Ben & Jerry’s ทำความรู้จักแบรนด์ไอศกรีมชั้นนำในสหรัฐอเมริกา

ด้วยความนิยมของแบรนด์ ด้วยชื่อรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และวัวที่น่ารักบนบรรจุภัณฑ์ ก็คงไม่มีใครในสหรัฐอเมริกาไม่รู้จักแบรนด์ไอศกรีมชั้นนำยอดนิยมอย่าง Ben & Jerry’s (เบนแอนด์เจอร์รีส์) อีกแล้ว เพราะ Ben & Jerry’s นั้นเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งมานานกว่า 40 ปี และมีรายได้ต่อปีประมาณ 170 ล้านดอลลาร์ เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

Ben & Jerry’sเป็นหนึ่งในแบรนด์ไอศกรีมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เห็นได้จากยอดขายไอศกรีมของแบรนด์เฉพาะในอเมริกาทั้งหมดอยู่ที่ 935 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 นอกจากนี้ ชาวอเมริกันจำนวนมากยังชอบโยเกิร์ตแช่แข็งของBen & Jerry’sอีกด้วย

Ben & Jerry’sเป็นบริษัทไอศกรีมแห่งแรกที่ใช้ส่วนผสมที่ผ่านการรับรองจาก Fairtrade (แฟร์เทรด) ทำให้มีความน่าเชื่อถือด้านการพัฒนาความยั่งยืนของแบรนด์ และบริจาคเงินขั้นต่ำ 1.1 ล้านดอลลาร์ต่อปีผ่านการทำบุญขององค์กรที่นำโดยพนักงานเป็นหลัก

นอกจากนี้ บริษัทยังบริจาคผลิตภัณฑ์จำนวนมากให้กับกลุ่มชุมชนและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั้งในเวอร์มอนต์และทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ และสนับสนุนชุมชนเวอร์มอนต์ที่เป็นดินแดนของBen & Jerry’s

เรื่องราวของBen & Jerry’sได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1978 จากร้านค้าร้านแรกในปั๊มน้ำมัน Vermont (เวอร์มอนต์) สู่กิจการธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ Unilever (ยูนิลีเวอร์) เข้าซื้อกิจการในปี 2000

ปัจจุบันBen & Jerry’sมีรสชาติต่าง ๆ กว่า 60 รสชาติ และมีจำหน่ายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป เอเชีย หรือแถบทะเลแคริบเบียนก็ตาม

 

Ben & Jerry’s แบรนด์ไอศกรีมยักษ์ใหญ่ที่เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ

Ben & Jerry’sเป็นบริษัทผลิตไอศกรีม โยเกิร์ตแช่แข็ง และซอร์เบตที่ก่อตั้งเมื่อปี 1978 ในเมืองเซาท์เบอร์ลิงตัน รัฐเวอร์มอนต์ โดย Ben Cohen (เบน โคเฮน) และ Jerry Greenfield (เจอร์รี กรีนฟิลด์) ซึ่งทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก

เมื่อทั้งสองได้เรียนจบหลักสูตรเกี่ยวกับไอศกรีมจากครีมเมอรี่ของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลเวเนีย ในปี 1977 Ben Cohen และ Jerry Greenfield จึงได้ตัดสินใจเปิดธุรกิจร้านไอศกรีมร่วมกัน

แม้ว่า Ben Cohen ไม่สามารถดมกลิ่นหรือรับรสได้เลย เขาจึงต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการผสมรสชาติเข้าด้วยกันแทน สิ่งนี้ได้กลายเป็นลายเซ็นของ Ben & Jerry

ตั้งแต่วันที่พวกเขาตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกัน Ben Cohen และ Jerry Greenfield ก็ได้เปลี่ยนปั๊มน้ำมันเก่าที่ถูกทิ้งร้างในเบอร์ลิงตัน รัฐเวอร์มอนต์ ให้เป็นร้านBen & Jerry’sร้านแรก ซึ่งตั้งชื่อตามชื่อของพวกเขา และได้เริ่มต้นทำธุรกิจไอศกรีมขึ้น

รสชาติแรกของBen & Jerryที่วางจำหน่ายในร้านคือ Chocolate Chip Cookie Dough รสชาตินี้เป็นรสคลาสสิก แต่Ben & Jerry’sผลิตด้วยวิธีการของตัวเอง ทำให้Ben & Jerry’sได้รับความนิยมในเวอร์มอนต์และที่อื่น ๆ

สำหรับไอศกรีมของพวกเขาจะใช้เฉพาะครีมเวอร์มอนต์ นมสด ถั่ว ผลไม้ ลูกอม และคุกกี้ที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดเท่านั้น ทำให้เป็นที่นิยมในเวลาไม่นาน แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของBen & Jerry’s เท่านั้น

 

การเติบโตที่ยิ่งใหญ่และการตอบแทนสังคมของ Ben & Jerry’s

หลังจากที่ก่อตั้ง Ben & Jerry’s ได้ 5 ปี ธุรกิจร้านไอศกรีมของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างน่าประหลาดใจ Ben Cohen และ Jerry Greenfield จึงตัดสินใจขยายกิจการในปี 1983 โดยมีร้านแฟรนไชส์แห่งแรกในเมืองเชลเบิร์น รัฐเวอร์มอนต์

ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920 Ben & Jerry’s มุ่งมั่นที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ให้เกิดของเสียน้อยที่สุด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งในปี 1986 พวกเขาได้เพิ่มการตลาดแบบใหม่ด้วยการใช้รถขับแจกไอศกรีมโคนฟรีทั่วประเทศ และโฆษณาแบรนด์ของพวกเขา ซึ่งการเดินทางที่คุ้มค่า เนื่องจากผู้คนรู้จักและเข้าถึงแบรนด์ได้มากขึ้น

ในขณะนั้นเอง Ben & Jerry’s ก็ได้กลายเป็นธุรกิจมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ และมีร้านขายไอศกรีมทั่ว 35 รัฐ ด้วยความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แบรนด์จึงตัดสินใจตอบแทนสังคม ในปี 1988 บริษัทได้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนงบประมาณ 1% ของงบประมาณการป้องกันประเทศไปสู่กิจกรรมส่งเสริมสันติภาพแทน

และในปีเดียวกัน Ben Cohen และ Jerry Greenfield ได้รับรางวัล US Small Business Persons of the Year จากประธานาธิบดี Ronald Reagan (โรนัลด์ เรแกน) ถือเป็นความสำเร็จของการเติบโตอีกขั้นหนึ่งของBen & Jerry’s

ต่อมาในปี 2000 Ben & Jerry’sได้ถูกซื้อกิจการโดย Unilever ยักษ์ใหญ่ด้านอาหารข้ามชาติของอังกฤษ โดยทุกอย่างยังคงดำเนินการตามแนวคิดเดิมและผู้ก่อตั้งทั้งสองก็ยังคงทำงานอยู่ในบริษัทเหมือนเดิม

ในปีต่อมาBen & Jerry’sในสหรัฐอเมริกาจึงได้มีการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ Eco- Pint เพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น แต่หลังจากใช้สักพักทางบริษัทก็ได้เลิกใช้ เนื่องจากความท้าทายด้านอุปทาน คุณภาพ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น Ben & Jerry’s จึงยุติการใช้ Eco-Pint ในปี 2006 โดยเปลี่ยนไปใช้ภาชนะแก้วไพน์ที่ทำจากกระดาษแข็งฟอกขาวที่หาได้ง่ายกว่า

Ben & Jerry’sยังได้สนับสนุนกิจกรรมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นในปี 2005 บริษัทได้สร้างเค้กไอศกรีม Baked Alaska ขนาด 900 ปอนด์บนสนามหญ้าของ US Capitol เพื่อประท้วงการขุดเจาะน้ำมันในแถบอาร์กติก หรือในปี 2009 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อรสชาติของ Chubby Hubby เป็น Hubby Hubby หลังจากที่รัฐเวอร์มอนต์กลายเป็นรัฐที่ 5 ที่ออกกฎหมายให้การแต่งงานของคนเพศเดียวกัน

และในปี 2012 Ben & Jerry’sได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่นั่นก็คือ Greek Frozen Yogurt ที่คัดสรรมาอย่างดีด้วยเนื้อครีมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้โยเกิร์ตของBen & Jerry’sได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทันทีที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์

ในปีเดียวกัน ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก Unilever บริษัทแม่Ben & Jerry’sจึงกลายเป็นบริษัทในเครือแห่งแรกในโลกที่ได้รับการรับรองจาก B Corp ซึ่งเป็นการรับรองตามมาตรฐานสูงสุดของผลการดำเนินงานด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยืนยันความโปร่งใส ความเป็นสาธารณะ และความรับผิดชอบทางกฎหมาย ทำให้Ben & Jerry’sเป็นหนึ่งในบริษัทที่ดีที่สุดในโลก

Ben & Jerry’sยังเป็นแบรนด์ที่รับฟังเสียงของลูกค้าเสมอ โดยได้สร้างสรรค์รสชาติที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากนมวัวแต่เป็นนมอัลมอนด์ มังสวิรัติที่ผ่านการรับรอง 100% ตามคำเรียกร้องของลูกค้า เนื่องจากBen & Jerry’sต้องการมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพให้แก่ทุกคน

 

ที่มา:

benjerry.com

thrillist.com

wikipedia.org

distractify.com

washingtonpost.com

time.com

benjerry.com

mashed.com

Ben & Jerry’s Net Worth 2021

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน