ตลาดนาโนไฟแนนซ์ หรือสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพที่ปล่อยกู้ให้กับบุคคลทั่วไปโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีมูลค่ามากถึง 2 แสนล้านบาท

แต่มูลค่านี้ถิรนันท์ อรุณวัฒนกูล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท มันนิกซ์ จำกัด บริษัทสตาร์ทอัปร่วมทุนในเครือธนาคารไทยพาณิชย์บอกว่าเป็นมูลค่าที่รวมนาโนไฟแนนซ์ที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายในรูปแบบกู้นอกระบบ

ส่วนตลาดนาโนไฟแนนซ์ที่ถูกกฎหมายมีเพียง 7 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

ซึ่งเมื่อเทียบกับตลาดนาโนไฟแนนซ์ทั้งหมดถือว่ายังมีช่องว่างในตลาดอีกมาก

โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ความต้องการนาโนไฟแนนซ์ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น จากการขาดสภาพคล่องทางการเงิน

สามารถดูได้จากหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น จาก 81.2% ในช่วงก่อนโควิดเป็น 90.5% ในไตรมาสแรกของปีนี้

ถิรนันท์บอกกับเราว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันมีคนไทยจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้สถาบันการเงิน เพราะรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ เอกสารขาดเกณฑ์ และอื่น ๆ

และยังให้ข้อมูลเสริมว่าในวันนี้มีคนทำมาหากินที่ส่วนใหญ่ขาดโอกาสเข้าถึงเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินมากถึง 36 ล้านราย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้ 28 ล้านราย และรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน 8 ล้าน

เพราะองค์ประกอบต่าง ๆ เหล่านี้ มันนิกซ์จึงให้ความสำคัญกับการรุกตลาดนาโนไฟแนนซ์อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น และเชื่อว่าจะสามารถเข้าถึงคนที่ต้องการเงินกู้ได้มากถึง 7.5 ล้านราย หรือ 20% ของคนทำมาหากินที่ขาดโอกาสเข้าถึงการกู้เงินจากธนาคารที่มีอยู่ 36 ล้านรายในช่วงเริ่มต้น

ส่วนในสิ้นปีนี้ ถิรนันท์ต้องการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ ๆ จาก 2.5 แสนรายในปัจจุบันเป็น 3 แสนรายในสิ้นปี

และมีการปล่อยสินเชื่อสะสมเป็น 5,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 3,000 ล้านบาท

เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ฟินนิกซ์สร้างแนวทางตลาด 4 ประการ ได้แก่

1. รีแบรนดิ้งแอปห้าให้มันนี่ ที่เปิดให้บริการในปีที่ผ่านมา เป็นฟินนิกซ์ (FINNIX) เพื่อลุยตลาดให้บริการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ผ่านแอปพลิเคชัน แข่งขันกับผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายอื่น ๆ และผู้บริการนอกระบบ

การรีแบรนด์นี้ Marketeer มองว่าเป็นการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความพรีเมียมขึ้น และให้ผู้ใช้บริการรู้สึกว่าเป็นแอปกู้เงินที่มีความน่าเชื่อถือกว่าชื่อเดิมที่ผ่านมา

2. ปล่อยสินเชื่อผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบอัลเทอร์เนทีฟดาต้า ด้วยการนำข้อมูลในมือถือของผู้ขอสินเชื่อมาวิเคราะห์ประกอบการให้สินเชื่อ

การสมัครสินเชื่อผ่านแอปฟินนิกซ์ นอกเหนือจากบัตรประชาชน สเตตเมนต์บัญชีธนาคาร 6 เดือนล่าสุดมาสมัครผ่านแอปแล้ว

ผู้สมัครต้องอนุญาตให้แอปเข้าถึงข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวข้องในมือถือเพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์ให้สินเชื่อ พร้อมกับกรอกเบอร์โทรศัพท์ของผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปในการสมัคร

ซึ่งถิรนันท์ให้ข้อมูลว่าการที่ต้องนำข้อมูลอื่น ๆ จากมือถือมาวิเคราะห์ เนื่องจากลูกค้าหลายคนไม่ได้เดินบัญชีทางการเงินกับธนาคารเท่าไร เพราะใช้เงินสด และการนำข้อมูลด้านอื่น ๆ มาช่วยวิเคราะห์จะทำให้รู้จักผู้ขอกู้ให้มากขึ้น เพื่อให้การปล่อยสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิด NPL สูงจนเกินไป

ปัจจุบันฟินนิกซ์มี NPL อยู่ในหลัก 1 ดิจิต และคาดการณ์จะสามารถรักษาระดับ NPL ในเลขหลักเดียวได้อย่างต่อเนื่อง

แต่การขอเข้าถึงข้อมูลมือถือ Marketeer มองว่าอาจจะทำให้ลูกค้าบางคนที่หวงความเป็นส่วนตัว เลือกที่จะใช้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์แบรนด์อื่นแทนฟินนิกซ์ได้เช่นกัน

3. ให้ลูกค้าเลือกวันชำระสินเชื่อเอง และสามารถจ่ายเพียงแค่ดอกเบี้ยได้

ปัจจุบันแอปฟินนิกซ์ปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าเฉลี่ย 7,000-12,000 บาทต่อคน และคิดดอกเบี้ย 33% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ไม่แตกต่างจากแอปสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ถูกกฎหมายอื่น ๆ นัก

ฟินนิกซ์จึงสร้างจุดเด่นที่แตกต่างจากแอปสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์อื่นคือให้ลูกค้าเลือกวันชำระสินเชื่อได้เอง และสามารถเลือกวิธีชำระสินเชื่อคืนได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ จ่ายขั้นต่ำแค่ดอกเบี้ย ผ่อนจ่ายนานสูงสุด 12 เดือน และจ่ายโปะหนี้ได้

ซึ่งการที่มีการชำระเงินให้เลือกหลากรูปแบบทำให้ผู้กู้รู้สึกมีความยืดหยุ่นในการจ่ายดี และทำให้ฟินนิกซ์มีรายได้เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยในกรณีจ่ายขั้นต่ำแต่ดอก หรือจ่ายผ่อนนานอีกด้วย

4. กุศโลบายชำระตรงเวลาผ่านเกม

แอปฟินนิกซ์มีแคมเปญ “เกมล่าดาว” ด้วยการแจกดาว 1 ดวงให้กับลูกหนี้ที่จ่ายค่างวดตรงเวลา และเมื่อสะสมครบ 3 ดวงจะสามารถลุ้นรับรางวัลได้

การมีเกมล่าดาวเรามองว่าเป็นกุศโลบายที่ให้ลูกหนี้เข้ามาจ่ายหนี้ให้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ และการที่ลูกหนี้จ่ายหนี้ตรงเวลาเท่ากับว่าฟินนิกซ์จะมีสภาพคล่องเงินหมุนเวียนในระบบได้ตรงตามเวลาอีกด้วย

 

Marketeer FYI

กลโกงหนี้นอกระบบที่น่ากลัวกว่าที่คิด

กนกพรรณ หมวกไสว ผู้ก่อตั้งเพจมือปราบหนี้นอกระบบ-แอปเงินกู้ เล่าถึงธุรกิจกู้นอกระบบว่าในปัจจุบันบริการกู้เงินนอกระบบมีรูปแบบการให้บริการในรูปแบบดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชันที่ผิดกฎหมาย กู้เงินระยะสั้น 7 วัน 14 วัน มีหลายร้อยแอป เพิ่มจากปี 2562 ที่มีเพียง 10 กว่าแอปได้เท่านั้น

กนกพรรณยังให้ข้อมูลว่าแอปกู้เงินผิดกฎหมายเหล่านี้จะมี 3 จำพวกหลัก ได้แก่

1. ถ่ายคลิปวิดีโอตัวเอง คู่กับบัตรประชาชน และอัปโหลดลงแอปนั้น และเมื่อเราอนุญาตการเข้าถึงเพื่อดาวน์โหลดติดตั้งแอปข้อมูลรูปภาพ เบอร์โทรศัพท์และอื่น ๆ ในมือถือจะถูกแฮกไปตอนนั้น

และเมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ แอปกู้เงินนอกระบบประเภทนี้จะนำคลิปที่ถ่ายไว้ส่งไปประจานตามเบอร์มือถือที่แฮกมาจากตอนติดตั้งแอป

2. ให้กู้เงินและได้เงินจริง และเมื่อถึงระยะเวลา 7 วันให้จ่ายเงินกู้เป็น Coin Game และถ้าไม่จ่ายเต็มจำนวนที่เรียกเก็บ จะมีการคุกคามและคิดดอกเบี้ยเพิ่ม

การกู้เงินในรูปแบบนี้ถ้าผู้กู้ไม่สามารถจ่ายตามจำนวนได้ภายใน 7 วันที่กำหนด สามารถขยายเวลาได้เป็น 14 วัน แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

3. หักเปอร์เซ็นต์กู้ก่อน 30-50% กู้ 3,000 บาท ได้ 1,800 บาท

ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้าจ่ายเงินไม่ทันตามกำหนด โดนคุกคาม ประจาน และนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ผิดกฎหมายในด้านต่าง ๆ ต่อ

และปัจจุบันการกู้เงินนอกระบบ

กู้ 100 บาท จ่ายดอกเบี้ยพร้อมต้นต่อปี 2,000-2,500 บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก

 

และนอกจากนี้ ยังมีแอปฯ หลอกลวงอีกประเภทหนึ่งที่จะส่งข้อความไปยังมือถือว่า คุณเป็นผู้โชคดี และกดยืนยัน, ดาวน์โหลด หรือให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อกดยืนยัน หรือดาวน์โหลดแอปเหล่านี้จะแฮกข้อมูลในมือถือไปหมด

 

และถ้าเราใส่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชนไปใช้ประโยชน์ในการหลอกลวงอื่น ๆ กนกพรรณแนะนำว่าถ้ามีการให้ข้อมูลบัตรประชาชนแล้วให้รีบไปทำบัตรประชาชนใหม่ จะช่วยให้ปลอดภัยได้มากขึ้น



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน