เราต้องเริ่มจากทำความเข้าใจว่าความเครียดไม่ได้มาจากคนอื่นหรือปัจจัยภายนอก แต่มาจากการรับมือของเราต่างหาก ในที่ทำงานเรามักโทษหัวหน้า, Deadline ส่งงาน หรือการทำงานแข่งกับเวลา ว่าเป็นตัวการทำให้เราเครียด แต่เพื่อนร่วมงานที่ต้องเจอสถานการณ์เหมือน ๆ กันกลับรับมือกับงานได้อย่างไม่เครียด

ความกดดัน ไม่เท่ากับ ความเครียด แต่ความกดดันจะเปลี่ยนเป็นความเครียดทันทีที่เราเติมความคิดกังวลเข้าไป เรามักคิดถึงอดีต และอนาคต และมักคิดถึงแต่เหตุการณ์แย่ ๆ แน่นอนในฐานะผู้บริหารเราต้องคิดทบทวนวางแผนงานในอนาคต และคิดถึงบทเรียนในอดีต แต่มันควรจะเป็นการคิดวิเคราะห์ และทำในระยะเวลาสั้น ๆ แต่การคิดกังวลวนไปวนมา เกิดขึ้นไม่รู้จบ ซ้ำยังทำลาย Productivity และสุขภาพเราอีกด้วย

การจมอยู่กับอดีต และคิดกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงทำให้เราไม่อยู่กับปัจจุบัน และทำงานที่ต้องทำในปัจจุบันไม่เสร็จ ถ้าเราลองถามคนที่ชอบคิดกังวลว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร ไม่มีใครเลยที่จะตอบว่า “มีความสุขดี”

ขอแนะนำวิธีที่จะเลิกนิสัยคิดกังวลซ้ำไปมา 4 ข้อดังนี้

ตื่น ตื่น ตื่น: คนเรามักใช้ชีวิตในแต่ละวันแบบไร้สติ บางทีเราจอดรถที่ออฟฟิศโดยที่ไม่รู้ว่าขับรถมาถึงออฟฟิศได้อย่างไร หรือในที่ประชุมมีคนถามความเห็นเรา แต่เรากลับไม่รู้เรื่องว่า 5 นาทีที่ผ่านมาที่ประชุมคุยเรื่องอะไรกัน ดังนั้นเราต้องรู้ตัวก่อนว่ากำลังคิดกังวล โดยเราสามารถทำได้ทั้งทางกาย และทางใจ ทางกาย เช่น ยืนขึ้นและนั่งลง, ตบมือ หรือขยับร่างกาย ทางใจ: รับรู้สิ่งรอบตัวผ่านทางการได้ยิน สายตา จมูก ลิ้น

ควบคุมความคิดตัวเอง: เรามักคิดเรื่องไม่ดีวนไป ไม่ต่างจากหนูปั่นจักร เราต้องพาตัวเองออกมาคิดเรื่องที่เป็นประโยชน์แทน เรามีวิธีที่มักแนะนำผู้บริหาร: วาดวงกลมลงบนกระดาษ เขียนสิ่งที่ควบคุมได้อยู่ในวงกลม และสิ่งที่ควบคุมไม่ได้อยู่นอกวงกลม เราต้องสนใจ (แต่ไม่กังวล) กับสิ่งที่อยู่นอกวงกลมไม่ว่าจะเป็นงาน ลูกน้อง หรือครอบครัว

มองสถานการณ์ตามความเป็นจริง: คนที่คิดกังวลมักคิดแง่ร้ายไว้ก่อน แต่คนที่เป็นผู้นำที่แท้จริงจะมองสถานการณ์ตามความเป็นจริง ทั้งเพื่อตัวเอง และเพื่อทีม เรามี 3 วิธี วิธีแรก เปรียบเทียบ (เปรียบเทียบความเครียดในอดีต กับ ความเครียดในปัจจุบัน เช่น ความเจ็บป่วยที่อาจคร่าชีวิต กับยอดขายที่ไม่ถึงเป้า) ตั้งคำถาม (ถามตัวเองว่า “เรื่องนี้จะมีผลอย่างไรในอีก 3 ปีข้างหน้า” และ “สิ่งที่แย่ที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นในสถานการณ์นี้” และ “เราจะรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร”) วิธีสุดท้าย เปลี่ยนมุมมอง (มองปัญหาจากมุมอื่น ๆ “มีโอกาสอะไรที่เรายังมองไม่เห็นจากสถานการณ์นี้บ้าง” หรือ แม้แต่ “มีเรื่องอะไรขำในสถานการณ์นี้บ้าง”)

ปล่อยวาง: ขั้นตอนสุดท้าย และขั้นตอนที่ยากที่สุด ถ้าปล่อยวางง่ายนัก เราก็คงปล่อยวางกันไปแล้ว เรามี 3 วิธีที่จะช่วย วิธีแรกคือ ยอมรับ: ยอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าเราจะพอใจกับสถานการณ์นั้นหรือไม่ก็ตาม วิธีต่อมา คือเรียนรู้จากสถานการณ์นั้น ๆ “เราได้เรียนรู้อะไรจากสถานการณ์นี้บ้าง” วิธีสุดท้าย คือ ลงมือทำ ในบางสถานการณ์เราไม่ได้ต้องปล่อยวาง แต่ลงมือจัดการกับสถานการณ์นั้นซะ ถามตัวเองว่า “เราจำเป็นต้องทำอะไรในสถานการณ์นี้”

ลองทั้ง 4 วิธีนี้ดู แล้วความเครียดอาจจะลดลงไป

ที่มา: hbr.org



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน