ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เปิดกลยุทธ์ปี 65 ชูธงบ้านสไตล์ฝรั่งเศส ตั้งเป้า 8,500 ลบ.

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ลุยเปิดตัวใหม่ 10-12 โครงการ ตั้งเป้ายอดขาย 8,500 ลบ. นำธงเน้นบ้านสไตล์ฝรั่งเศส

นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจโลกในปี 65 ว่า ในปีที่แล้วเศรษฐกิจโลกโตขึ้นถึง 9.5% มีเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วช่วยดึงขึ้น 5.2% โดยมีอเมริกาเป็นหัวเรือ

ในด้านประเทศที่กำลังพัฒนาก็ยังโตได้ราว 6.4% มีหัวเรือคือจีนและอินเดีย จีนโตขึ้น 8% อินเดีย 9.5% ในส่วนของประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโด มาเลเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนามโตขึ้นราว 3-4% ทางด้านไทยโตขึ้นเพียง 1% จากปีที่แล้วติดลบถึง 6.1% ก็ถือว่าโตขึ้นมาได้อยู่บ้าง การฟื้นตัวของไทยโดยเฉลี่ยกับประเทศเพื่อนบ้าน คือยังฟื้นตัวได้น้อยและช้ากว่ากับประเทศใกล้เคียงกัน 

ในปี 2565 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ราว 3-4% ในส่วนของลลิลเองก็มองภาพรวมของบริษัทไว้ดังนี้ “ภาพรวม 65 แนวราบต้องมีการเจริญเติบโตให้ได้อย่างน้อย 10% ขณะเดียวกันภาพรวมของอาคารชุดก็ต้องกลับมาฟื้นตัวให้ได้ประมาณ 10% เช่นกัน


“ในแง่ของอสังหาฯ ปีนี้ก็ถือว่ายากลำบากอยู่ เพราะมีการระบาดของโรคสายพันธุ์ใหม่ร่วมด้วย จะต้องเติบโตด้วยความระมัดระวัง แม้ว่าตลาดมีทิศทางดีขึ้น แต่ก็เป็นปีที่ไม่ง่าย ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้อยู่ในแผน เพราะมีทิศทางเงินเฟ้อของโลก ที่ข้าวของขึ้นราคา โดยมีน้ำมันเป็นตัวนำ รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง ในสหรัฐฯ”

แผนการดำเนินงาน ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ในปี 2565

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิลฯ กล่าวว่า ลลิลในปีที่ผ่านมาทำผลงานได้ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ยอดขายรวมทั้งปี 64 ปิดไปที่ 7,800 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้คือ 7,000 ล้านบาท โตประมาณ 10-11% เมื่อเทียบกับเป้า 

ส่วนในปี 2565 แม้จะยังไม่เอื้ออำนวยมากนัก แต่บริษัทฯ ยังมีความเชื่อมั่นในแผนกลยุทธ์ การบริหารงาน และความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในตลาดแนวราบของบริษัทฯ  จึงมั่นใจว่าจะเป็นอีกปีที่จะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยพร้อมขยายโครงการเพิ่มเติมอีก 10 – 12 โครงการ มูลค่ารวม 7,000 – 8,000 ล้านบาท  และตั้งเป้าหมายยอดขายสำหรับปี 2565 นี้ไว้ที่ 8,500 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ที่ 7,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนที่ทำผลงานได้ดีกว่าเป้าหมาย

ส่วนในด้านทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2565 นี้ จะยังคงให้ความสำคัญกับตลาดที่อยู่อาศัยในกลุ่มแนวราบที่เป็น Real Demand  ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุค New Normal ได้ดีกว่า เพราะมีพื้นที่สีเขียวในการผ่อนคลาย และมีพื้นที่ใช้สอยที่รองรับการใช้ชีวิต ตอบสนองความต้องการในหลากหลายรูปแบบทั้งการ Work from Home และการเรียนผ่านระบบออนไลน์  

รวมถึงการออกแบบบ้านในสไตล์ฝรั่งเศส (French Colonial Style) ที่ทางบริษัทกล่าวว่ามีการริเริ่มเป็นเจ้าแรกในไทย

“ในส่วนภาพรวมสถานะด้านการเงิน กล่าวได้ว่าบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพียง 0.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมของอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ 1.4 – 1.5 เท่า  รวมทั้งมีกระแสเงินสดสำรองเพื่อรองรับการขยายธุรกิจอีกกว่า 1,000 ล้านบาท โดยในปี 2565 นี้ บริษัทฯ ได้จัดสรรงบในการซื้อที่ดินไว้ประมาณ 1,100 – 1,300 ล้านบาท และพร้อมปรับเพิ่มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจตามแผนงาน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ” นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กล่าวปิดท้าย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน