Tom Holland จากนักแสดงละครเวทีรุ่นเล็ก สู่ Spider-Man ยิงใยทะลุพันล้าน

นอกจากห้างสรรพสินค้าและสายการบินแล้ว อุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดอย่างหนักตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ชัดเจนที่สุดคือโรงภาพยนตร์ทั่วโลกต้องปิดยาวตามมาตรการสกัดการระบาดของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ และหนังฟอร์มใหญ่ต้องเลื่อนฉายหรือปรับไป ‘ฉายควบ’ ทั้งในโรงกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งคู่กันไป

เบอร์ใหญ่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่าง Disney ก็ได้รับผลกระทบพอสมควรจากสถานการณ์นี้ โดยแม้มี Disney+ ไว้ปล่อยคอนเทนต์แบบสตรีมมิ่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่ารายได้จากหนัง Super Hero ในจักรวาล Marvel บริษัทลูกที่มีความสำคัญลดลงไปอย่างมาก หนักสุดคือต้องปรับไปใช้แผนฉายควบกับ Blackwidow จนรายได้ไม่เข้าเป้าและเกิดปัญหากับนักแสดงนำ

ส่วนปีนี้ The Eternals กับ Shang-Chi ก็ทำรายได้อยู่ในระดับน่าพอใจเท่านั้น และหากอยู่ในสถานการณ์ปกติตัวเลขรายได้ของทั้งสองเรื่องน่าจะดีกว่านี้

Shang-Chi 

พอช่วงธันวาคม Disney ก็หมดความอดทน ราวกลางเดือน ส่ง Spider-Man : No Way Home ฉายในสหรัฐฯ และทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์โควิดรอบใหม่ที่เริ่มก่อตัวจากการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์โอมิครอน

มีการวิเคราะห์ว่า Marvel และ Sony Pictures (ในฐานะบริษัทร่วมทุนสร้าง) คงมั่นใจพอสมควรว่า ด้วยเนื้อเรื่อง ทีมตัวละครชุดใหญ่ซึ่งในจำนวนนี้มีสองตัวละครสำคัญมากและแฟนหนัง Spider-Man คิดถึงรวมอยู่ด้วย และความต้องการหลบการเผยเนื้อหาสำคัญ (Spoil) รวมถึงเสน่ห์ของ Tom Holland เจ้าของบท Spider-Man จะช่วยพาหนังเปิดตัวแรงส่งท้ายปี จะพาให้หนังทำเงินก้อนใหญ่

Tom Holland

ปรากฏว่า Marvel และ Sony Pictures คิดถูก โดยหนังเก็บรายได้เฉพาะในสหรัฐฯ จากการฉายสัปดาห์แรกในสหรัฐฯ ไป 253 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,460  ล้านบาท) และเมื่อรวมกับตลาดต่างประเทศ ทำเงินไป 587 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19,600 ล้านบาท)

ที่สุด 26 ธันวาคมที่ผ่านมาหนังที่ผู้กำกับ John Watts และนักแสดงหนุ่ม Tom Holland ผนึกกำลังกันเป็นครั้งที่ 3 ก็กวาดรายได้ทั่วโลกทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,000 ล้านบาท) ถือเป็นหนังเรื่องแรกในรอบ 2 ปีที่ทำได้

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ Tom Holland เป็นนักแสดงในหนัง Super Hero ของ Marvel (MCU) คนล่าสุดที่ประสบความสำเร็จ

และด้วยตัวเลขรายได้ Spider-Man สามภาคที่เขารับบทนำ ซึ่งสูงถึง 3,012 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 100,527 ล้านบาท) ทำให้เขาเป็นพระเอกใน MCU ที่พาหนังที่แสดงนำทำเงินได้สูงสุด เหนือกว่าทั้ง Robert Downey Jr. เจ้าของบท Iron Man และ Chris Evans เจ้าของบท Captain America

Robert Downey Jr.

สำหรับ Tom Holland เป็นชาวอังกฤษ เกิดเมื่อ 1 มิถุนายน ในครอบครัวใหญ่มีพี่น้องอีก 3 คน พ่อเป็นนักแสดงตลกเดี่ยวไมโครโฟน และแม่เป็นช่างภาพ

Tom Holland เมื่อครั้งรับบท Billy Elliot ในรูปแบบละครเวที 

ก้าวสำคัญในฐานะนักแสดงของเขาเริ่มขึ้นขณะที่เขาอายุเพียง 12 ขวบ กับบท Billy Elliot หนุ่มน้อยนักบัลเลต์สู้ชีวิตในรูปแบบละครเวที ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าร่างกายที่ยืดหยุ่นจากการมีทักษะบัลเลต์และยิมนาสติกจากเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบทบาทสำคัญสุดในชีวิตที่รออยู่

Tom Holland ย้ายจากละครเวทีมาสู่โลกภาพยนตร์ เริ่มจากบทลูกชายของครอบครัวชาวตะวันตกที่มาติดสึนามิในไทย ใน The Impossible หนังปี 2012  

พอปี 2015 ก็ขยับไปแสดงใน In the Heart of Sea หนังทุนสร้างระดับ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,300 ล้านบาท) ซึ่งเป็นโอกาสให้เขาได้พบกับ Chris Hemsworth ที่ขณะนั้นเป็นนักแสดงดังจากบท Thor หนึ่งในตัวละครสำคัญใน MCU

Chris Hemsworth เผยหลังรู้ว่า Tom Holland กำลังทดสอบบท Spider-Man อยู่เขาก็ให้กำลังใจและรับประกันกับทีมงานของ Marvel และ Sony Picture ว่านักแสดงรุ่นน้องรายนี้มีฝีมือและพร้อมทุ่มเทกับบท จนมีส่วนช่วยให้ Tom Holland คว้าบท Spider-Man ไป

Tom Holland กับ Chris Hemsworth

ปี 2016 Tom Holland ปรากฏตัวในบท Spider-Man ครั้งแรกใน Captain America : Civil War ตามแผนลองตลาดของ Marvel และ Sony Pictures ปรากฏว่าเป็นตัวละครที่สร้างสีสันได้พอสมควร

และเมื่อมีหนังเดี่ยวของตัวเองกับ Spider-Man : Homecoming ในปีต่อมา ก็ปังสุด ๆ ด้วยตัวเลขรายได้ทั่วโลกถึง 880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 29,300 ล้านบาท)

นี่ทำให้ Sony Picture และ Disney ยิ้มแก้มปริว่า การนำ Spider-Man มาทำใหม่ ด้วยการลดอายุ Spider-Man ลงมา พร้อมทำหนังจากตัวละครอื่น ๆ จาก Spider-Man หรือที่เรียกว่า Spiderverse ควบคู่กันน่าจะไปได้ แม้เคยทำ Spider-Man มาแล้วสองครั้งที่ Toby Mcquire และ Andrew Garfield รับบทนำ 

Spider-Man มีต่อมาอีก 2 ภาค คือ Far From Home และ No Way Home แต่ละภาคจะมีตัวละครจาก MCU เช่น Nick Fury และ Dr. Strange มาร่วมแสดงด้วย โดยความสำเร็จแบบแซงรุ่นพี่ของTom Hollandทาง Sony Picture และ Marvel จึงประกาศเลยว่า พร้อมให้Tom Hollandรับ Super Hero จอมพ่นใยต่อไปอีก 3 ภาค

Michael B. Jordan

จากนี้ต้องจับตามองว่าตัวTom Hollandที่บอกว่าอยาก Move On แล้ว จะกลับมา Spider-Man อีกหรือไม่ โดยเขาคงต้องคิดหนักทีเดียว เพราะแม้ประสบความสำเร็จกับบท Super Hero และขึ้นมาเป็นนักแสดงชายขวัญใจคอหนังรุ่นใหม่ ร่วมกับ Timothee Chalamet และ Michael B. Jordan แต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกพอสมควร

Chris Evans

ถ้า Tom Holland เลือกอยู่ใน Comfort Zone เขาก็คงจะกลับมารับบท Spider-Man อีกครั้ง และน่าจะยังพาหนังทำเงิน แต่ถ้าเลือกออกไปโตนอก MCU เขาอาจต้องเหนื่อยหน่อยเพราะหนังนอก MCU ที่เขารับบทนำยังไม่เคยทำเงินถล่มทลาย และชื่อยังขายไม่ได้ ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับ Chris Evans

ต่างจาก Robert Downey Jr. และ Chris Pratt เจ้าของบท Iron Man และ Star-Lord (จากหนัง Guardians of the galaxy) ที่ประสบความสำเร็จพอสมควรกับ Sherlock Holmes และ Jurassic World

หนังฟอร์มใหญ่เรื่องต่อไปนอก MCU ที่Tom Hollandจะได้พิสูจน์ตัวเองคือ Uncharted ที่วางคิวฉายไว้ราวกุมภาพันธ์ปีหน้า/cnn, cnbc, wikipedia, boxofficemojo, esquire, hollywoodreporter, variety 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน