เมื่อไม่กี่วันมานี้ จู่ ๆ Jack Dorsey ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ได้แคปภาพที่เป็น โพสต์แรกของเขาบน Twitter ในวันที่ 22 มีนาคม ปี 2006  มาขาย 

ที่ในเวลาต่อมาได้มี CEO ของบริษัทในมาเลเซียอย่าง Bridge Oracle มาซื้อไปในราคา 1,630.58 อีเธอร์ คิดเป็นเงินดอลลาร์ก็ราว 2.9 ล้านดอร์ลาร์สหรัฐ 

และถ้าหากคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 90 กว่าล้านบาท ! 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าภาพที่ใคร ๆ ก็หาแคปได้ทำไมมันถึงมีราคาที่แพงเช่นนี้?

เหตุผลข้อแรก มันคือภาพที่ Jack Dorsey เป็นคนโพสต์เอง เป็นโพสต์แรกของเขาบน Twitter เป็นโพสต์ในวันที่ยังไม่ใครคาดคิดว่า Twitter จะโด่งดังและประสบความสำเร็จเหมือนอย่างทุกวันนี้ 

แต่เพียงแค่เหตุผลแรกคงยังไม่เพียงพอ….เพราะสิ่งสำคัญที่ทำให้ภาพที่ดูแสนจะธรรมดา กลายเป็นของมีมูลค่าขึ้นมา นั่นก็เพราะว่า Jack Dorsey เอาภาพดังกล่าวเข้าไปอยู่ในระบบ Blockchain จนมันกลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็น NTF 

แล้ว NTF คืออะไร?

NFT ย่อมาจากคำว่า Non Fungible Token แปลเป็นไทยก็คือ ‘สิ่งที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนและทดแทนได้ เป็นสิ่งที่มีแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น’

และเมื่อมี Non Fungible Token ก็ต้องมีคำตรงกันข้ามอย่าง Fungible Token ด้วยเช่นกัน 

โดย Fungible Token ก็คือสิ่งที่สามารถแลกเปลี่ยนและทดแทนกันได้

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจและงง ๆ อยู่ว่ามันคืออะไร?

ถ้าอย่างนั้นคงต้องยกตัวอย่าง ‘ในโลกของความเป็นจริง’ มาอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น 

Fungible Token ก็อย่างเช่น สมมุติว่าวันนี้ทองคำแท่งมีราคาบาทละ 30,000 บาท เราเอาเงินสด 30,000 บาท ไปซื้อทอง 

ณ วันนั้นที่เราซื้อ เราก็ยังมีเงินมูลค่า 30,000 บาทอยู่ในมือ เพียงแต่มันถูกเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบของทองก็เท่านั้น 

แล้วทองก็ไม่ได้มีแค่แท่งเดียว คนอื่น ๆ ก็สามารถนำเงินสด 30,000 บาทมาซื้อทองแท่งเหมือนกับเราได้เช่นกัน

ส่วน Non Fungible Token ก็คือสิ่งที่มีอยู่แค่ อย่างเดียว ชิ้นเดียว เท่านั้น เช่น ภาพวาดโมนาลิซ่าของแท้ ก็มีอยู่แค่ภาพเดียวในโลก อะไรแบบนี้เป็นต้น 

(ภาพศิลปะดิจิทัลที่มีชื่อว่า Everydays the First 5,000 Days ซึ่งภาพนี้มีมูลค่า 2 พันกว่าล้านบาท)

โดยหากเป็นในโลกดิจิทัล Fungible Token ก็หมายถึงพวกเหรียญ Cryptocurrency ต่าง ๆ เช่น Bitcoin แม้ทั่วโลกจะมี Bitcoin อยู่แค่ 21 ล้านเหรียญ แต่มันก็คือจำนวนที่มากกว่า 1 

ส่วน Non Fungible Token ในโลกดิจิทัลที่ได้รับความนิยมในเวลานี้ ก็เป็นพวกงานศิลปะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน ภาพถ่าย ที่ศิลปินทำออกมาเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น

เช่นเดียวกับภาพที่เป็นโพสต์แรกบน Twitter ของ Jack Dorsey ก็เป็น Non Fungible Token ด้วยเช่นกัน เพราะ Jack Dorsey เป็นคนโพสต์เอง แคปเอง มีเพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น ความมี story นี้ก็เลยทำให้ภาพที่ดูภายนอกแสนจะธรรมดากลับกลายมาเป็น NFT ที่มีมูลค่าสูงกว่า 90 ล้านบาท 

สรุปคือ

Bitcoin = Cryptocurrency หรือเงินสกุลดิจิทัล ถูกจัดอยู่ในประเภท  Fungible Token 

งานศิลปะต่าง ๆ = Crypto Art หรืองานศิลปะที่อยู่ในระบบดิจิทัล ถูกจัดอยู่ในประเภท Non Fungible Token

และทั้งหมดทำงานอยู่บนระบบ Blockchain ที่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไป ตรวจสอบความถูกต้องได้

และการที่ Jack Dorsey นำภาพที่โพสต์บน Twitter ของเขาเข้าไปอยู่ในระบบของ Blockchain ก็จะทำให้ภาพนี้ต้องมีการเข้ารหัส ที่ทำให้สามารถพิสูจน์ได้ว่าภาพไหนคือภาพที่ Jack Dorsey เป็นคนแคปมาเอง หรือภาพไหนเป็นภาพที่ Copy + Paste มา 

โดยในตอนนี้ Non Fungible Token นั้นเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในวงการศิลปะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ช่วยเข้ามาแก้ไข Pain Point ในเรื่องการลอกเลียนแบบลิขสิทธิ์งานได้ 

เพราะแม้จะมีคนกด Copy + Paste ไปมากเท่าไร สุดท้ายแล้วภาพที่เป็น Original ก็ต้องมีการเข้ารหัสผ่านระบบ Blockchain อยู่ดี

และหากลองคิดดูเล่น ๆ ถ้า NTF เกิดขึ้นในยุคของศิลปินชื่อดังอย่างแวนโก๊ะ ดาวินชี่ หรือปิกัสโซ่ เราก็คงไม่ต้องเจอปัญหาว่าภาพไหนเป็นของจริง หรือภาพไหนเป็นของปลอม 

I-



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน