

สำหรับก้าวต่อไปในปีนี้ของ TikTok ในไทยนั้น สุรยศ บอกว่า จะเดินกลยุทธ์ผ่าน 3 กลยุทธ์หลักด้วยกันคือ

การสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้: จากที่เดิมในปีที่ผ่านมาฟีเจอร์วิดีโอยาว 3 นาที ของ TikTok จะสามารถใช้ได้ในยูเซอร์ผู้ใช้งานที่มีผู้ติดตาม 5,000 คนขึ้นไป

ปีนี้ TikTok ปรับให้ยูสเซอร์ทุกสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ความยาววิดีโอเป็น 3 นาทีได้หมดแล้ว

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือฟีเจอร์ Live  ที่ปีตี้ต่อยอดด้วยการเพิ่ม ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Multi-Guest เพื่อให้ผู้ใช้สามารถชวนเพื่อนมาร่วมไลฟ์พร้อมกันได้สูงสุด 3 คน และ Live Countdown Sticker ที่จะแสดงเวลานับถอยหลังก่อนเริ่มไลฟ์

ที่คาดว่าปีนี้ TikTok Live จะบูมมากๆ แม้การมีฟีเจอร์ Live ที่เป็นวิดีโอยาว จะดูขัดกับตัวตนของ Tiktok  ที่เป็นวิดีโอสั้นมาตั้งแต่ต้น แต่สุรยศยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ตัวตนของ Tiktok ยังคงเป็นวิดีโอสั้น แต่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามานั้นเป็นการเพิ่มความหลากหลาย พิ่มประสบการณ์ระหว่างครีเอเตอร์และผู้ติดตามมากกว่า

การยกระดับคอนเทนท์บนแพลตฟอร์ม: สร้างความหลากหลายของคอนเทนต์วิดีโอจากผู้ผลิตคอนเทนท์มืออาชีพ อาทิ สำนักข่าว, ค่ายเพลง, ค่ายละคร, ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ เป็นต้น รวมถึงการสร้างสรรค์คอนเทนท์แนวใหม่

เม.ย. นี้เราจะได้เห็น ซีรี่ส์แนวตั้งแบบสั้นครั้งแรกในเมืองไทยบน TikTok โดยร่วมมือกับ Star Hunter ในการเปิดตัวซีรี่ส์เรื่อง “Bad Roommate” นำแสดงโดยศิลปินดาราชื่อดังและครีเอเตอร์ดังบน TikTok โดยความยาวของซีรี่ส์แต่ละตอนจะอยู่ที่ 1 – 3 นาที

รวมถึงการสร้างสรรค์ Exclusive Live-streaming เช่นเดียวกับที่เคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้ว อาทิ กิจกรรม TikTok LIVE Concert กับศิลปินระดับโลก จัสติน บีเบอร์ กิจกรรมแฟนมีตติ้งออนไลน์กับศิลปินดัง BLACKPINK และ คิมซอนโฮ รวมถึงการจัดกิจกรรม LIVE Fashion Show

การพัฒนาความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับพันธมิตร: ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำต่างๆ เช่น ล่าสุด TikTok ร่วมมือกับ Pomelo แบรนด์แฟชั่นชื่อดังเปิดตัวคอลเลกชั่นสตรีทแวร์สุดพิเศษ โดยนำเอาโลโก้ TikTok มาสร้างสรรค์เป็นลายปริ้นท์ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้คือทิศทางของ TikTok ในปีนี้

ขณะที่ยักษ์โซเชียลมีเดียเจ้าอื่นๆ แข่งกันทำฟีเจอร์วิดีโอสั้นมาแข่งกับ TikTok

ส่วน TikTok ที่เป็นวิดีโอสั้นมาตั้งแต่ต้น ก็ท้าชนด้วยการเพิ่มฟีเจอร์วิดีโอยาวอย่าง live streaming เพิ่มเติมเช่นกัน

ปีนี้คงเห็นการท้าชนที่แข่งกันดึง “ผู้ใช้งาน” กันสนุกแน่ๆ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer