McLaren Elva ทำความรู้จักไฮเปอร์คาร์ค่าตัว 200 ล้าน เทอร์โบคู่ 815 แรงม้า แค่ 2 คันในไทย

McLaren Elva (แมคลาเรน เอลวา) ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงในตระกูล Ultimate Series เดินทางจากสหราชอาณาจักร มาเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย โดย “นิชคาร์ กรุ๊ป” เปิดรับจองในราคา 200 ล้านบาท

เผยโฉมโดยการเป็นไฮเปอร์คาร์ 2 ที่นั่ง ไร้หลังคาและกระจกบังลมหน้า โครงสร้างแชสซีและตัวถังขึ้นรูปด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา พร้อมสมรรถนะจากขุมพลัง V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 815 แรงม้า โดยเปิดรับจองในจำนวนจำกัดเพียง 149 คันทั่วโลก และ 2 คันในไทย และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ รถจำนวน 149 คันนี้จะไม่มีคันไหนที่ซ้ำกัน เพราะทางแบรนด์จะ Customize ให้มีความเฉพาะของแต่ละคัน

นายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ McLaren Bangkok เปิดเผยว่า ระยะเวลา 6 ปี ที่นิชคาร์ กรุ๊ป ได้สิทธิ์เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แมคลาเรน อย่างเป็นทางการในประเทศไทยถึงวันนี้สามารถสร้างการรับรู้ของแบรนด์ McLaren และขยายฐานลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการสร้างชุมชนคนรักแมคลาเรน McLaren’s club Thailand

สำหรับการเปิดตัวครั้งแรกในไทยของ McLaren Elva ครั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิด สามารถเข้ามาชมได้ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป ที่ McLaren Showroom Bangkok โดย McLaren Bangkok ได้รับโควตาจำนวน 2 คัน และมียอดจองแล้ว 1 คัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตลาดคนไทยหันมาสนใจรถซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ เพื่อสะสมเป็นคอลเลกชั่นมากขึ้น  โดย McLaren Elva มีการผลิตเพียง 149 คันทั่วโลกเท่านั้น

McLaren Elva รถรุ่นล่าสุดในตระกูล Ultimate Series ต่อจากรุ่น F1 Road Car, P1, Senna และ Speedtail กับไฮเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลังอันทรงสมรรถนะ พร้อมโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาที่ถูกถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์มาจากสนามแข่งฟอร์มูล่า วัน

เกี่ยวกับ McLaren Elva

McLaren Elva ยังถือเป็นการฉลองสุดยอดผลงานการออกแบบของ “บรูซ แมคลาเรน” กับ McLaren M1A ที่ทำไว้ในปี ค.ศ. 1960 และรถแข่งในซีรีส์ “Group 7 McLaren” ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะ และนวัตกรรมซึ่งถูกนำมาปรับให้อยู่ในรูปแบบของยนตรกรรมเพื่อ “ผู้ขับขี่” ผสานหลักการออกแบบและวิศวกรรมยุคใหม่ของแมคลาเรน พัฒนาเป็นยนตรกรรมสำหรับท้องถนน (Road Car) ในปัจจุบัน

นายไมค์ ฟลูวิตต์ ประธานกรรมการบริหาร McLaren Automotive กล่าวว่า McLaren Elvaเป็นรถ Open-Cockpit สองที่นั่ง พร้อมแชสซีและตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สั่งทำพิเศษ ให้ความอิสระเพราะปราศจากหลังคา กระจกหน้าและหน้าต่างด้านข้าง สามารถกระตุ้นการรับรู้ของผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่

McLaren Elva เป็นยนตรกรรมสำหรับท้องถนน (Road Car) น้ำหนักเบาที่สุด ที่แมคลาเรนเคยผลิตมา

สำหรับด้านสมรรถนะต่าง ๆ เป็นไปได้ด้วยเครื่องยนต์แมคลาเรน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ซึ่งเป็นขุมพลังตระกูลเดียวกับ McLaren Senna และ McLaren Senna GTR

นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ Active Air Management System (AAMS) เป็นครั้งแรกของโลกโดยระบบจะลำเลียงอากาศผ่านจมูกของตัวรถแล้วผันออกทางฝาครอบด้านหน้าด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะเหินขึ้นเหนือห้องผู้โดยสาร เพื่อสร้างบับเบิลที่เป็นเสมือนเกราะกำบังให้กับผู้โดยสาร ความพิเศษคือแม้ฝนจะตกหรือลมจะแรงแค่ไหนก็สามารถขับไปต่อได้โดยไม่เปียกหรือได้รับแลงลมจากภายนอก หากวิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม เบาะนั่งจะสั้นกว่าเบาะนั่งของรถแมคลาเรนทั่วไปเล็กน้อย เพื่อทำให้มีพื้นที่พักเท้าเพียงพอสำหรับการยืนหรือช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างการเข้า-ออกจากรถ ขณะเดียวกันลูกค้าสามารถเลือกสี และวัสดุของเบาะนั่งได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างส่วนบนที่เปิดโล่ง และส่วนล่างที่โอบล้อมปกป้องผู้โดยสารรวมถึงออปชั่นสายรัดนิรภัยแบบ 6 จุด หากต้องการนำไฮเปอร์คาร์คันนี้ไปใช้ในสนามแข่ง

ทั้งนี้ เพื่อลดน้ำหนักของรถให้มากที่สุด ระบบเครื่องเสียงจึงไม่ถูกจัดอยู่ในชุดอุปกรณ์พื้นฐานของMcLaren Elva แต่ลูกค้าสามารถสั่งทำพิเศษได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่วนตัวเลือกอื่น ๆ ที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่ ระบบยกตัวรถ รวมถึงล้ออัลลอยฟอร์จ น้ำหนักเบาพิเศษ ลาย 5 ก้าน (เปลี่ยนได้จากล้อมาตรฐาน ลาย 10 ก้าน) รวมถึงเปลี่ยนยาง Pirelli P Zero™ เป็นยาง Pirelli P Zero™ Corsa สำหรับสนามแข่งได้

ตั้งแต่ปี 1981 แมคลาเรนให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นอันดับหนึ่ง ในการสร้างรถทุกรุ่น รวมถึงรถแข่งทุกคันของแมคลาเรน โดยMcLaren Elvaเป็นรถเปิดประทุนโดยตัวถังแบบโมโนค็อกที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความแข็งแรง สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ในส่วนเครื่องยนต์แมคลาเรน V8 ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ตัวเครื่องมีเพลาข้อเหวี่ยงแบบระนาบแบนระบบหล่อลื่นแบบบ่อพักแห้ง เพลาลูกเบี้ยว ก้านสูบ และลูกสูบที่น้ำหนักเบา

ช่วยลดมวลในระบบส่งกำลังพร้อมเกียร์ดูอัลคลัตซ์ 7 สปีด ทำหน้าที่ส่งกำลังไปยังล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. น้อยกว่า 3 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ยังทำได้เร็วกว่า McLaren Senna ด้วยเวลาเพียง 6.7 วินาที

มากไปกว่านั้น ผู้ขับขี่ยังสามารถใช้ฟังก์ชัน Adaptive Dynamics Controls เพื่อเปลี่ยนโหมดการควบคุมรถและระบบส่งกำลังได้ 3 รูปแบบ คือ Comfort, Sport และ Track เพื่อปรับลักษณะการขับขี่ให้เข้ากับอารมณ์ หรือสภาพแวดล้อมในขณะนั้น รวมถึงการปรับโหมด Electronic Stability Control (ESC) ที่เลือกได้ 3 ระดับ และระบบ Variable Drift Control (VDC) ที่จะช่วยล็อกอิสรภาพในการขับขี่ให้แก่ลูกค้าแมคลาเรน

“เรามีความยินดีที่ได้รับสิทธิ์ในการใช้ Elva สำหรับรถเปิดประทุนคันล่าสุด ซึ่งจะเข้ามาเปิดมิติใหม่ให้กับ Ultimate Series ของแมคลาเรน และสานต่อประวัติศาสตร์ของรถสปอร์ต อันเป็นรากฐานความสำเร็จของแมคลาเรน  ที่ไม่เพียงแต่กำหนดมาตรฐานใหม่ให้สนามแข่ง แต่ยังเป็นผู้วางหลักการออกแบบและวิศวกรรมที่ยังคงเป็นหัวใจของแบรนด์ ดังนั้น คงไม่มีวิธีการเฉลิมฉลองใดที่ดีไปกว่าการนำชื่อ Elva กลับมาอีกครั้ง” นายไมค์ ฟลูวิตต์ กล่าวปิดท้าย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน