ถึงแม้ว่า ตลาดโฮมช็อปปิ้ง จะมีมานานหลายสิบปีในประเทศไทย แต่ก็ยังเป็นตลาดที่เพิ่งเริ่มต้นมูลค่าเพียง 8พันล้านบาท ต่างจากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ที่ตลาดโฮมช็อปปิ้งมีมูลค่ามหาศาล โดยเกาหลีเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในธุรกิจโฮมช็อปปิ้งโลก สามารถสร้างรายได้มากกว่า 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 4แสนล้านบาทเลยทีเดียว

ถึงแม้ตลาดโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทยยังมีมูลค่าไม่ถึงหมื่นล้านบาท แต่ก็ใช่ว่าตลาดนี้จะเป็นตลาดที่เงียบเหงาเหมือนที่ผ่านมา เพราะโฮมช็อปปิ้งทุกวันนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 20-25% และคาดว่าจะเติบโตได้มากถึง 2-3หมื่นล้านบาทภายในปี 2563 ได้ไม่ยาก

ไม่ธรรมดาแน่สำหรับตลาดโฮมช็อปปิ้งในประเทศไทย

สาเหตุที่ทำให้ตลาดโฮมช็อปปิ้งมั่นใจในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้มจากการเติบโตของช่องทีวี ตามเคเบิ้ลทีวี ดิจิตอลทีวีที่มีจำนวนช่องที่เพิ่มมากขึ้นและมากกว่า Free TV ในอดีตหลายร้อยเท่า แบรนด์โฮมช็อปปิ้งต่างๆ จึงมีที่ยืนในการโปรโมทสินค้าแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าการเช่าเวลาช่อง Free TV ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครติดขอบหน้าจอมากนักเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านธุรกิจ

รวมถึงไลฟ์สไตล์ในการช็อปปิ้งสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเริ่มจับรีโมทเพื่อดูรีวิวแนะนำสินค้า ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง จากความสะดวก และสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ดึงดูดให้โฮมช็อปปิ้งแบรนด์ต่างๆ ตบเท้าเข้ามาสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งผ่านรีโมท เป็นช่องทางหลัก ไปพร้อมๆ กับขยายช่องทางใหม่ๆ อย่างโมบายแอพพลิเคชั่น และเว็บไซต์เป็นช่องทางเสริมรายได้ ขยายฐานลูกค้าไปยังคนรุ่นใหม่มากขึ้น

 


โฮมช็อปปิ้งออกฤทธิ์แน่

อาจดูเหมือนตลาดโฮมช็อปปิ้งจะดูเงียบเหงาไปบ้างในครึ่งปีแรก แต่เป็นการเงียบเหงาที่มาจากการปรับตัวและทิศทางตามกฏระเบียบใหม่ในการกำกับดูแลช่องดาวเทียมของกสทช. และคาดว่าจากนี้ต่อไปตลาดโฮมช็อปปิ้งจะกลับมาคคึกคักอีกครั้งจากการรุกตลาดอย่างจริงจังของแบรนด์ต่างๆ ภายใต้กฏระเบียบใหม่ ที่มาพร้อมการแข่งขันในตลาดที่แตกต่างทั้งกลยุทธ์ สินค้า และกลุ่มเป้าหมาย

 

 

TV Direct ผู้นำโฮมช็อปปิ้ง

เจ้าของวลี มันเยี่ยมมากเลยจอร์จ สุดยอดเลยซาร่าที่ถูกใช้มาเนิ่นนาน ยังคงเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดโฮมช็อปปิ้ง แต่เพื่อต้อนรับการแข่งขันของคู่แข่งน้อยใหญ่ TV Direct ก็ได้มีการปรับตัวด้วยการวางกลยุทธ์ด้านช่องทางไว้ 4 ช่องทางได้แก่ ทีวี, ออนไลน์, โมบายแอพ และรีเทค พร้อมกับเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลาย เน้นโปรโมชั่นระหว่างรีวิวสินค้าเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อมากขึ้น

 

O Shopping ผู้สร้างรายได้หลักให้กับ GMM

ใครจะเชื่อหละว่าO Shopping เป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้อันดับต้นๆ ให้กับ GMM ด้วยมูลค่ารายได้ที่มากถึง 1,700 ล้านบาทในปีนี้ โดยในครึ่งปีหลัง O Shopping ได้เน้นกลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อด้วยด้วยการจัดแพคเก็จสินค้าราคาพิเศษ รวมถึงนำสินค้าใหม่ๆ สินค้ามีคุณภาพจากแบรนด์ดัง ตอบโจทย์ตลาดด้วยการเพิ่มสินค้าเเป็น 1,000 รายการจากครึ่งปีแรกที่มีเพียง 600 รายการเท่านั้น

และยังเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ และโมบาย ตั้งแต่กลางปี 2557 เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ มากขึ้น

เป้ารายได้ O Shopping

2555 86 ล้านบาท

2556 565 ล้านบาท

2557 1,138 ล้านบาท (Breakeven) – ลูกค้า 5 แสนราย แบ่งเป็นกรุงเทพ 50% ต่างจังหวัด 50%

2558 1,700 ล้านบาท ลูกค้า 8 แสนราย แบ่งเป็นกรุงเทพ 50% ต่างจังหวัด 50%

2560 3,000 ล้านบาท

 

 

True Select สินค้าที่ทรูเลือก

เป้าหมายของ True Select ในปีนี้คือรายได้ 1,200 ล้านบาท เติบโต 10% จากการเพิ่มสินค้าอีก 400-500 รายการให้ความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้ภายในบ้าน ซึ่งเป็น 3 กลุ่มหลักที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ไปพร้อมๆ กับให้ความสำคัญกับช่องทางจัดจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ และโมบายแอพพลิเคชั่นเช่นเดียวกับคู่แข่งรายอื่น

 

Shop Channel

Shopping Channel ต้องการยอดจำหน่ายในปีนี้ 400-500 ล้านบาท เพื่อเป้ารายได้ระยะกลาง 1,000 ล้านบาทในปี 2563

โดยปัจจุบัน Shopping Channel มีกลุ่มเป้าหมายหลักอายุ 40 ปีขึ้นไป และมีสินค้าจำหน่ายกว่า 3,000 รายการโดยสินค้ามาจำหน่ายส่วนใหญ่มาจากสินค้าที่ได้รับความนิยมในโฮมช็อปปิ้งประเทศญี่ปุ่น ทำให้สินค้าขายดีของShop Channel จึงเป็นพวกอัญมณี และเครื่องสำอางจากญี่ปุ่น

ลูกค้า Shop Channel

2557 10,000 ราย

2558 30,000 ราย

 

High Shopping เกมช็อปปิ้งจากอินทัช

อินทัช มองทิศทางโฮมช็อปปิ้ง คือโอกาสทางรายได้ที่น่าสนใจในอนาคต จึงได้ร่วมทุนกับฮุนได โฮมช็อปปิ้งประเทศเกาหลี เปิดธุรกิจใหม่ ไฮ ช็อปปิ้งในสิ้นปี 2558 และหวังว่าจะกลายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดภายใน 5-6 ปี จากจุดเด่นในการสื่อสารผ่านกลุ่มอินทัชไปยังลูกค้า และการมีสินค้าตรงความต้องการของลูกค้า จัดส่งรวดเร็ว และการสร้างความพึงพอใจในสินค้าและบริการเพื่อให้ลูกค้ากลับมาเป็นลูกค้าระยะยาว

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer